
มืออาชีพวางแผนการเงินเทรนด์กำลังมา-ดีมานด์ยังสูง
มืออาชีพวางแผนการเงินเทรนด์กำลังมา-ดีมานด์ยังสูง : คมคิดธุรกิจแนวเจน โดยอนัญชนา สาระคู
"ความรู้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด" สำนวนนี้ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ รวมถึงสถานการณ์ทางการเงินส่วนบุคคล ที่แม้ว่าจะรู้ทั้งรู้ว่า ต้องเก็บ ต้องออม ใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผล รวมไปถึงการให้เงินทำงาน งอกเงย เพื่ออนาคต แต่เมื่อเวลาล่วงเลย ก็มักจะลืมๆ กันไป หรือมีเหตุการณ์แบบไม่คาดฝันมาทำให้ความคิดเหล่านั้นเป็นอันต้องสะดุด หรือทำแต่ "งาน" จนไม่มีเวลา พอมารู้ตัวอีกทีก็อาจจะช้า หรือสายเกินไปแล้วก็ได้
ทำให้ปัจจุบันมีความต้องการ "ที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพ" เข้ามาช่วยวางแผนทางการเงินอย่างเป็นระบบ และนำพาไปสู่เป้าหมาย เช่น เป็นค่าเล่าเรียนบุตรหลาน และเก็บเพื่อไว้ใช้ยามเกษียณ
ในวันนี้เรามาทำความรู้จักกับที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพ 2 คน ทั้งคู่ผ่านการอบรมภายใต้โครงการ FA Future Agency ของ "เอไอเอ" และได้ใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน คนแรกคือ “ต้น” พนัส พิศิษฏพงศ์ ผู้ที่มีความตั้งใจจะเข้ามาสู่วงการ “นักขายประกัน” ตามรอยมารดา และได้ผันตัวเข้ามาสู่เส้นทางอาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งเขามีเป้าหมายที่จะสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งของตัวเองให้ได้ ส่วนอีกคน “น็อต” คณิน บัวเพชร วิศวกรหนุ่มผู้สนใจด้านการเงิน การลงทุน จนเต็มอิ่ม และหันหลังให้แก่อาชีพเดิมที่ทำมา 11 ปี ก่อนเข้าสู่เส้นทางใหม่ จากที่เคยทำงานอยู่เบื้องหลัง ตอนนี้มาทำงานเบื้องหน้า ซึ่งเขาบอกว่าสามารถทำประโยชน์ให้คนได้จำนวนมาก
"ต้น" พนัส ในวัย 27 ปี บอกว่า ปัจจุบันคนที่ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเงินมีอยู่มาก โดยอาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน ไม่ใช่การเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้เสียทุกคน แต่เราต้องดูบุคคลที่เราพูดคุยด้วย เช่น หากเป็นผู้ใหญ่กว่า บางทีเขาอาจมีประสบการณ์ที่สูงกว่า ที่จะเป็นที่ปรึกษาก็อาจจะเป็นได้เพียงนักขายประกันปกติ หรือช่วยมองได้ว่าแผนการเงินของเขายังขาดตรงไหนบ้าง ก็จะเข้าไปช่วยเติมในส่วนที่ขาดนั้น แต่สำหรับคนในวัยเดียวกัน หรือคนที่อาจจะยังขาดความรู้ในส่วนนี้ ก็จะเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้ ซึ่งก็ต้องเริ่มจากการเก็บข้อมูลทางการเงินของเขา เช่น ความต้องการ เป้าหมาย การใช้จ่าย จากนั้นก็จะนำ "แผน" มาเสนอ คือลูกค้ามีเป้าหมายอย่างไร ก็จะจัดแผนให้ตรงกับความต้องการเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น ซึ่งจะต่างจากนักขายประกันที่จะเน้นการนำเสนอตัวผลิตภัณฑ์ แต่การประกันก็เป็นฐานหลักของการวางแผนทางการเงิน
