ข่าว

พธม.เปิดบัญชีขอเงินช่วยฎีกา!สู้คดีปิดสนามบิน

พธม.เปิดบัญชีขอเงินช่วยฎีกา!สู้คดีปิดสนามบิน

23 มิ.ย. 2558

พธม.โอดค่าเสียหายปิดสนามบิน522ล้าน เปิดบัญชีขอเงินช่วยค่าธรรมเนียมฎีกา7ล้าน ทนายเตรียมขอยายเวลาฎีกา

               23มิ.ย.2558 น.ส.มาลีรัตน์ แก้วก่า อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็น 1 ใน 13 จำเลยร่วมที่ ซึ่งถูกศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ต้องชำระค่าเสียหายให้ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยจำนวน 522 ล้านบาท  จากกรณีชุมนุมปิดสนามบินเมื่อปี 2551 ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า  "ฉันอาจถูกศาลสั่งล้มละลาย ผลต่อเนื่องจากการชุมนุม 193 วันวิกฤติในชีวิตของแต่ละคนจะมีกี่ครั้ง คงไม่มีใครตอบได้ชัดเจน แต่ 2-3 วันที่ผ่านมายอมรับว่า ตนเองแทบช็อกเมื่อทราบว่าศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งให้พลตรีจำลอง ศรีเมืองและคณะ 13 คน รวมดิฉันด้วย ต้องชดใช้เงินจำนวน 600 ล้าน แก่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) กรณีชุมนุมที่ชานชลา ลานจอดรถสนามบินดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นวิกฤติชีวิตครั้งใหญ่ของดิฉันและอีกหลายคนแน่นอน

               “ขอท้าวความถึงการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในปี 2551 เป็นที่ทราบทั่วไปว่าเริ่มตั้งแต่เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 190 เรื่องอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดน ต้องผ่านสภา /มาตรา237 เรื่องยุบพรรคที่ทุจริตเลือกตั้ง เป็นหลัก ไปจนถึงประท้วงแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ที่ทำขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 จนศาลรัฐธรรมนูญวินัจฉัยว่าแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ ฯลฯ”

               “ก่อนย้ายเข้าทำเนียบในเดือนสิงหาคม มีการลอบยิงด้วยกระสุนปืนและระเบิดเอ็ม 79 รอบๆที่ชุมนุมเชิงสะพานมัฆวานแทบทุกวัน หลังจากนั้น ตลอดระยะเวลาของการชุมนุม มีการลอบทำร้ายผู้ชุมนุมเป็นระยะๆ และอาวุธสงครามถูกนำมาทำลายผู้ชุมนุมครั้งแล้วครั้งเล่า จนเกิดเหตุการณ์ 7 ตุลาคม ที่ผู้ถืออำนาจรัฐ ใช้อาวุธสงครามทำร้ายผู้ชุมนุม จนน้องโบว์ อังคณา ระดับปัญญาวุฒิและสารวัตรจ๊าบต้องเสียชีวิต คุณรุ่งทิวา ธาตุนิยม เป็นเจ้าหญิงนิทราจนปัจจุบัน คุณตี๋ชิงชัยแขนขาด เฮียตี๋ คุณเจ็ก ขาขาด อีกจำนวนมากบาดเจ็บ หลังจากนั้นเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้น ช่วงเดือน พ.ย.2551 ระเบิดลงบ่อยมาก จน คุณเสถียร จากการไฟฟ้า บาดเจ็บสาหัส น้องโบว์ กมลวรรณ หมื่นหนู เสียชีวิต และ 20 พ.ย.คุณเจนกิจ กลัดสาคร เสียชีวิตเป็นรายสุดท้ายที่ทำเนียบ นั่นคือเหตุที่เกิดขึ้นก่อนการชุมนุมที่ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ”

               "ผ่านไป 7 ปีเต็ม แต่ความทรงจำที่เกิดขึ้นในหัวใจดิฉันทุกครั้งที่นึกถึงการชุมนุม193 วัน คือ คำขอร้องของน้องคุ้กกี้ ลูกสาวคุณเจนกิจ กลัดสาคร ที่กล่าวบนเวทีปราศรัยที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ย.2551 ด้วยน้ำเสียงที่เรียบ แต่แววตามุ่งมั่นว่า “อยากให้คนไทยมากันเยอะๆในวันอาทิตย์นี้ ทำเพื่อพ่อหนูด้วย” นั่นคือความทรงจำผุดขึ้นมาทุกครั้ง

