
บิ๊กตู่เบรกผบ.ตร.แจงหนุนเปิดกาสิโน
บิ๊กตู่เบรกผบ.ตร.แจงหนุนเปิดกาสิโน บอกมีสมองคิดเองได้-เฉยๆให้ได้ข้อยุติก่อน วิษณุเผยต้องดูทุกมิติครั้งรับมอบพิจารณาสมัยทักษิณเคยทำรายงานว่าไม่ควรตั้ง
เมื่อเวลา 16.45น. วันที่ 23 มิ.ย.2558 ที่ท่าอากาศยานที่ 2 กองบิน6 (บน.6) กองทัพอากาศดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดการเปิดบ่อนกาสิโนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในขณะนี้ว่า เวลานี้รอฟังเขาดูอยู่ จะให้พูดได้อย่างไร ตนเองก็ยัง งงๆอยู่ เขาพูดหมายถึงว่าเป็นเอ็นเตอร์เม้นท์คอมเพล็กซ์หรือเปล่า ตนอ่านจากที่สื่อมวลชนเขียน หรือจะเป็นการเปิดบ่อนให้คนไทยเล่นตนก็ยังไม่รู้เลย สับสนไปมาอยู่นั่น ก็ลองฟังเขาดูก่อน ขอให้ได้ข้อยุติ มาก่อนว่า เขาจะเอาอย่างไร จะถูกจะผิดตนไม่รู้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางพลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. พยายามผลักดันข้อเสนอนี้ต่อเนื่อง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กลับไปถามท่านดู
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า คุณอยากให้มีหรือไม่ ซึ่งสื่อมวลชนบอกว่าไม่อยากให้มี พลเอกประยุทธ์จึงถามว่า “ทำไมไม่อยากให้มี ก็คือไม่อยาก สำหรับผมก็เฉยๆ คนไทยควรจะวางอนาคตตัวเองกันบ้าง อันไหนเอาหรือไม่เอาก็บอกมา ซึ่งผมจะตัดสินใจอีกครั้ง ผมไม่ได้เข้าข้างใครและไม่ได้ลอยตัว มันจะลอยตัวได้อย่างไร เพราะท้ายที่สุด รัฐบาลต้องเป็นคนรับผิดชอบ วันนี้ก็มีปัญหาเยอะแยะเต็มไปหมด ก็ฟังไป เวลาที่เราฟัง คนที่ไม่ได้เรื่องพูด ยังฟังได้เลยใช่ไหม พูดห่วยๆกันเยอะผมก็ยังฟัง ยิ่งกว่านิ้อีกเสียหายกว่านี้อีก ผมก็ยังฟัง เรื่องนี้พอแล้ว ถามเรื่องอื่นเถอะ เอาเรื่องที่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ เรื่องนี้ไม่เกิดหรอก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ. ตร. ได้ประสานมาเพื่อที่จะอธิบายเรื่องการตั้งบ่อนกาสิโนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ใครประสาน ผบ.ตร. ประสานเรื่องอะไร คงไม่ต้องมาอธิบายอะไร ตนมีสมองคิดเป็น ทุกคนมีความคิดของตัวเอง
“วิษณุ”เผยเปิดกาสิโนต้องดูทุกมิติ
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอการเปิดบ่อนกาสิโนในประเทศไทยว่า ความจริงตนเคยพูดแล้วว่าในการทำประชามติเรื่องนี้สามารถถามเป็นคำถามแถมจากเรื่องรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญได้ ถือเป็นคำถามนอกกรอบ แต่อยู่ที่ว่าจะถามแบบไหน ต้องถามให้เป็น และเอาชนะให้ได้ในแต่ละสภา ทั้งนี้ หากจะเปิดกาสิโนจริง ๆ ก็ต้องแก้พ.ร.บ.การพนัน ซึ่งการแก้กฎหมายคงไม่ยากหากไม่มีการต่อต้าน เพราะเรื่องนี้ถ้ามองในมิติทางเศรษฐกิจก็จะเห็นผลดี แต่ถ้ามองในมิติของสังคมและการเมืองก็จะเกิดการต่อต้าน