"ต้น" พนัส เล่าว่า มีความตั้งใจแต่แรกแล้วว่า หลังจบการศึกษาจะเข้ามาอยู่ในสายอาชีพนักขายประกัน เพราะเติบโตมากับคุณแม่ที่ทำงานอยู่ที่เอไอเออยู่แล้ว เป็นอาชีพที่สามารถมีรายได้ ส่งลูกๆ 3 คนเรียนหนังสือจนจบการศึกษาจากต่างประเทศได้ แต่เมื่อเรียนจบ คุณแม่แนะนำให้ไปทำงานที่อื่นก่อน เพื่อให้ไปเป็นลูกน้องคนอื่น เพื่อการเรียนรู้ จึงไปทำงานประจำอยู่ที่ บมจ.ซีพีออลล์ อยู่ 2 ปี จากนั้นจึงตัดสินใจลาออกเพราะเห็นว่าคุณแม่เริ่มมีอายุมากขึ้น อีกอย่างคือคิดว่าการเข้ามาสืบทอดกิจการควรเข้ามาในช่วงที่อีกคนยังสามารถถ่ายทอดวิชาให้เราได้ ไม่ใช่มาตอนที่เขาไม่ไหวแล้ว ซึ่งก็ประจวบเหมาะกับทางเอไอเอมีโครงการเอฟเอพอดี
"ตอนนั้นเลยคิดว่าแม้คุณแม่จะสอนประสบการณ์ให้เราได้ แต่ก็ไม่สามารถสอนการทำงานอย่างมีระบบแบบใหม่ได้ ซึ่งโครงการเอฟเอสอนให้เราเป็นที่ปรึกษาทางการเงินจริงๆ อย่างที่เมืองนอกเขามีมานานแล้ว และคิดว่าหากยังอยู่ในอาชีพนักขายประกันที่ผมมองว่าอาจจะเป็นเรดโอเชี่ยน จึงน่าจะเข้าไปอยู่ในตลาดบลูโอเชี่ยน ซึ่งผมคิดว่าอาชีพนี้เป็นเทรนด์ที่กำลังมา และตลาดก็ยังเปิดกว้างสำหรับคนในอาชีพนี้ แม้แต่คนที่อาจจะยังไม่มีความรู้ด้านการเงินมากนัก แต่โครงการเอฟเอก็จะสอนเราทุกอย่าง ซึ่งคิดว่าสำหรับผู้ที่จบการศึกษามายังไม่รู้ทิศทางว่าจะทำงานอะไร ก็แนะนำว่าการเข้ามาอบรมในโครงการเอฟเอ ก็เหมือนกับการเข้ามาสมัครงาน และมีเวลาที่จะให้เราพิสูจน์ตัวเองว่าจะอยู่ในอาชีพนี้ได้หรือไม่ หากคิดว่าไม่ได้ก็หางานอื่นทำใหม่ได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราได้ทำงานแล้วอาจจะไม่ชอบ ไม่โดน ก็เปลี่ยนงาน หางานใหม่ แต่สิ่งที่ได้ติดตัวก็คือ ความรู้ และประสบการณ์"
สำหรับ "ต้น" พนัส นอกจากผ่านการอบรมโครงการเอฟเอ และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้แนะนำการลงทุนในหลักทรัพย์แล้ว เขายังผ่านการอบรมเพิ่มเติมในหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และทำให้การวางแผนทางการเงินมีความเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งได้วางเป้าหมายของตัวเองไว้ว่าภายในระยะ 5 ปี จะต้องมีชื่อติดอยู่ใน "Million dollar Round Table (MDRT) ซึ่งเป็นเหมือนโอลิมปิกของวงการประกัน แต่ผ่านมาเพียง 2 ปีก็สามารถทำได้เร็วกว่าเป้าหมายที่กำหนด ส่วนอีก 10 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าหมายจะมีทีมงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการสร้างทีม หาคนใหม่ๆ เข้ามา และอนาคตก็มีแผนจะต่อยอดเปิดบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม พนัสมองว่าอาชีพนี้เหมือนเป็นอาชีพอิสระ แต่ก็ไม่ใช่ จึงอยากบอกว่าเป็นอาชีพที่เราสามารถจัดสรรเวลาเองได้มากกว่า และในโครงการเอฟเอนี้ก็จะสอนให้เรามีระเบียบวินัยในการทำงาน เหมือนเป็นก้าวแรกที่สอนให้เราทำงาน
