ข่าว

‘สุวพันธุ์’ทำความเข้าใจกลุ่มเคลื่อนไหว24มิ.ย.

‘สุวพันธุ์’ทำความเข้าใจกลุ่มเคลื่อนไหว24มิ.ย.

21 มิ.ย. 2558

‘สุวพันธุ์’ทำความเข้าใจกลุ่มเคลื่อนไหว24มิ.ย.ชี้สถานการณ์สู้กันด้วยความคิด ลั่นรัฐบาลนำหน้ากลุ่มปล่อยข่าวป่วนด้วยผลงานอยู่หลายก้าว

             21 มิ.ย.2558 นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเตรียมเคลื่อนไหวทางการเมือง ในวันที่ 24 มิ.ย. นี้ ซึ่งถือเป็นวันครบรอบ 83 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตย ว่า มีกลุ่มเห็นต่างบางกลุ่มที่เตรียมทำกิจกรรมเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยในมุมมองของกลุ่มคนเหล่านั้นคงเห็นว่าเป็นโอกาส รัฐบาลก็ต้องทำความเข้าใจและอธิบายให้เข้าใจกับกลุ่มที่ต้องการเคลื่อนไหวที่ยึดมั่นประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ เพราะเขาก็เป็นพลังส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศเช่นกัน อย่างไรก็ตาม มองว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวนั้นจะอยู่ในกรอบ เพราะต้องเข้าใจด้วยว่าสถานการณ์ขณะนี้มันเป็นสถานการณ์พิเศษ
 
             ผู้สื่อข่าวถามว่า เป้าหมายคือต้องการให้เกิดการกระทบกระทั่งกันเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่บางฝ่ายต้องการให้กระทบ แต่ต้องพยายามให้ทุกอย่างอยู่ในกรอบ แล้วนำพลังนั้นมาใช้ในทางที่ถูกต้อง
 
             ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีการเคลื่อนไหวในต่างประเทศ ที่ล่าสุดมีการปล่อยข่าวปฏิวัติซ้อนเข้ามา นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนเห็นตอนนี้คือคิดว่ามีขบวนการที่พยายามสร้างความหวาดระแวง และความแตกแยกขึ้นในรัฐบาลและในคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.) แม้แต่ตนเองก็ถูกเขียนลงในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คในเรื่องที่ไม่จริงเลยแม้แต่นิดเดียว ทำให้เกิดความแตกแยก โดยมีขบวนการที่ทำ มีตั้งแต่คนคิด และปล่อยมาเป็นชั้น ๆ ชั้นที่ 1-2-3-4 กระจายไป ซึ่งรัฐบาลรู้หมด แต่รู้ในนามแฝง ไม่ทราบว่าเป็นใคร บางอันเรารู้ว่ามาจากไหน แต่พิสูจน์ทราบตัวตนของนามแฝงนั้นไม่ได้ บางอันโชว์ว่ามาจากต่างประเทศ ซึ่งข้อความที่ปล่อยมาเหล่านั้นไม่ใช่ความจริงที่เกิดขึ้นเลย เป็นข้อความ เรื่องราวที่บิดเบือนแค่ต้องการทำให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งรัฐบาลก็ต้องป้องกันและทำความเข้าใจกับสังคมไปพร้อมกัน โดยกลุ่มคนเหล่านี้มีจำนวนไม่มาก แต่กระจายตัวออกไป เพื่อสื่อถึงมวลชนของเขาให้เข้าใจไปอีกอย่างหนึ่ง ต้องการให้อีกกลุ่มหนึ่งเกิดการตั้งคำถามว่าจะเกิดปฏิวัติซ้อนจริงหรือ เขาต้องการให้เกิดภาพเหล่านี้ขึ้น
 
