
ยอมงอไม่ยอมหัก
ยอมงอไม่ยอมหัก : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ
อาการถอยกรูดของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นอยู่นี้เรียกว่าไม่เหนือความคาดหมาย เพราะพวกเขาตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสถานะได้เปรียบเหมือนที่ผ่านๆมา แต่ในวันนี้ไม่ใช่อย่างนั้นเสียแล้ว เพราะโอกาสที่ร่างรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำนั้นมีค่อนข้างสูง
เราจึงได้เห็นการยอมถอยออกจากป้อมปราการหลัก และยอมแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามที่มีผู้ร้องขอ ไม่ว่าจะเป็นระบบเลือกตั้ง อำนาจหน้าที่ของ ส.ว. หรือสภาพลเมืองตรวจสอบในระดับจังหวัด ฯลฯ
ก่อนหน้านี้กรรมาธิการยกร่างฯ เคยบอกว่าต้องออกแบบเช่นนี้เพราะยึดเจตนารมณ์หลัก 4 ประการคือ 1.สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ 2.ทำการเมืองให้ใสสะอาดและสมดุล 3.หนุนสังคมให้เป็นธรรม และ 4.นำชาติสู่สันติสุข ซึ่งแต่ละมาตราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดที่เกี่ยวข้องกับการเมืองนั้นเป็นตัวทำให้ร่างรัฐธรรมนูญออกแบบสังคมอย่างที่กรรมาธิการยกร่างฯวาดภาพเอาไว้ และเดินสายนำเสนอในส่วนต่างๆ
คำถามคือเมื่อเปลี่ยนหลักโครงสร้างทางการเมืองขนาดนี้ หลักการที่กรรมาธิการอ้างมาตลอดนั้นจะยังเป็นหลักการที่วาดภาพเอาไว้หรือไม่
แต่หากพวกเขายังยืนยันที่จะทำตามความคิดของตัวเองนั้นก็ยากที่จะให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้คลอดออกมาได้ เพราะหากไม่นับเสียงที่แทบจะประสานกันโดยถ้วนทั่วว่าหากนำไปใช้มีปัญหาแน่เนื่องจากมีความไม่เป็นประชาธิปไตยสูงและจะสร้างความขัดแย้งในอนาคต ก็ยังมีเรื่องทางการเมืองเข้ามาผสมโรงด้วย
ด่านแรกที่จะต้องผ่านให้ได้คือด่านของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่วันนี้ดูเหมือนว่าคนที่ออกมาให้ความเห็นโดยมากจะอยู่ทางฝั่งไม่ชมชอบในร่างรัฐธรรมนูญนี้เสียมาก มีทั้งคนที่ไม่ชอบเนื้อหาจริงๆ ตั้งแต่แรก และออกมาวิพากษ์วิจารณ์เป็นระยะๆ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องหากนำไปบังคับใช้
นอกจากนี้ยังมีคนที่อาจจะใช้โอกาสนี้ในการทำให้รัฐบาลได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปอีกสักระยะ โดยการคว่ำร่างรัฐธรรนูญ ด้วยหวังว่าผลงานเช่นนี้จะเข้าตา คสช. และทำให้กลับเข้าสู่สภาในรูปของ “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” ได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หากผ่านด่าน สปช. ไปได้แล้วที่ต้องลุ้นหนักกว่าเดิมคือด่านประชามติ ที่แม้วันนี้จะมีคนพยายามสร้างกระแสธงเขียวรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ต้องยอมรับว่าจุดไม่ติด ซ้ำกระแสรณรงค์ไม่รับร่างดูเหมือนจะดังกว่าเสียด้วยซ้ำ ยิ่งหากเทียบกับเมื่อครั้งร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ที่มีการรณรงค์ไม่รับร่างต้องบอกว่าครั้งนี้แรงกว่ามาก
และนอกเหนือจากการไม่รับเนื่องด้วยเนื้อหาแล้วยังจะมีคนอีกกลุ่มที่ลงมติไม่รับเพื่อแสดงท่าทีปฏิเสธต่อการรัฐประหาร
ทำให้หลายคนเชื่อว่า หากถึงวันนั้นแล้วไม่มีการช่วยเหลือจากผู้มีอำนาจก็น่าเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำในชั้นประชามติ และนี่จึงเป็นที่มาของการ “ยอมงอไม่ยอมหัก”
ซึ่งหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านขึ้นมา น่าคิดว่า “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” และคณะ พร้อมที่จะกลับมาทำงานอีกครั้งหรือไม่ในนาม “คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ” เพราะขนาดเปลี่ยนไปเขียนในแบบที่ตัวเองไม่ได้ออกแบบมาแล้ว ยังไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกด้วย