นอกจากนี้ พนัสเห็นว่า การวางแผนทางการเงินไม่ใช่แค่ทำให้เรามีผลตอบแทนสูงสุดอย่างเดียว แต่เป็นการวางแผนเพื่อให้ทุกช่วงเวลาของชีวิตมีเงินใช้ เป็นการวางแผนการเงินเพื่อตอบโจทย์ทุกช่วงอายุของเป้าหมายการเงิน ซึ่งทุกวันนี้คนที่ไม่ได้วางแผนการเงินนัก อาจเป็นเพราะยังไม่มีความรู้ความเข้าใจทางการเงินมากกว่า คิดเพียงว่าเก็บเงินไว้ที่ไหนก็ได้ขอให้มีความเสี่ยงต่ำ แต่เขาจะรู้หรือไม่ว่าหากเราวางแผนระยะยาว การเลือกจังหวะลงทุนที่ดี แม้ตลาดจะปรับลดลง คนอื่นขาดทุนแต่เราก็ยังสามารถมีผลตอบแทนเป็นบวกได้ ซึ่งการลงทุนที่ดีที่สุดคือการจัดสรรตามพอร์ตการลงทุน และนำเงินไปลงทุนตามที่วางแผนไว้
ด้าน "น็อต" คณิน วัย 33 ปี บอกว่า จากที่คุยมากับหลายคนพบว่ายังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในเรื่องการวางแผนการเงิน กับการลงทุน ส่วนใหญ่มองว่าตอนนี้ดอกเบี้ยแบงก์ต่ำจะลงทุนอะไรก็ได้ แต่การลงทุนมีความเสี่ยง ส่วนเรื่องเก็งกำไร คนส่วนใหญ่คิดว่าการเก็งกำไรเป็นหนทางเพื่อให้ได้เงินมาเร็ว แต่นั่นยังขาดกระบวนการที่ทำให้เงินเติบโตอย่างปลอดภัย คือถ้าไม่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบแล้วจะทำให้เขามีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะการบริหารเงินก้อนจะต้องแบ่ง ต้องจัดสรรและวางแผนตามเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลางและยาว
"การลงทุนในหุ้นคนนิยมมาก จะเห็นว่าหนังสือแนะนำการลงทุนหุ้นขายดี แต่น้อยคนนักที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนด้วยการอ่านหนังสือเท่านั้น เพราะอาจจะทำให้เกิดการลงทุนที่ผิดพลาด และพลาดเป้าหมายได้ ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งไม่กล้าเสี่ยงอะไรเลย ก็มองว่าจุดนี้สำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจกันมากขึ้น โดยเฉพาะการให้ความเข้าใจในเรื่องการเสื่อมของเงินเป็นอย่างไร หรืออำนาจซื้อที่จะลดลงไปในอนาคต ซึ่งคงต้องฉายภาพให้เห็นกันก่อนว่าการเก็บเงินไว้เฉยๆ ที่เรียกว่าเป็น เลซี่ มันนี่ นั้นก็เหมือนกับเงินก้อนนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเราและจะด้อยค่าลงไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งในระยะสั้นอาจจะไม่เห็น แต่หากมองในระยะยาวจะรู้ว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัว เช่น การลงทุนในระยะ 5 ปี ระหว่างคนที่ลงทุนแบบเสี่ยง กับคนที่ลงทุนแบบไม่เสี่ยง ผลที่ได้อาจจะยังไม่แตกต่างกันนัก แต่หากผ่านไประยะ 10 ปี 15 ปี หรือ 20 ปี จะทำให้เห็นความแตกต่างกันชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องมูลค่าของเงิน"
