ข่าว

สนช.ลุยอุดรไร้ป่วน‘พีระศักดิ์’ย้ำรบ.อยู่ยาวแน่

สนช.ลุยอุดรไร้ป่วน‘พีระศักดิ์’ย้ำรบ.อยู่ยาวแน่

21 มิ.ย. 2558

สนช.ลุยอุดรไร้ป่วน‘พีระศักดิ์’ย้ำรบ.อยู่ยาวแน่

 

 

                 21มิ.ย.2558ที่ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำโดยนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่2พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมาธิการพลังงาน พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ประธานคณะกรรมาธิการพาณิชย์ การอุตสาหกรรมและการแรงงาน พล.อ.อ.อาคม กาญจนหิรัญ นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ได้ลงพื้นที่ตามโครงการสนช.พบประชาชน จังหวัดอุดรธานี และได้เข้าหารือกับส่วนราชการต่าง ๆของจังหวัด ทั้งนี้นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปถึงแผนและแนวทางในการดำเนินการ เกี่ยวกับการขยายอาคารสนามบิน อาคารจอดรถและลานจอดอากาศยานของท่าอากาศยานอุดรธานี การแก้ไขปัญหาการจราจรรอบเมือง ทั้งนี้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอุดรธานี จะเน้นด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อรองรับประชากรใน5จังหวัดใกล้เคียง และการเปิดเออีซี ซึ่งมีการศึกษาผ่านมาแล้ว3รัฐบาลแล้วก็ยังไม่เกิดขึ้น

                 นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า การเข้ายึดอำนาจของคสช.เพราะไม่อยากให้มีการฆ่ากันตาย และต้องการลดความแย้ง ซึ่งในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีซึ่งมีความสำคัญ และอยากให้ทุกฝ่ายลดการปะทะกัน เพื่อให้เกิดความปรองดอง ร่วมไม้ร่วมมือกันทำงานให้กับประเทศชาติ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ไม่มีส.ส.และส.ว. ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาล จึงอยากให้ช่วยกันฟังรายการฟังความสุขที่นายกฯต้องการสื่อสารไปถึงประชาชนว่านายกฯได้ดำเนินการอะไรไปแล้ว โดยโครงการสนช.พบประชาชนถือเป็นช่องทางหนึ่งที่เราจะนำปัญหาของประชาชนสื่อไปถึงรัฐบาล

                 พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ การอุตสาหกรรมและการแรงงาน ได้ขอให้ทางพาณิชย์จังหวัด และศุลกากรจังหวัด ตรวจสอบการนำเข้าสินค้าจากประเทศลาว โดยเฉพาะข้าวโพด และมันสำปะหลัง ส่งผลให้ราคาสินค้าของไทยตกต่ำ โดยให้คุ้มครองผลผลิตทางเกษตรของไทย รวมทั้งการแอบอ้างว่าเป็นสินค้าไทย ทั้งที่เป็นสินค้านำเข้า อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลก็พยายามช่วยเกษตรกรอย่างเต็มที่ ส่วนกรณีที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยระบุว่าดัชนีการส่งออกลดลง เป็นเรื่องจริง แต่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น และลดลงไม่มาก และไม่ได้ทำให้ภาพของประเทศเสียหาย ดังนั้นอย่ากังวลว่ารัฐบาลนี้เข้ามาจะทำให้เศรษฐกิจฝืด เพราะเข้ามาบริหารประเทศเพียง9เดือนได้ทำตามวินัยการเงินการคลัง มีการกู้เงินเพียงครั้งเดียวคือช่วยเหลือชาวนาเท่านั้น นอกจากนี้การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐก็ยังไม่ทั่วถึง เพราะการทำงานของรัฐบาลเครื่องยนต์ก็อาจจะไม่ปรู้ดปร้าดเหมือนเครื่องเจ็ต เชื่อว่าปลายปีนี้และต้นปีหน้าจะดีขึ้นแน่นอน

                 จากนั้นในช่วงบ่ายที่ร.ร.นภาลัย จ.อุดรธานี ทางคณะสนช.ที่นำโดยนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่สอง ได้พบปะประชาชนเพื่อรับฟังปัญหา ซึ่งบรรยากาศเป็นอย่างเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย ทั้งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นพื้นที่เสื้อแดง ซึ่งอาจจะมีการต่อต้าน แต่ปรากฎว่าประชาชนส่วนใหญ่ได้แสดงความเห็นสนับสนุนให้รัฐบาลได้อยู่บริหารราชการแผ่นดินต่อไป บางคนอยากให้อยู่ถึง10ปี และชื่นชมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น


“พีระศักดิ์”ย้ำรัฐบาลอยู่ยาวแน่

                 นายพีระศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ระบุว่ารัฐบาลจะอยู่ยาวถึงปี 60 ว่า จากการพิจารณาโรดแมปคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปอาจมีขึ้นในปลายปี 59 และจะมีรับรองผลเลือกตั้งก็ใช้เวลา 1เดือน รวมทั้งการเปิดประชุมนัดแรก และตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้ก็ยังเป็นรัฐบาลรักษาการเพื่อรอส่งให้รัฐบาลต่อไป อย่างไรก็ตามหากร่ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติรัฐบาลก็ต้องอยู่ต่ออีก 180วัน เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่

                 เมื่อถามว่า มีสปช.บางส่วนระบุว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวโดยไม่ว่าสปช.จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ สปช.ก็สิ้นสุดวาระลง แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องรอดูร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างฯว่าจะมีการแก้ไขอย่างไร เป็นไปตามที่สนช.เสนอหรือไม่ ซึ่งหากเสนอขอแก้ 100ประเด็น แต่กรรมาธิการยกร่างแก้เพียง 10 ประเด็น สปช.ก็คงไม่ให้ผ่านแน่

ยันถอดถอนอดีตส.ส.248ทำตามข้อเท็จจริง

                 นายพีระศักดิ์ พกล่าวถึงการประชุมสนช.ในวันที่ 26มิ.ย.เพื่อพิจารณาถอดถอนอดีตส.ส.จำนวน 248 คนว่า ที่ประชุมคงจะพิจารณากำหนดกรอบเวลาในการประชุมเพื่อพิจารณากระบวนการถอดถอน เนื่องจากมีวาระและกฎหมายสำคัญที่ต้องพิจารณาด้วย ซึ่งต้องดูความเหมาะสมเพื่อกำหนดขั้นตอนต่าง ๆ ส่วนกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยมองว่าการเดินหน้าถอดถอนจะส่งผลต่อความปรองดองนั้น ตนคิดว่ากระบวนการเข้าสู่การพิจารณาของสนช.แล้ว เลยกระบวนซึ่งเดินหน้าไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งสนช.จะไม่ทำตามกระแสสังคม