ข่าว

ปมลึก‘ไทย’สอบตก‘ธงแดงไอเคโอ’!

ปมลึก‘ไทย’สอบตก‘ธงแดงไอเคโอ’!

23 มิ.ย. 2558

ปมลึก‘ไทย’สอบตก‘ธงแดงไอเคโอ’! : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

              หลังจาก “ไอเคโอ” องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization :ICAO) ตัดสินใจติด “ธงแดง” บนเว็บไซต์หน้าชื่อประเทศไทยเมื่อ 18 มิถุนายน 2558 สร้างความโกลาหลให้แก่สายการบินในประเทศไทยและต่างประเทศ เพราะหมายถึงความล้มเหลวในมาตรฐานความปลอดภัย...

              ยิ่งถ้าเห็นรายชื่อประเทศติดธงแดงในเว็บไซต์ของไอเคโอ ที่มีอยู่ 13 ประเทศใน 187 ประเทศ จะยิ่งสร้างความสงสัยเพราะส่วนใหญ่เป็นประเทศเล็กๆ หรือแทบไม่เคยได้ยินชื่อเลย (http://www.icao.int/safety/Pages/USOAP-Results.aspx) เช่น เอริเทรีย จิบูตี แองโกลา บอตสวานา มาลาวี ฯลฯ

              “การประกาศติดธงแดง” สร้างความเสียหายอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างของสายการบินไทย ผู้บริหารออกมาร้องเรียนความไม่สะดวกในการทำงานว่า ตั้งแต่ประเทศไทยไม่ผ่านการตรวจมาตรฐานความปลอดภัยนั้น มีเจ้าหน้าที่จากประเทศต่างๆ เข้ามาขอตรวจเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น จากเดิมการตรวจมีประมาณเดือนละ 3 ครั้ง แต่หลังจาก 13 กุมภาพันธ์ 2558 มีการขอตรวจเพิ่มถึง 50 ครั้งต่อเดือน !?!

              ย้อนความเป็นมาเรื่องการ “ติดธงแดง” นั้น อันที่จริงไอเคโอเตือนประเทศไทยมาหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะครั้งล่าสุด ก่อนมีข่าวหลุดรอดมายังสื่อมวลชนเมื่อต้นปี 2558 ว่า กรมการบินพลเรือนไม่สามารถแก้ไขปัญหา “ข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย” (Significant Safety Concerns : SSC) ได้ตามที่หน่วยงานของไอเคโอตรวจพบ

              โดยจุดตรวจเพื่อประเมินมาตรฐานการบินนั้น มีทั้งหมด 8 ส่วนสำคัญ ได้แก่

              1.การออกกฎหมาย (Legislation) 2.โครงสร้างองค์กร (Organization) 3.การออกใบอนุญาต (Licensing) 4.การดำเนินการ (Operations) 5.ด้านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยการบิน (Airworthiness) 6.การสอบสวนอุบัติเหตุ (Accident Navigation) 7.การให้บริการการเดินอากาศ (Air Navigation Service) และ 8.สนามบินขนาดเล็ก (Aerodrome)

              เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 มีการแจ้งผลมาว่า กรมการบินพลเรือนของไทยถูกตรวจสอบทั้งหมด 8 หัวข้อ และแยกย่อยรายละเอียดการตรวจทั้งหมดประมาณ 1,000 ข้อ พบมีประเด็นที่ต้องแก้ไข 850 ข้อด้วยกัน จากนั้นก็ให้เวลา 90 วันจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่าไทยไม่ผ่านในหัวข้อสำคัญคือ “ด้านการดำเนินการ”

              โดยเฉพาะในเรื่องของ “ใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ” หรือ “เอโอซี” AOC (Air Operator Certificate) !?!

              ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบการปฏิบัติการบิน ผู้คร่ำหวอดในการดูแลมาตรฐานการบินของประเทศไทย เปิดเผยให้ฟังว่า ที่ผ่านมานานกว่า 10 ปี กรมการบินพลเรือนได้รับการเตือนปัญหาเหล่านี้มาตลอด โดยเฉพาะจำนวนเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอยู่เพียงแค่สิบกว่าคน ทำให้หละหลวมในการตรวจสอบ “ใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ” ของสายการบินเกือบ 30 บริษัท

              “ใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ของการอนุญาตว่าสายการบินไหนจะเปิดบริการได้หรือไม่ เนื้อหาประกอบไปด้วยรายละเอียดอย่างน้อย 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