คณิน เล่าว่า เริ่มสนใจเรื่องการลงทุนหลังจากทำงานมีรายได้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งตอนนั้นอายุประมาณ 24 ปี ก็เริ่มด้วยการเข้าไปลงทุนในหุ้นทั้งๆ ที่ยังไม่มีความรู้อะไรมากนัก ทำให้เกิดความผิดพลาด และเจ็บตัวมาประมาณหนึ่ง เพราะเข้าไปลงทุนในช่วงเกิดวิกฤติทางการเงินในสหรัฐ หรือแฮมเบอร์เกอร์ ไครซิสพอดี แต่หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องการเงินการลงทุนโดยใช้เวลาหลังเลิกงานราว 6-7 ปี แต่เมื่อมาพบเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งจบวิศวกรเหมือนกันแต่เขามาทำงานมีอาชีพเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน พอดีกับถึงจุดอิ่มตัวของงานเดิม จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เข้ามาสู่อาชีพนี้ ที่นอกจากจะผ่านการอบรมโครงการเอฟเอ ของเอไอเอ และประสบการณ์เพิ่มเติม ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ฝ่ายบริหารบัญชี และการบริหารจัดความมั่งคั่ง บริษัท ไอเอฟซีจี จำกัด อีกด้วย
ทั้งนี้ แม้ว่าจะศึกษาหาความรู้ด้านการลงทุนมานาน แต่ก็ไม่คิดจะผันตัวเองเป็นนักลงทุนแบบฟูลไทม์ แต่เลือกที่จะเข้ามาสู่เส้นทางอาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน เขาบอกว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่ง เหมือนอย่างที่ตนประทับใจในอาชีพ "หมอ" ซึ่งอาชีพที่ปรึกษาทางการเงินก็เหมือนกับ "หมอทางการเงิน" สำหรับคนไทย และจากที่พบเจอเพื่อนๆ มา เขาก็หาเงินได้เหมือนเรา แต่เขาไม่มีการวางแผนการเงิน ซึ่งคนไทยประสบกับปัญหาตรงนี้เยอะ เลยคิดว่าการที่ได้เข้ามาในอาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่จะช่วยยกระดับสังคมไทยได้ด้วย
โดยการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน จะใช้ตัวลูกค้าเป็นหลัก โดยดูว่ามีความต้องการอะไร หรือเป้าหมายทางการเงินอย่างไร ที่อยากจะไปให้ถึงเป้าหมายนั้น แต่อาจจะมีข้อจำกัดในหลายเรื่อง เช่น เวลาในการศึกษาหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้าการลงทุน ทำให้ไม่กล้าเริ่มลงทุน เลยเลือกใช้แต่ช่องทางง่ายๆ เช่น ฝากออมทรัพย์ ฝากประจำ ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินจะทำความรู้จักกับลูกค้าก่อน พอรู้เป้าหมายก็จะหาสิ่งที่จะมาชดเชยหรือตอบโจทย์ตามที่เขาต้องการ นั่นคือที่ปรึกษาทางการเงิน ส่วนเรื่องประกันจะถือเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการวางแผนทางการเงิน เป็นส่วนพื้นฐานแรกในการคุ้มครองความเสี่ยงให้ตัวเองและครอบครัว และเพื่อที่จะสามารถทำให้แผนการเงินของคนคนนั้นมีความยืดหยุ่นมากพอ เพื่อไปสู่เป้าหมายได้
ทั้งนี้ การวางแผนทางการเงินด้วยการลงทุนเพียงอย่างเดียวนั้นจะยังไม่เพียงพอ แต่ควรมีการวางแผนอย่างเป็นระบบด้วย