อย่างไรก็ตาม นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้สุดท้ายแล้วก็ต้องอาศัยทุกมิติ ซึ่งในอดีตสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตนได้รับมอบหมายให้เป็นประธานพิจารณาการเปิดกาสิโน ซึ่งมีเสียงเรียกร้องมากในขณะนั้น ก็มีการพิจารณาข้อดี ข้อเสีย สุดท้ายก็ได้ทำรายงานเสนอรัฐบาลว่าไม่ควรตั้ง
นายกฯลั่นไม่เคยเป็นศัตรูกับสื่อ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกอย่างตนจะพยายามทำให้ดีที่สุด ปัญหาทุกเรื่องทั้งหมดอย่างไรตนก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยจะต้องทำให้ดีที่สุด วันนี้ไม่ดี วันข้างหน้าก็ต้องดี หรือจะให้วันนี้ดีแล้ววันข้างหน้าล้มละลาย ก็คงต้องเลือกเอาแล้ว เงินทองจะได้ใช้กันให้หมดไป เป็นหนี้เป็นสิน สุดท้ายก็ล้มละลาย อยู่ที่ทุกคน หากต้องการให้ประเทศสงบสุขก็ต้องคิดใหม่
“ผมไม่เคยเป็นศัตรูกับนักข่าว แต่ทุกวันนี้ก็เขียนโจมตีผมทุกวัน แต่ละเล่ม เขียนโจมตีทั้งนั้น ผมขี้เกียจจะพูด ผมทำเยอะแต่ไม่มีใครเขียนในสิ่งที่ผมทำ หรือเขียนก็น้อยมาก แต่ให้ความสนใจกับความขัดแย้งมาก ความขัดแย้งก็มาก การเมืองก็แย่ ดินฟ้าอากาศก็แย่ เกษตรกรไม่มีรายได้ คนเรียกร้องจะขึ้นค่าแรง ผมถามว่าจะเขียนให้บ้านเมืองมันสงบได้หรือไม่ ทุกคนต่างก็รู้ว่าทุกอย่างคือปัญหาของประเทศ เป็นปัญหาของโลก แต่สื่อไม่เคยลดลาวาศอกในเรื่องเหล่านี้เลย พอผมพูดก็หาว่าผมปิดบังความจริง ทุกคนรู้กันหมด ต้องช่วยกันคิดและให้เวลาเพื่อแก้ปัญหาให้เกิดความยั่งยืน เพราะปัญหาต่างๆ เกิดมาหลายสิบปีแล้ว เพราะโครงสร้างไม่ได้ทำและแก้ไข วันนี้เรากำลังเริ่มแก้ที่โครงสร้างทั้งหมด ทั้งภาคการเกษตร น้ำ สาธารณูปโภค กฎหมาย ทุกอย่างแก้หมด แต่สื่อก็เขียนว่าผมไม่มีผลงานอะไรเลย การปฏิรูปไม่ได้ทำเลย ผมเสียใจอยู่เหมือนกันแหละ ดันเกิดมาอยู่ประเทศนี้ก็ต้องเสียใจ” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “วันนี้เราต้องเปลี่ยนวิธีการคิดของคนไทย ไม่ใช่ว่าผมจะไม่สงสารที่ทำทุกวันนี้ก็เพราะสงสารคนจน สงสารผู้ที่มีรายได้น้อย รู้ดีว่าลำบากแค่ไหน ถ้าผมไม่สงสารคนจน ผมไม่อยู่หรอกจริงๆ เพราะอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่รู้จะทำไปเพื่อใครเหมือนกัน ทุกประเทศที่เดินทางไปร่วมประชุม ต่างก็มีความก้าวหน้า ไม่เห็นมีใครพูดในเรื่องของความขัดแย้ง ทุกประเทศอยากให้ยุติความขัดแย้ง มีแต่ประเทศเราที่พยายามจะขุดกันออกมา ทั้งเรื่องนู้นเรื่องนี้ แล้วบอกว่า เราไปปิดกั้น ถ้าปิดกั้นจริง มันไม่เป็นเช่นนี้หรอก ผมเองไม่ต้องมาอารมณ์เสียเช่นนี้ ถ้าจะปิดกั้น ก็ปิดไปเลย ปิดทั้งหมด แต่ผมก็ไม่ได้ทำ ซึ่งก็น่าจะเกรงใจผมบ้าง ไม่มีเลย อยากจะเขียนอะไรเขียน อยากจะด่าอะไรก็ด่า หลายคนก็ไม่ได้เลือกผมเข้ามาทั้งสิ้น ไม่มีใครเลือกผมเข้ามาอยู่แล้ว ผมดันอยากเข้ามาเอง คงอยากเข้ามามีผลประโยชน์ หรือเปล่าไม่รู้นะ สื่อถึงได้เขียนกันนักหนาว่ามีผลประโยชน์ตรงนั้นตรงนี้ ผมเข้ามาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้คนไทยทุกคน ไม่ได้มาเพื่อใครทั้งสิ้น แต่วันนี้กลับถูกแบ่งพวกกันไปทั้งหมด จนหลายคนหมดกำลังใจในการทำงาน ข้าราชการเองก็แย่ เพราะผมก็ต้องกวดขัน ขณะเดียวกันก็ถูกโจมตี เขาก็ไม่รู้จะไปกันอย่างไรแล้ว ข้าราชการดีๆ ก็มีเยอะ 90 กว่าเปอร์เซนต์ ก็เกิดความท้อแท้ ครม.ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร ผลประโยชน์เขาก็ไม่ได้ แต่ก็ถูกด่าถูกว่าทุกวัน ไม่มีให้กำลังใจ อยากถามว่าใครจะทำงานให้ แล้วจะมาเอาอะไรจากผม เบื่อ ไม่อยากที่จะบ่น”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ทุกอย่างตนคิดเป็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกาสิโน หรือเรื่องอื่นๆ ถ้าสื่ออยากจะต่อว่า ก็ขอให้ไปต่อว่าพวกนักการเมืองที่ออกมาพูดบ้างสิ กล้ากันหรือไม่ ไปถามดูซิว่าพูดกันทำไม ปฏิรูปคืออะไรไปถามกันบ้าง โดยเฉพาะบรรดาอดีตรัฐมนตรีต่างๆ ไปถามเขาสิว่าต้องการให้ปฏิรูปอย่างไร ไม่ใช่มาไล่ถามตนทุกวันอย่างนี้ บอกทุกวัน ทำให้ทุกวัน แต่ไม่ฟัง หรือฟังก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน จะถามให้มีเรื่องกันให้ได้ ตนไม่ได้โกรธผู้สื่อข่าว เพราะรู้ว่า ทุกคนก็รับใบสั่งมา เขียนดีเขาก็ไม่ลงให้ เขียนไม่ดีท่านอาจจะได้สตางค์ ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่จ่ายเงินให้พวกท่าน ก็รู้อยู่ บรรณาธิการ รีไรท์เตอร์ ก็ต้องคอยทำหน้าที่ตรวจข่าวอยู่แล้ว ถ้าเขียนดีเขาก็ไม่ลง
ผู้สื่อข่าวชี้แจงว่า นักข่าวทุกคนได้เงินเดือนตามปกติ ไม่ได้รับเงินใคร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเสียงดังขึ้นว่า “ไม่รู้ จะได้มาอย่างไรไม่รู้ งั้นก็คงรวยกันแล้ว ก็เขียนกันต่อไปซิ เดี๋ยวประเทศนี้มันก็เจ๊งลงไปเองนั่นแหละ คราวนี้ก็คงไม่มีเงินเดือน ไม่มีเงินกันทั้งประเทศ ก็ตามใจ ต่างประเทศพร้อมที่จะลงทุนและเดินหน้า ถามทุกอย่างว่า ประเทศไทยจะเอาอย่างไร ทั้งเรื่องขนส่ง การท่องเที่ยว และอื่นๆ มีแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่พูดเรื่องอะไรกันก็ไม่รู้ ไม่มีประโยชน์ สร้างความขัดแย้งไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจะเอาให้ใครชนะ ผมไม่รู้ แล้วเคยคิดกันบ้างหรือไม่ว่า ถ้าผมทำแล้วมันไม่สำเร็จ จะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้ หรือช่างมัน เดี๋ยวรัฐบาลหน้าก็ทำกันเอง มันก็คงต้องอยู่กันไปแบบนี้ ผมอยากจะบอกกับพวกเราทุกคนให้กลับไปคิดใหม่ ผมไม่ได้ว่าอะไรใคร แต่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และความคิด ขอให้คิดถึงคนจนเขาบ้างว่าเมื่อไหร่ฝนจะมา น้ำจะมา จะแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งผมกำลังคิดกับเขาอยู่ แต่พวกคุณก็เอาปัญหากระจุกกระจิกจากข้างบนมาตีกับไอ้ข้างล่าง จนแก้อะไรไม่ได้ ทำให้รวนไปทั้งหมด ล้มทั้งระบบ ไม่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะปฏิรูป หรือปฏิวัติกี่ครั้งมันก็ไม่มีประโยชน์ กลับมาเหมือนเดิมทุกครั้ง เป็นการบ้านที่ทุกคนจะต้องกลับไปคิด”
เผยพรุ่งนี้ถกแก้ภัยแล้งในครม.ศก.