              1.การตรวจสอบว่าสายการบินที่มาขอใบรับรองนั้น มีจำนวนเครื่องบินเท่าไร มีนักบินในสังกัดมากน้อยแค่ไหน มีการฝึกนักบินอย่างไร มีนักบินที่ได้มาตรฐานจำนวนมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเช่น เครื่องยนต์ดับกลางอากาศ ไฟไหม้เครื่องบิน ฯลฯ รวมถึงขั้นตอนการซ่อมเครื่องบิน ว่ามีหน่วยงานรองรับหรือไม่ มีอะไหล่สำรองเตรียมไว้อย่างไร

              2.การพัฒนาและตรวจสอบรับรอง “คู่มือการบิน” เช่น คู่มือสำหรับนักบิน สำหรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน คู่มือเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน คู่มือช่างซ่อมเครื่องบิน คู่มือเส้นทางบิน คู่มือการฝึกอบรม ลฯ

              3.“การซ่อมบำรุงเครื่องบิน” ต้องมีแผนการเรื่องนี้อย่างละเอียด ว่ามีศูนย์ซ่อมของตัวเองหรือต้องส่งไปซ่อมที่ประเทศไหน หรือมีการตรวจเช็กบำรุงอย่างไร

              “ที่น่าเป็นห่วงคือ คู่มือวัตถุอันตราย และคู่มือรักษาความปลอดภัย หรือคู่มือที่ต้องดูว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉิน(Emergency)มีแนวปฏิบัติอย่างไร รวมถึงการซ่อมบำรุงเครื่องบิน มีแผนปฏิบัติการอย่างไรบ้าง รายละเอียดเหล่านี้ ต้องส่งให้กรมการบินพลเรือนตรวจเป็นแฟ้มๆ ที่ผ่านมาสายการบินเล็กๆ ของไทย ชอบลอกเลียนกันหรือก๊อบปี้กันมา ไม่ได้ทำของตัวเอง  และปัญหาโครงสร้างของบริษัทและจำนวนเจ้าหน้าที่ด้วย ส่วนใหญ่ข้อมูลเหล่านี้ต้องตรวจละเอียดมาก แต่ถ้ากรมการบินพลเรือนมีเจ้าหน้าที่ด้านนี้อยู่แค่ 10 กว่าคนจะตรวจไหวได้อย่างไร เขาทักท้วงเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว”

              ผู้เชี่ยวชาญข้างต้นยอมรับว่า ที่ผ่านมา 3 เดือน ทางรัฐบาลไทยพยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ แต่ต้องจัดการกับหลายส่วน ทำให้ล่าช้าโดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ที่ส่วนใหญ่เป็นนักบินเก่งๆ ที่เกษียณแล้ว มีการพยายามชักชวนให้มาทำงานเพิ่มขึ้น แต่การจ้างคนเพิ่มและปรับปรุงโครงสร้างทั้งหมดของกรมการบินพลเรือนไม่ใช่เรื่องง่าย เสมือนกับการผ่าตัดใหญ่ ต้องใช้เวลาพอสมควร

              ล่าสุด กรมการบินพลเรือน ได้ประกาศจ้างพนักงานเพิ่มจำนวน 40 อัตรา ตั้งเงินเดือนหลักแสนบาทขึ้นไป โดยตั้งเงินเดือนสูงสุด “163,800 บาท”  สำหรับตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้าน “การสอบสวนอุบัติเหตุเครื่องบิน” 2 อัตรา และ “การสอบสวนอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์” 1 อัตรา

              ส่วนตำแหน่งที่เปิดรับมากสุดคือตำแหน่ง “ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการตรวจสอบการปฏิบัติการบิน” จำนวน 19 อัตรา เงินเดือน 150,000 บาท กระทรวงคมนาคมปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 ดังนั้นคงต้องใช้เวลากว่าจะผ่านขั้นตอนการสัมภาษณ์ การตกลงเจรจาเงื่อนไขการทำงาน

              ทำให้หลายฝ่ายไม่สงสัยว่า ทำไมไอเคโอต้องให้ “ธงแดง” เพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่พร้อมนั่นเอง !?!

              ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2558 คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้แยก “กรมการบินพลเรือน” ออกเป็น “สำนักการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย” และ “กรมท่าอากาศยาน” เพื่อแบ่งหน้าที่ระหว่าง “ผู้ตรวจสอบ” และ “ผู้ปฏิบัติ” ออกจากกัน เมื่อมีการแบ่งหน่วยงานใหม่ ความล่าช้าในการทำงานย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

              สุดท้ายคงต้องลุ้นกันต่อว่า ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ที่กำหนดเชิญ “ไอเคโอ” มาตรวจซ้ำในวันที่ 9 กันยายน 2558 นั้น ประเทศไทยจะสอบผ่านการประเมิน “ปลดธงแดง”สำเร็จหรือไม่  ?