ข่าว

'อัยการ'ศึกใหม่'กมธ.ยกร่าง รธน.'

'อัยการ'ศึกใหม่'กมธ.ยกร่าง รธน.'

24 มิ.ย. 2558

'อัยการ'ศึกใหม่'กมธ.ยกร่าง รธน.' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

               หารือกันมากว่าสัปดาห์สำหรับประเด็นที่จะพิจารณาทบทวนแก้ไขร่างแรกของรัฐธรรมนูญ ก่อนที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะพิจารณาลงรายมาตราอีกที ซึ่งมีอยู่หลายประเด็นที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ เตรียมแก้ไข รวมทั้งประเด็นที่เกี่ยวกับ “องค์กรอิสระ”

               เช่น กรณีที่ร่างแรกของรัฐธรรมนูญกำหนดให้มี “คณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง” หรือ กจต. ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่แต่งตั้งจากข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ มาทำหน้าที่ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ส.ส., ส.ว, เลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งเท่ากับว่า ตั้งขึ้นมาแย่งงาน “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือ กกต.เดิม ก็จะถูกตัดออกไป โดยให้ กกต.มีบทบาทจัดการเลือกตั้งเช่นเดิม และกรณีที่จะควบรวม “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” เข้ากับ “คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ” ก็จะไม่นำมาควบรวมกันแล้ว โดยเป็นรูปแบบเดิมแยกกันเหมือนที่ผ่านมา 

               สาเหตุหนึ่งที่ กมธ.ยกร่างฯ ยอมถอยก็คงมาจากการถูกคัดค้านอย่างหนักจากองค์กรอิสระที่มีอยู่เดิมที่ได้รับผลกระทบ ประกอบกับการคัดค้านขององค์กรอิสระเหล่านั้นมีเหตุผลน่ารับฟัง ขณะที่เหตุผลของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ที่ไปปรับเปลี่ยนองค์กรเหล่านั้น ไม่ชัดเจนว่า จะทำให้ดีขึ้นอย่างไร อีกทั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็ไม่อยากเปิดศึกหลายด้าน

               ส่วนสัปดาห์ที่แล้ว ก็มีเรื่องผู้พิพากษาศาลยุติธรรมจำนวน 1,380 คน ร่วมกันลงชื่อจดหมายเปิดผนึกแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย กรณีคณะกรรมาธิการยกร่างฯ กำหนดในร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกให้มี “ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ผู้พิพากษา" เข้ามาเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) โดยมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวน ก.ต.ทั้งหมด

               โดยเหล่าผู้พิพากษาเห็นว่า เป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อให้นักการเมืองมีโอกาสแทรกแซงศาลมากขึ้น เป็นการลดทอนความเป็นอิสระของศาล อีกทั้งปัจจุบัน ก.ต.ก็มีผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็น “บุคคลภายนอก” ที่ได้รับเลือกมาจากวุฒิสภา จำนวน 2 คน อยู่แล้ว

               สุดท้ายกรรมาธิการยกร่างฯ ก็มีการหารือกัน และเตรียมจะปรับเปลี่ยนให้ ก.ต. เป็นไปตามโครงสร้างเดิม

               มาคราวนี้ ก็ถึง “ศึกใหม่” ที่รออยู่ข้างหน้า นั่นคือ...การที่ข้าราชการอัยการทั่วประเทศทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค เตรียมเข้าชื่อเพื่อยื่นต่อคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ให้ทบทวนร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกในมาตรา 228 

               มาตรา 228 ที่บัญญัติว่า "องค์กรบริหารงานบุคคลของข้าราชการอัยการ ประกอบด้วย ประธานกรรมการซึ่งมาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการอัยการ, อัยการสูงสุด, ผู้แทนของอัยการซึ่งได้รับเลือกตั้งจากข้าราชการอัยการแต่ละชั้นในสัดส่วนที่เหมาะสม และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการอัยการ ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการอัยการ... เป็นกรรมการ" ซึ่งเท่ากับว่า นอกจากจะเป็นการเปิดทางให้ "บุคคลภายนอก" ที่ไม่เป็นข้าราชการอัยการทั้งในอดีตและปัจจุบันมาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) แล้ว ยังให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามเข้ามาเป็นกรรมการ ก.อ.อีกด้วย

               บรรดาอัยการจึงเห็นว่า การให้ “คนนอก” มาเป็นประธาน ก.อ. หรือกรรมการ ก.อ.ในจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม อาจส่งผลให้การทำงานอัยการทั้งการวินิจฉัยคดีและการบริหารงานบุคคลขาดความเป็นอิสระ จึงเห็นว่าควรให้ประธาน ก.อ.มาจากบุคคลที่เป็นอัยการสูงสุดหรืออดีตอัยการ ที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อเป็นหลักประกันในการทำงานให้แก่ข้าราชการอัยการ เช่นเดียวกับ กรรมการ ก.อ. ก็ให้มาจากอัยการหรืออดีตอัยการ

               งานนี้...ก็ต้องพิสูจน์ใจกรรมาธิการยกร่างฯ อีกครั้ง ว่าจะ ถอย.. ถอย...ถอย อีกหรือไม่