               หลังจากเราเลิกชุมนุมในวันที่ 2 ธันวาคม 2551 คดี ทอท.ฟ้องแพ่งแกนนำและคณะ 13 คน ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง 25 มีนาคม 2554 ศาลชั้นต้น สั่งให้ชดใช้เงิน 522 ล้าน ทนายสุวัตรและทีมสู้อย่างเด็ดเดี่ยว ขออุทธรณ์แบบอนาถา เพราะแต่ละคนไม่มีงานประจำ ศาลอนุญาตเพียง 1 ใน 3 ทนายสุวัตรต้องดิ้นรนหาเงินวางค่าธรรมเนียมศาลเกือบ 3 ล้านบาท ดังนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษา ให้ชดใช้เงินจำนวน 600 ล้าน จึงทำให้ทั้ง 13 คน เดินเข้าใกล้เส้นทางเป็นบุคคลล้มละลายเข้าไปทุกขณะ ซึ่งถามว่ากลัวไหม ทุกสิ่งเป็นสรณะ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน แต่เราได้พยายามต่อสู้ในสิ่งที่เราเห็นว่าเราทำถูกต้องหรือยัง จึงมีเพียง 2 แนวทางเท่านั้นที่ต้องดำเนินการ

               แนวทางที่ 1 ยื่นฎีกา ซึ่งต้องวางค่าธรรมเนียมศาล รวม 7 ล้านบาท และทนายได้ขอผ่อนผัน 2 รอบแล้ว ทางคณะฯจึงได้ขอให้ทนายสุวัตรยื่นเรื่องขอยืดเวลาการชำระค่าธรรมเนียมออกไป จากเดิม 26 มิถุนายน นี้ ย้ำอีกครั้งค่ะ เวลานับจากนี้ไป 4 วัน กับเงิน 7 ล้านบาท จะหาอย่างไร หาจากไหน เพราะแต่ละคนเดือดร้อนกันหมดแล้ว แต่ข้อดี คือ เวลาต่อสู้ในชั้นศาลฎีกาอาจใช้เวลา 3-5 ปีแนวทางที่ 2 ไม่ยื่นฎีกา ให้ศาลว่าไป โดยไม่สู้ในชั้นฎีกา ยอมรับว่าเราทำผิดทางละเมิด ผลก็คือพลตรีจำลองและคณะทั้ง 13 จะถูกฟ้องล้มละลายต่อไป อาจใช้เวลา 1 ปีนับจากนี้ เราปรึกษาหารือเบื้องต้น ได้ข้อสรุปว่า เดินแนวทางที่ 1 คือยื่นฎีกา ต้องหาเงินมาวางค่าธรรมเนียมศาล 7 ล้านบาท หาจากไหน นั่นล่ะคือสิ่งที่ดิฉันช็อค ช่วยแนะนำดิฉันด้วยนะคะ

               ต่อมา น.ส.มาลีรัตน์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้ง โดยระบุว่า  "ขอเพิ่มเติมความคืบหน้านะคะ ท่านใดประสงค์สมทบเงินค่าธรรมเนียมศาล มี 2 แนวทางค่ะ ใครโอนที่ใดแจ้งที่กล่องข้อความด้วยนะคะ
1.โอนตรงเข้าบัญชี มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เพื่อพันธมิตรสู้คดี 2. พี่ๆ เพื่อนๆ ครอบครัวใดดื่มชา กาแฟ ช็อคโกแลต หรือจะทานเห็ดหลินจือแดงแคปซูล ช่วยเปลี่ยนเงินที่จะเข้ากระเป๋าคนอื่น มาเป็นเงินที่เราต้องหาสมทบค่าธรรมเนียมศาล จะส่งชา กาแฟ ช็อคโกแลต ตอบแทนจ้า เป็น ชา กาแฟ ของ Organold Gold ซึ่งผสมหลินจือแดง 100% ดื่มแล้วดีต่อสุขภาพแน่นอนค่ะ 3 กล่อง 2,000 บาท และเห็ดหลินจือราคาพิเศษ 1 กระปุก 1,300 บาท 2 กระปุก 2,500 บาท บอกในกล่องข้อความพร้อมเบอร์โทรศัพท์เลยนะคะ"


