
นิพิฏฐ์เข้าพบศปป.ให้ความเห็นปฏิรูป
22 มิ.ย. 2558
นิพิฏฐ์ เข้าให้ความเห็นปมปฏิรูปต่อศปป. ชี้รธน.50 ดีสุด ห่วงปมอภัยโทษ ชี้ไม่ใช่อำนาจคณะบุคคล เฉ่ง สปช.ทำงานเละเทะ ปัดนั่งสภาขับเคลื่อนฯหวั่นถูกมองมีส่วนได้เสีย
22 มิ.ย.58 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เข้าพบพล.ท.บุญธรรม โอริส รองผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) เพื่อพูดคุยให้ความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปและการปรองดองของประเทศ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ ศปป.จะเชิญนักการเมืองและนักวิชาการเข้าร่วม
นายนิพิฏฐ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าหารือ ว่าวันนี้ตนมาพูดคุยให้ความเห็นและพร้อมให้ความร่วมมือในเรื่องการปฏิรูป ในฐานะที่มีประสบการณ์ในสภาผู้แทนราษฎรกว่า 20 ปี โดยเฉพาะในประเด็นคำว่าปฏิรูปนั้นมีเป้าหมาย และผลสำเร็จอย่างไร ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะตกหลุมดำของการปฏิรูป ปัจจุบันไทยมีความก้าวหน้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก เพราะได้เริ่มการปฏิรูปประเทศมานานแล้ว และเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตยก่อนประเทศอื่น แต่เพิ่งมามีปัญหาในภายหลัง ซึ่งมีปัญหาในส่วนไหนก็ต้องแก้ในส่วนนั้น รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เป็นฉบับที่ค่อนข้างดีที่สุด การที่ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวแล้วร่างใหม่ให้ดีกว่า ถามว่าจะทำได้หรือไม่ ตอบว่าทำได้แต่ทำได้ยากมาก
พล.ท.บุญธรรม กล่าวว่า การเชิญนักการเมืองและนักวิชาการเข้ามาให้ความเห็นเพื่อต้องการข้อมูลที่หลากหลายเพื่อประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ส่วนหลังจากนี้จะเชิญบุคคลใดหรือนักศึกษากลุ่มใดมาเพิ่มเติมหรือไม่คงต้องพิจารณาจากข้อมูลที่ได้มาก่อนหน้านี้ว่าเพียงพอแล้วหรือไม่ โดยเรื่องหารือส่วนใหญ่เป็นเรื่องในภาพกว้างโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ที่ถูกเชิญได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก อยากเรียกร้องสื่อให้นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง ว่า ศปป.ทำงานด้วยความเป็นมิตร ไม่ได้บังคับขู่เข็ญ และการเชิญบุคคลต่าง ๆ มาพูดคุยก็คุยกันแบบเป็นกันเอง
‘นิพิฏฐ์’ ห่วงปมอภัยโทษ ชี้ไม่ใช่อำนาจคณะบุคคล เฉ่ง ‘สปช.’ ทำงานเละเทะ
เมื่อเวลา 12.00 น. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการหารือกับศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วม 2 ชั่วโมง ว่าบรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี เป็นการขอความคิดเห็นในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง และไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตนได้ให้ข้อเสนอเรื่องรัฐธรรมนูญ ว่ามีตรงไหนควรปรับปรุง โดยร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังแก้ไขในขณะนี้มองแล้วดีขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ยังเป็นห่วงในบทบัญญัติเรื่องการอภัยโทษที่เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่อำนาจของคณะบุคคล อย่างไรก็ตาม ตนยังเสนอเรื่องการปรองดอง และการปฏิรูป ที่ต้องทำตลอดเวลา ไม่ควรกำหนดกรอบระยะเวลาตายตัว
นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ไม่ได้พูดคุยถึงการเข้าไปเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแต่อย่างใด และถึงมีการทาบทามตนก็ขอปฏิเสธ เพราะเป็นนักการเมืองไม่อยากให้ถูกมองว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย จนประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจ แต่หากถูกเชิญมาให้ความเห็นในลักษณะนี้ ก็ยินดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองการทำงานของ สปช.อย่างไร นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า การทำงานของสปช.ยังจับหลักเรื่องปฏิรูปไม่ได้ นับวันก็ยิ่งห่างจากเป้าหมายการปฏิรูป ล่าสุด ที่เสนอให้เปิดกาสิโนถูกกฏหมาย ก็ยิ่งเละเทะ สมควรแล้วที่ถูกไล่ลงจากเรือแป๊ะ ส่วนที่สมาชิกสปช.บางกลุ่มเสนอให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้น มองว่าผิดหลักการ เนื่องจากเป็นร่างที่ร่วมกันเขียนขึ้นมา และพยายามโหวตคว่ำร่างเองได้อย่างไร
“ ผมมองว่าเป็นสาเหตุนี้ที่โดนไล่ลงจากเรือแป๊ะ เพราะมีส่วนร่วมเขียนรัฐธรรมนูญและประกาศจะคว่ำเอง เป็นผมผมก็ไล่ลง ” นายนิพิฏฐ์ กล่าว