"ส่วนตัวมองว่าอาชีพที่ปรึกษาทางการเงินกำลังเป็นเทรนด์ที่มาแรง และจะอีกยาวนานด้วย เพราะว่าการเงินเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวคนมาก โดยเฉพาะประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาและจะก้าวไปสู่ประเทศที่พัฒนาในอนาคต เรื่องการเงินจึงมีความสำคัญ ขณะเดียวกัน ภาวะสังคมไทยในปัจจุบัน คนเราจะให้เวลากับการทำงาน และครอบครัวมาก แต่เวลาในการศึกษาเรื่องแผนการเงินแทบจะไม่มีเลย หน้าที่ของที่ปรึกษาทางการเงินที่เข้ามาจึงเป็นเหมือนกับ พาร์ทเนอร์ หรือเป็นโค้ช เพื่อให้เขามีแผน และทำตามแผนอย่างมีระเบียบวินัย จึงเป็นอาชีพที่น่าสนใจทั้งการเข้ามาสู่ในอาชีพนี้ และความต้องการคนเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้ เพื่อช่วยย่นระยะเวลา โดยใช้มืออาชีพเข้ามาช่วยวางแผนการเงินให้มั่นคงและเติบโตในระยะยาว"
โดยส่วนตัวของเขาแล้ว น็อต บอกว่า มีเป้าหมายทำให้คนไทยมีแผนการเงินที่ถูกหลักการ มีกระบวนการวางแผนที่เหมาะกับเฉพาะตัวและไลฟ์สไตล์ให้มากที่สุด ขณะที่น็อตเองนั้น มีแผนการเงินเอาไว้แล้วคือเมื่อวางเป้าเกษียณไว้ที่อายุ 45 ปี ซึ่งตอนนี้ก็เหมือนเดินไปได้ครึ่งทางแล้ว จึงค่อนข้างพอใจกับแผนการเงินของตัวเอง
เอไอเอหนุนที่ปรึกษาการเงินเสริมทัพ
สำหรับที่มาของโครงการเอฟเอ ฟิวเจอร์ เอเยนซี (FA Future Agency) นั้น บริษัท เอไอเอ เห็นความสำคัญของการสร้างและพัฒนาบุคลากรไปสู่การเป็นที่ปรึกษาการเงิน (ไฟเนียนเชียล เอดไวเซอร์-เอฟเอ (Financial Advisor-FA) เพื่อเข้ามาเสริมทัพกับทีมขายมืออาชีพที่มีคุณภาพของบริษัท โดยฝ่ายที่ปรึกษาการเงินได้ออกแบบหลักสูตร เอฟเอ โปรแกรม ที่จะช่วยให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ ผ่านการฝึกอบรมที่ได้มาตรฐานและเข้มข้น การนำเสนอการวางแผนการเงินด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked Product) พร้อมระบบสนับสนุนการทำงานด้วยเทคโนโลยีที่นำสมัย และที่สำคัญคือแผนรับรองรายได้ที่มั่นคงและน่าสนใจ โดยมี 2 หลักสูตร ดังนี้
1.FA Standard สำหรับคนรุ่นใหม่ ไฟแรง รักความก้าวหน้า มีความต้องการเป็นที่ปรึกษาการเงินมืออาชีพอย่างแท้จริง และมีเป้าหมายที่จะประสบความสำเร็จในอนาคตอย่างไร้ขีดจำกัด
2.FA Prime สำหรับคนทำงานที่มีประสบการณ์และมีเป้าหมายที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพที่ปรึกษาการเงิน พร้อมทั้งมีใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน Investment
ดังนั้น เอฟเอ ฟิวเจอร์ เอเยนซี จะเป็นจุดเปลี่ยนอนาคตในการเป็นที่ปรึกษาการเงินของการประกันชีวิต โดยเอไอเอมีความพร้อมในการสร้างความเป็นมืออาชีพให้แก่บุคคลที่มีความมุ่งมั่น ใฝ่หาความสำเร็จ เพื่อเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในสายงาน และรายได้อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยความเป็นผู้นำตลาดวงการประกันชีวิตของเอไอเอมากว่า 75 ปี จึงมั่นใจได้ว่าที่ปรึกษาการเงินเอฟเอฟทุกคนจะได้มุ่งสู่ความสำเร็จไปกับบริษัทที่มั่นคง พร้อมเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปกับบุคลากรมืออาชีพของบริษัทที่พร้อมจะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่เหล่าที่ปรึกษาการเงินเอฟเอสายเลือดใหม่อย่างแท้จริง