ทนายเตรียมขอยายเวลาฎีกาสู้

               นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กล่าวว่า หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในทุกประเด็น ให้แกนนำ พธม.ทั้ง 13 คน ต้องชดใช้เงินค่าเสียหายแล้ว คดีจะครบกำหนดยื่นฎีกาในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ ซึ่งตนและทีมทนายความ กำลังพิจารณารายละเอียดเพื่อยื่นฎีกาต่อสู้คดี ซึ่งเป็นไปได้ที่ยังยื่นคำฎีกาไม่ทันช่วงกำหนดดังกล่าว ดังนั้นจึงเตรียมแนวทางที่จะยื่นคำร้องขอยายเวลาฎีกาก่อน ขณะที่ตามขั้นตอนการฎีกาคดีนี้ ฝ่ายจำเลยจะต้องหาเงิน 7 ล้านวางเป็นค่าธรรมเนียมศาลในการยื่นฎีกาด้วย ซึ่งเราเตรียมจะยื่นคำร้องให้ศาลพิจารณาเป็นกรณีอนาถาเพื่องดการวางเงินค่าธรรมเนียม 7 ล้านในการฎีกาด้วย ก็จะต้องดูว่าศาลจะพิจารณาอย่างไรและมีคำสั่งอย่างไรต่อไป

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจาก บริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็น โจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต. จำลอง ศรีเมือง กับพวกซึ่งเป็นแกนนำ พธม. รวม 13 คน ในคดีหมายเลขดำที่ 6453 /2551 ซึ่ง ทอท. ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย กรณีระหว่างวันที่ 24 พ.ย.–3 ธ.ค.51 พวกจำเลย ร่วมกันนำผู้ชุมนุมหลายหมื่นคน ไปบุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง เพื่อประท้วงรัฐบาลและขับไล่นาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น ทำให้การให้บริการต่างๆ ภายในท่าอากาศยานทั้งสองต้องหยุดลง

               โดยศาลแพ่ง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 มี.ค.54ให้จำเลยทั้ง 13 คน ร่วมกันชดใช้เงิน 522,160,947.31 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.51 จนกว่าจะชำระเสร็จ รวมทั้งให้จ่ายค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์เป็นเงิน 80,000 บาทด้วย เนื่องจากเห็นว่า การชุมนุมที่จะได้รับความคุ้มครอง ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 63 นั้น หมายถึงการชุมนุมที่เป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ ตาม มาตรา 63 วรรคหนึ่ง แต่การชุมนุมของพวกจำเลย ไม่ได้เป็นไปตามหลักการดังกล่าว และยังส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและประโยชน์สาธารณะ ละเมิดสิทธิและเสรีภาพการประกอบอาชีพและการคมนาคมของประชาชน ซึ่งการชุมนุมจะต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี ตามมาตรา 28 ซึ่งการชุมนุมจะต้องตั้งอยู่บนหลักแห่งความสมดุลกับสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น และไม่ใช้สิทธิเด็ดขาดที่พวกจำเลยทั้ง 13 เป็นผู้จัดการชุมนุมหรือผู้เข้าร่วมชุมนุม จะสามารถกระทำการใดๆ ก็ได้โดยไม่อยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือข้อบังคับใดๆทั้งสิ้น ซึ่งการปิดสนามบินยังก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายในหมู่ผู้โดยสาร และผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพาณิชย์ ส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างรุนแรง จึงเป็นวัตถุประสงค์ให้เกิดความไม่สงบภายในบ้านเมือง ซึ่งนอกจากจะไม่เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธแล้วยังเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพการชุมนุมที่เกินสัดส่วน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการตัดสินของศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในวันที่ 27 มี.ค. 2558