ข่าว

เจาะที่มั่น‘ฅนรักษ์บ้านเกิด’ป้อมค่าย‘7ดาวดิน’ต้านคสช.

เจาะที่มั่น‘ฅนรักษ์บ้านเกิด’ป้อมค่าย‘7ดาวดิน’ต้านคสช.

22 มิ.ย. 2558

เจาะที่มั่น‘ฅนรักษ์บ้านเกิด’ ป้อมค่าย‘7 ดาวดิน’ต้านคสช. : คนข่าวชายขอบรายงาน

               หลังสิ้นสุดการผ่อนผันเข้ารายงานตัวของนักศึกษา "กลุ่มดาวดิน" ตามหมายเรียกของ สภ.เมืองขอนแก่น ในข้อหา "ร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ มีจำนวนตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป" เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดเงินประกันจำนวน 5 หมื่นบาท พร้อมออกหมายจับในข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช.ที่ 7/2557

               ต่อมาผู้สื่อข่าวหลายสำนักได้ลงพื้นที่บ้านนาหนองบง หมู่ 3 ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งเป็นแหล่งพักพิงของกลุ่มดาวดิน ที่ได้มาอาศัยภายในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของ "กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด" องค์กรของชาวบ้านวังสะพุงที่ต่อต้านการทำเหมืองทองภูทับฟ้า

               ตัวแทนกลุ่มดาวดินบอกต่อผู้สื่อข่าวว่า ที่บ้านนาหนองบง เป็นพื้นที่แรกที่พวกเขามาเรียนรู้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน และไม่ได้คิดหลบหนี

               "พวกผมประกาศชัดเจนอยู่แล้วว่า พวกผมอยู่ที่นี่ จะไม่หนีถ้าจะมาจับก็ยอมให้จับทันทีไม่ขัดขืน"

               000

               ย้อนไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2558 ชาวนาอีสานในนาม "กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านนามูล ดูนสาด" ร่วมกับพี่น้องจาก "กลุ่มอนุรักษ์ดงมูล", "กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด", "กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมห้วยเสือเต้นและโคกหินขาว" และ "เครือข่ายที่ดินจากคอนสาร" ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม "รับขวัญประชาธิปไตย" เรียกขวัญ 7 นักศึกษา "กลุ่มดาวดิน" ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น

               ในวันนั้น กลุ่มดาวดินได้แสดงตัวชัดเจนว่า จะไม่ไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีเสียงสะท้อนจากฝั่งรัฐบาลว่า จะต้องดำเนินคดีกับกลุ่มนักศึกษา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่กลุ่มอื่น

               เมื่อปลายปีที่แล้ว กลุ่มดาวดินได้เปิดปฏิบัติการ "กระตั้วแทงเสือ" บุกเข้าไปแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว และสวมเสื้อข้อความไม่เอารัฐประหาร ต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะตรวจเยี่ยมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งที่หน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น

               ชื่อเสียงของกลุ่มดาวดิน จึงเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ และถูกฝ่ายความมั่นคงเฝ้าเกาะติดความเคลื่อนไหวในทันที

               "กลุ่มดาวดิน" มีสมาชิกประมาณ 20 คน เรียนอยู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่เผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม โดยมีกิจกรรมหลักคือการออกค่ายเรียนรู้สังคม

               เมื่อหลายปีก่อน กลุ่มดาวดินได้ไปออกค่ายเรียนรู้สังคมที่หมู่บ้านรอบๆ เหมืองทองคำ อ.วังสะพุง จ.เลย โดยมีรุ่นพี่เบิกทางลงชุมชนแห่งนี้จากรุ่นสู่รุ่น

               เหมืองทองคำ วังสะพุง นี่แหละที่เป็นเบ้าหลอมพวกเขาให้เข้มแข็ง เมื่อผ่านการต่อสู้ร่วมกับชาวบ้านมานานหลายปี

               12 ปีที่แล้ว บริษัททุ่งคำได้รับประทานบัตรทำเหมืองทองคำที่ภูทับฟ้า จ.เลย เมื่อเริ่มมีการผลิต และแต่งแร่ ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากสารเคมีที่ใช้ในการผลิตที่รั่วซึมมาตามลำธารสาธารณะ

               ชาวบ้านจึงรวมตัวกันในนาม "กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด" 6 หมู่บ้าน ต่อสู้เรียกร้องให้บริษัททุ่งคำ และภาครัฐเข้ามาดูแล โดยมีนักศึกษากลุ่มดาวดิน ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับชาวบ้านต้านเหมืองทอง
 