             “ผมบอกเป๊ะเลยไม่ได้ว่ามาจากตรงไหน แต่บอกได้ว่ามีคนคิด แล้วมีคนทำ มีการส่งมาแล้วกระจายออกไป เรื่องเหล่านี้เราสามารถตรวจสอบได้ แต่เขาใช้นามแฝงซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร อดีตนักการเมืองหรือไม่ เพราะเขาใช้นามแฝง ซึ่งรัฐบาลก็ต้องป้องกัน สร้างความเข้าใจ บังคับใช้กฎหมาย ต้องทำหลายมิติไปด้วยกันโดยเครื่องมือที่เรามีอยู่” นายสุวพันธุ์ กล่าว
 
             ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินว่าจะมีการปล่อยข่าวออกมาป่วนอีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตอนนี้การเมืองก็เดินไปเข้มข้นมากขึ้น
 
             ส่วนการที่กลุ่มเห็นต่างยังเคลื่อนไหวเป็นเพราะเขามั่นใจว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงได้ใช่หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันนี้เป็นการต่อสู้กันทางความคิด สู้กันในเรื่องประเด็นของการเมืองซึ่งเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา ที่ต้องมีพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ตอนนี้ก็เช่นกันที่ต้องมีรัฐบาล มีฝ่ายค้านคือกลุ่มที่เห็นต่างนี้ เพียงแต่การต่อสู้ทางความคิดนั้นต้องสู้แบบมีเหตุมีผลหรือแบบแฟร์เพล ตามภาษาฟุตบอล
 
             ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าการปล่อยข่าวเช่นนี้จะสามารถปลุกความคิดคนขึ้นมาได้หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่าต้องต่อสู้กันทางความคิด และตนย้ำว่าเราต้องยืนอยู่บนความจริง เอาความจริงเข้าสู้ ถ้าต้องแพ้ด้วยความจริงก็ไม่รู้จะทำอย่างไร คงไม่ต้องถึงกับเชือดไก่ให้ดู ทำงานไปตามเนื้อผ้า ซึ่งกลุ่มเห็นต่างเขาก็ยังสู้ถึงแม้รัฐบาลพยายามขอให้ต่างประเทศส่งตัวกลับ เราเป็นฝ่ายรัฐต้องอดทน
 
             นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนคิดว่ารัฐบาลนำในเรื่องผลงาน เพราะครม.ชุดนี้มีผลงานที่หาได้ยาก อาทิ การทำงานจริงจัง การขับเคลื่อนจริงจัง การติดตามงาน เอาจริงเอาจัง มีผลงานเชิงประจักษ์จำนวนมาก แก้ปัญหาหลายเรื่องแม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จงดงาม ตนคิดว่าวันนี้ทุกคนมีความสุข มีความหวัง ภาพรวมประเทศดีขึ้น ดังนั้นรัฐบาลนี้ก้าวนำกลุ่มที่ปล่อยข่าวเพื่อป่วนอยู่หลายก้าว
 
             ส่วนกลุ่มที่จะลงมือสร้างสถานการณ์ความรุนแรงนั้นคนที่คิดอาจคิดได้แต่จะทำหรือไม่ ฝ่ายความมั่นคงก็ทำงานหนักในเรื่องนี้ ดูหมดทุกมิติที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด มีความร่วมมือในการทำงานของหน่วยข่าวทั้งพลเรือน ทหาร ตำรวจ โดยทำงานบนจุดยืนเดียวกันคือไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง


เลขาฯสมช.ติงสหรัฐพาดพิงไทยไม่ตรงข้อเท็จจริง
 
             นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีรายงานของสหรัฐด้านสถานการณ์ก่อการร้ายที่พาดพิงถึงไทย โดยระบุข้อหนึ่งว่า มีการโยกย้ายตำแหน่งเจ้าหน้าที่จำนวนมากหลังการรัฐประหาร ทำให้ขาดความต่อเนื่องในนโยบายว่า การทำงานด้านความมั่นคงของไทยมีการวางระบบแผนงาน ที่ชัดเจน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับของผู้บริหารระดับสูงอย่างเดียวทั้งหมด ซึ่งรายงานดังกล่าวนั้น ตามหลักแล้วหากสหรัฐจะมีการแถลงรายงานอะไรออกมาก็ควรที่จะมีการพูดคุยสอบถามกับไทยก่อน เนื่องจากเป็นผู้สนับสนุนกัน ไม่ใช่ไปเผยแพร่แบบผิดๆ และตนขอยืนยันในฐานะที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและอำนวยการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากล ว่ารายงานดังกล่าวนั้นขัดกับข้อเท็จจริง
 