5 ขั้นตอนสำคัญในการวางแผนการเงิน
1.กำหนดความต้องการและเป้าหมายทางการเงินในอนาคตของครอบครัว โดยเป้าหมายนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ
1.1 เป้าหมายทางการเงินระยะสั้น (1-2 ปี) เช่น เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน เตรียมเงินแต่งงาน เตรียมเงินซื้อรถ เตรียมเงินดาวน์บ้าน เตรียมเงินท่องเที่ยว
1.2 เป้าหมายทางการเงินระยะกลาง (3-7 ปี) เช่น เตรียมเงินเพื่อการศึกษาบุตร เตรียมเงินซื้อรถใหม่หลังขายรถคันเก่า
1.3 เป้าหมายทางการเงินระยะยาว (8 ปี ขึ้นไป) เช่น เตรียมเงินเพื่อการศึกษาบุตรในระดับสูงขึ้น เตรียมเงินเกษียณอย่างเพียงพอ เตรียมส่งมอบทรัพย์สินหรือมรดก เตรียมกองทุนสุขภาพสำหรับอนาคต (long term medical & health care) เตรียมเงินซ่อมแซมบ้าน
ทั้งนี้ การกำหนดลำดับความสำคัญตามความต้องการ และการคำนวณเป้าหมาย ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดประการแรกในกระบวนการวางแผนการเงิน โดยมีตัวแปรสำคัญที่ต้องนำมาคำนวณรวมด้วยคือ ภาษี และเงินเฟ้อ
2.การตรวจสุขภาพทางการเงิน เพื่อทราบสถานะทางการเงินในปัจจุบัน เพื่อทราบถึงรายรับ (income-flow in) เงินที่จ่ายออกไป (expenses-flow out) ส่วนนี้เรียกว่า "งบกระแสเงินสด (Cash Flow)" และส่วนที่ 2 คือ ทรัพย์สินและหนี้สินสุทธิที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน หรือเรียกว่า "งบดุล (Balance Sheet)" ส่วนนี้จะทำให้นักวิเคราะห์ทราบถึง จุดตั้งต้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบแผนการเงิน เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายในอนาคตที่ตั้งไว้ในข้อ 1 ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลแบบเฉพาะเจาะจง (tailor made)
3.ที่ปรึกษาการเงินนำเป้าหมายที่ได้จากข้อ 1 และข้อมูลที่รวบรวมจากข้อ 2 กลับไปวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล เพื่อออกแบบแผนทางการเงิน ณ จุดนี้จะนำไปสู่การเฟ้นหาแหล่งที่อยู่ของเงิน หรือแหล่งการออม การลงทุน เพื่อให้เงินเติบโต และสามารถตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินแต่ละเรื่องของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเงินต้น ผลตอบแทนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่รับได้ โดยใช้ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงอัตโนมัติ แหล่งสินทรัพย์ที่ดี สถาบันการเงินที่มั่นคง และเฟ้นหาผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพในการบริหารจัดการเงินออม เงินลงทุน
4.รีวิวแผนการเงินร่วมกัน อาจมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขแผน
5.เริ่มต้นทำตามแผนและติดตามเป็นระยะ และอาจมีการปรับเปลี่ยนแผน เพื่อให้เหมาะสมตามสถานการณ์ในแต่ละช่วงของชีวิต
หมายเหตุ / ที่มา : "คณิน บัวเพชร"