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในการประชุมไม่มีการพูดคุยเรื่องการผันน้ำแม่น้ำโขงมาใช้ และไม่จำเป็นต้องคุยเพราะเป็นแผนที่มีการเตรียมไว้อยู่แล้ว และการผันน้ำจากแม่น้ำโขงโดยตรงอาจจะทำไม่ได้ เพราะมีกฎหมายกำหนดไว้อยู่ และการก่อสร้างจะต้องใช้เวลาถึง5ปี โครงการฝั่งแม่น้ำโขงก็มีมูลค่าถึง 2 ล้านล้านบาทในหลายปีที่แล้ว ในส่วนของแม่น้ำสาละวินก็ต้องใช้งบประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ดูทุกอย่างแล้ว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้เกิดเปลี่ยนแปลงของโลก เกิดปรากฏการณ์แอลนิโญ่ ที่อาจจะทำให้แล้งยาวถึงปีหน้า อีกทั้งป่าไม้บ้านเราก็ไม่ได้ช่วยอะไร วันนี้จึงต้องมาช่วยกันหาทางออกว่าจะทำอย่างไร ดูแลกันตรงไหน ยืนยันว่า รัฐก็รับผิดชอบเต็มที่ แต่ถ้าจะมาพูดว่าเป็นความผิดของใครก็ไม่อยากจะพูดถึง วันนี้ต้องการดูแลทุกอย่างให้สงบ แก้ปัญหาให้ได้ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญไม่ใช่มาหาว่าใครทำไม่ทำหรือใครไม่รับผิดชอบ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนสั่งการไปแล้วเพิ่มเติมในเรื่องของการขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่่ม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเอาไปทำการเกษตรทั้งฟมด เพราะบางส่วนต้องเตรียมการไปแก้ปัญหาภัยแล้ง ทั้งในส่วนของน้ำอุปโภคบริโภค น้ำจะกินก็ยังไม่มีเลย และพรุ่งนี้(24มิ.ย.)จะมีการพูดคุยกันอีกครั้งในการประชุมครม.เศรษฐกิจ
“เป็นสิ่งที่บกพร่องในการบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมา น้ำต้นทุนในเขื่อนตอนนี้ไม่มีอยู่แล้ว เพราะมันปล่อยละลายไปหลายปีแล้ว วันนี้ก็ต้องเตรียมตั้งหน้าตั้งตาสะสมน้ำเหล่านี้ใหม่ และในเมื่อฝนตกใต้เขื่อนก็ทำให้น้ำในเขื่อนไม่มี การผลิตไฟฟ้าก็ทำไม่ได้ ก็ต้องพึ่งแก๊สและน้ำมัน นี่คือปัญหาที่จะเจอในวันหน้า”พลเอกประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องเตรียมคือเราจะแก้ปัญหาภัยแล้งกันอย่างไรในเมื่อน้ำต้นทุนมันไม่มี และเกษตรกรจะทำไร่ทำนากันอย่างไร ถ้าทุกคนยังมุ่งหวังต่อการทำนากันทั้งหมดแล้วบอกว่าเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ได้ แล้วตนถามว่าเราจะแก้ตรงไหน ซึ่งตนก็ได้เตรียมการสำหรับคนที่ต้องการปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นแทนการปลูกข้าวก็มีมาตรการทางเงินกู้ช่วย ก็มีทั้งส่วนที่เข้าร่วมและไม่เข้าร่วม อีกส่วนก็เรียกร้องน้ำก็เรียกไป ถ้าฝนมาเมื่อไรก็คงจะพอมี แต่ถ้าฝนไม่มีแล้วจะเอาน้ำจากไหน เพราะการขุดบ่อบาดาลก็ใช้ได้แค่จำนวนหนึ่ง คงไม่พอกับการทำนาทั้งหมดซึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่มีประชาชนไม่เข้าใจและออกมาแย่งน้ำกัน นายกฯ กล่าวว่า สื่อมวลชนก็ต้องเป็นคนอธิบายให้เข้าใจ ไม่ใช่คิดแต่โจทย์ เวลาเขียนหนังสือก็ต้องเขียนว่าปัญหาอยู่ตรงไหน น้ำไม่มีเพราะอะไร ฝนไม่ตกเพราะอะไร ทำไมถึงทำนาไม่ได้ ในเมื่อทำไม่ได้แล้วรัฐให้ทำอะไร ไปเปลี่ยนอาชีพใช่ไหม ไปพบศูนย์ดำรงธรรมใช่ไหม ไปขอความช่วยเหลือใช่ไหม เขียนแบบนี้ซะบ้าง ถ้าเขียนว่าน้ำไม่มีแล้วประท้วงก็จะประท้วงกันทุกเรื่อง
“ปัญหาที่เกิดขึ้นเพิ่งเกิดวันนี้หรือ แต่ทำอย่างไรจะให้เวลาในการแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ยั่งยืน ปัญหาเกิดมาเป็นสิบปีแล้ว โครงสร้างไม่ได้ทำ ไปย้อนหลังดูเพราะฉะนั้นวันนี้เรากำลังเริ่มแก้โครงสร้างทั้งหมด ภาคการเกษตร เรื่องน้ำ เรื่องสาธารณูปโภค เรื่องกฎหมายเราแก้ใหม่หมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