             นายอนุสิษฐ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่ในรายงานระบุว่าไทยเป็นแหล่งผลิตเอกสารปลอมนั้น รัฐบาลได้กำลังพยายามแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว โดยรวมถึงการบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ ในการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายทั้งหมด


นายกฯห่วงเอสเอ็มอีเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน
 
             พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความชื่นชมแนวทางของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ใช้แนวทางเข้าไปช่วยเหลือดูแลผู้ประกอบการรายย่อยอย่างใกล้ชิด ด้วย 4 มาตราการคือช่วยให้ผู้ประกอบการมีใจสู้ในการทำธุรกิจ มีความรู้ในการประกอบการ มีนวัตกรรมในการสร้างความแตกต่างเพื่อการแข่งขัน มีคู่ค้าเครือข่ายในการขยายกิจการ
 
             “นายกฯเป็นห่วง sme รายย่อย โดยเฉพาะ sme ที่เป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งข้อมูลจากการสำมะโนธุรกิจ พบว่ามีอยู่ 2,079,267 ราย แต่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากระบบธนาคารได้เพียง 338,000 ราย รวมเป็นยอดสินเชื่อ 949,000 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่า ยังมีผู้ประกอบการอีกจำนวนมาก ที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และอาจส่งผลต่อกาขยายกิจการ อันเนื่องมาจาก ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือจดทะเบียนพาณิชย์ แต่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลจะไม่มีบัญชีงบดุลมาแสดงเพื่อขอสินเชื่อจากธนาคาร ทำให้ยากต่อการได้รับอนุมัติสินเชื่อ”
 
             ทั้งนี้แนวทางที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กำลังดำเนินการคือ การนำ SME ที่ประสงค์จะขอสินเชื่อ แต่ไม่ผ่านการอนุมัติ เข้าสู่ระบบการเตรียมตัวใหม่ ทั้งการพัฒนาตนเองให้สามารถจัดเตรียมระบบเอกสารที่จะใช้แสดงเพื่อยืนยันสถานะการประกอบ นำไปแสดงต่อธนาคาร การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การเสริมนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ธนาคาร รวมทั้ง การใช้ช่องทาง ชมรม sme ที่มีอยู่ในหลายธนาคาร อาทิ บัวหลวง กสิกรไทย กรุงไทย ซึ่งจะมีความเข้าใจข้อจำกัดของ sme ในระยะเริ่มต้น และช่วยให้การปล่อยสินเชื่อมีความเป็นไปได้มากขึ้น
 
             “พบว่าด้วยวิธีการเกาะติด ใกล้ชิดเช่นนี้ ทำให้ในช่วง 5 เดือนแรก ช่วยให้ sme ที่ไม่เคยได้รับสินเชื่อจากระบบธนาคารพาณิชย์ สามารถได้รับอนุมัติสินเชื่อ จำนวน 392 ราย วงเงินประมาณ 1,400 ล้านบาท ซึ่งจำนวนนี้ไม่รวมผู้ประกอบการที่ได้รับสินเชื่อจาก SME แบงค์โดยตรง อีกจำนวนหนึ่ง”
 
             พลตรีสรรเสริญ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรี ยังมอบนโยบายให้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพิ่มบทบาทนอกจากการให้คำแนะนำในการเสริมสร้างผู้ประกอบการรายใหม่และเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อ sme แล้ว ยังขอให้เพิ่มบทบาทในการเป็นผู้คัดกรอง sme ในแง่ความเป็นไปได้ในการประกอบกิจการ เพื่อที่ว่าจะเป็นด่านหน้าในการคัดกรองและสร้างความมั่นใจให้ธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อ รวมทั้งยังเป็นมาตราการป้องกันมิให้เกิด NPL ในอนาคตอีกด้วย