               สำหรับแกนนำดาวดินคือ "ไผ่" จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ได้ถูกบ่มเพาะเรื่อง "สิทธิมนุษยชน" และ "สิทธิชุมชน" มาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อของเขาเองเป็นทนายความของคนจน ช่วยเหลือชาวบ้านต่อสู้เรื่องคดีต่างๆ มาตลอด โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของชาวบ้าน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ที่เคยถูกเอารัดเอาเปรียบกรณี "แย่งน้ำ" จากลำน้ำพรม โดยถูกเขื่อนต่างๆ กักเก็บเอาไว้จนน้ำไม่เพียงพอต่อการเกษตร

               "ไผ่" เห็นการต่อสู้ของพ่อ และ สุวิทย์ กุหลาบวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการองค์กรเอกชนพัฒนาชนบทภาคอีสาน หรือ กป.พช.อีสาน ที่มาเริ่มงานเอ็นจีโออยู่ในพื้นที่สมัยที่ไผ่ยังเป็นเด็ก จึงซึมซับเรื่องราวเหล่านี้ จนกระทั่งเขาเลือกเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อหวังเป็นนักกฎหมายเหมือนพ่อช่วยเหลือคนด้อยโอกาส

               การลุกขึ้นสู้และเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองในสังคมไทย มีมานานแล้ว โดยเฉพาะในภาคอีสาน การลุกขึ้นมาต่อสู้ของภาคประชาชน เพราะเดือดร้อนจากโครงการอันเนื่องมาจากนโยบายรัฐ หรือการลงทุนของภาคเอกชน

               ในสถานการณ์วันนี้ "7 นักศึกษากลุ่มดาวดิน" มองว่า การต่อต้านการรัฐประหาร ก็เป็นภารกิจเดียวกับการต้านกลุ่มทุนใหญ่ที่ละเมิด "สิทธิชุมชน"

               พลันที่ชาวบ้าน "กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด" พร้อมเป็นผนังทองกำแพงเหล็กให้กลุ่มดาวดิน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายของฝ่ายความมั่นคง ที่เข้าไปจับกุมนักศึกษากลุ่มนี้

"สุวิทย์ กุหลาบวงษ์" ไอดอลดาวดิน

               ผู้ชายคนนี้ "สุวิทย์ กุหลาบวงษ์" อดีตเด็กช่างกล ชาวสิงห์บุรี ที่มาอยู่อีสานกว่าครึ่งชีวิต โดยมารณรงค์เรื่องสิทธิ และให้ข้อมูลเรื่องสิทธิของประชาชนในพื้นที่

               ปัจจุบัน "สุวิทย์" ดำรงตำแหน่ง "เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) อีสาน" โดยเขาได้ทำให้กระบวนการภาคประชาชนในพื้นที่หันเหทิศทางไปสนับสนุนและให้ข้อมูลเรื่องสิทธิของประชาชนมากยิ่งขึ้น และเขากำลังรุกเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่อื่นๆ รู้จักสิทธิของตนเอง จะได้ไม่ถูกเอาเปรียบ

               "สุวิทย์" ไม่ใช่นักสู้ภาคประชาชน "เสื้อสี" ซึ่งในภาวะที่ภาคอีสานมีการแบ่งแยกออกเป็นหลายสี หลายกลุ่ม เขากลับมองว่า ชาวบ้านเสื้อสีส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก "สิทธิขั้นพื้นฐานของตนเอง"

               หลังการทำรัฐประหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ "สุวิทย์" ได้ออกแถลงการณ์ "ไม่ปฏิรูปใต้ท็อปบู๊ท คสช." ทันที

               ตอนหนึ่งของแถลงการณ์ ระบุว่า "ภาพที่เราเห็นคือ พฤติกรรมของผู้นำรัฐบาลและหัวหน้า คสช.ได้ใช้อำนาจแบบสั่งการ หรือใช้อำนาจเผด็จการทหาร มากกว่าการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น ตั้งคำถาม คาถาที่ท่านผู้นำสั่งการให้ประชาชนท่องคือ มีปัญหาไปเสนอที่ สปช. และศูนย์ดำรงธรรม"
 
               จากกรณีแถลงการณ์ดังกล่าว ทหารได้ออกจดหมายเรียกตัวสุวิทย์และแกนนำ 16 คน ที่ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ไปพบเพื่อปรับทัศนคติตามแนวทางปรองดองของ คสช.

               เนื่องจากเป็น "นักพัฒนาองค์กรเอกชน" ที่มีจุดยืน "เคียงข้างคนจน" กลุ่มดาวดิน มข. จึงได้ยึดเอา "สุวิทย์" เป็นต้นแบบของนักสู้ภาคประชาชนมาแต่แรก