
อาณาจักร 'ฝิ่น' (ตอน1) ผืนสุดท้ายประเทศไทย
21 มิ.ย. 2558
เรื่องเล่าข่าวดัง : อาณาจักร 'ฝิ่น' (ตอน1) ผืนสุดท้ายประเทศไทย : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม
เหนือระดับน้ำทะเล 800 เมตรขึ้นไปเป็นพื้นที่ที่เหมาะต่อการปลูกฝิ่นพืชล้มลุกที่มีดอกสวยงามแต่แฝงไว้ด้วยพิษร้ายเป็นภัยคุกคามนุษยชาติมาอย่างยาวนานต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ
บนดอยสูงในหลายจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่รอยต่อกับประเทศเพื่อนบ้านคือพม่าและลาว หรือที่เรียกกันในภาพรวมว่าพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำถูกใช้เป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก
ต่อมาทั้ง 3 ประเทศ โดยเฉพาะไทยมุ่งเน้นกวาดล้างปราบปราม และการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนโดยอาศัยโครงการหลวงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้าไปสร้างอาชีพให้ประชาชนในพื้นที่ ทำให้พื้นที่ที่เคยปลูกฝิ่นในไทยลดน้อยถอยลงไป จากที่เคยมีนับแสนไร่ลดปริมาณไปเหลือเพียงหลักร้อยไร่
แต่มาในระยะ 5 ปีย้อนหลังมานี้ พื้นที่ดอยสูงบริเวณแนวเทือกเขาถนนธงชัย ที่ทอดผ่านภาคเหนือใน 7 จังหวัด คือ จ.เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงราย น่าน กำแพงเพชร และ แพร่ มีแนวโน้มถูกบุกรุกแผ้วถางเพื่อใช้เป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นมากขึ้น
ข้อมูลการตรวจสอบพบว่า ปัจจุบัน จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ปลูกฝิ่นมากสุดคือราว 814 ไร่ มากสุดคือ อ.อมก๋อย ติดกับ จ.ตาก โดยเฉพาะที่ อ.แม่ระมาด และท่าสองยาง ซึ่งมีแปลงปลูกฝิ่นอยู่ 356 ไร่ ถัดมาคือกำแพงเพชร ที่มีอยู่ 49 ไร่ ใกล้เคียงกับแม่ฮ่องสอน ที่มีอยู่ประมาณ 47 ไร่ ที่เชียงราย มีอยู่ราว 19 ไร่ น่าน 12 ไร่ และแพร่ 4 ไร่เศษ
พื้นที่กว่า 1,300 ไร่ ที่กล่าวมานี้ ถือเป็นอาณาจักรฝิ่นผืนสุดท้ายของประเทศไทย มีกำลังผลิตฝิ่นรวมกันประมาณ 5 ตันต่อปี ซึ่งหากสามารถกำจัดพื้นที่ปลูกฝิ่นผืนนี้ลงได้ ไทยจะปลอดจากฝิ่นทันที
“ปัญหาคือในพื้นที่ยังคงมีผู้เสพฝิ่นอยู่จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นชาวเขาในกลุ่มของเผ่ากะเหรี่ยง ม้ง และลีซอ มากกว่า 2,000 คน ที่ตกเป็นทาสของฝิ่น พวกเขาเหล่านี้ต้องเสพฝิ่นเฉลี่ย 2 จ๊อย หรือราว 3.2 กิโลกรัมต่อปีต่อคน หากรวมกันแล้วปริมาณฝิ่นที่ปลูกได้น้อยกว่าที่ปลูกอยู่ในพื้นที่เสียอีก จึงทำให้ไร่ฝิ่นยังคงอยู่และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ” นายชลัยสิน โพธิเจริญ ผอ.ปปส.ภ.6 ให้ข้อมูล
ดอยแปเปอร์ รอยต่อระหว่าง จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ และ จ.ตาก เป็นพื้นที่ที่มีปริมาณไร่ฝิ่นรวมกันมากที่สุด
โดยเฉพาะ 13 หย่อมบ้านของชนเผ่ากะเหรี่ยง ใน ต.แม่ตื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก คือ เลอตอ ห้วยขนุน ห้วยโป่ง วะเบยเด วะกะเลโค๊ะ ตะหย่าเด เกร๊ะมอคี ทุ่งต้นงิ้ว เลผะสุคี กล้อหล่อเบลอทีวะเบยทะ ห้วยสินาคี และห้วยน้ำเย็น เป็นพื้นที่เป้าหมายที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตั้งเป้าจะกำหราบไร่ฝิ่นให้ราบคาบภายในเร็วๆ นี้ เพราะระยะหลังพบว่ามีผู้เสพหน้าใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนหันมาเสพฝิ่นมากขึ้น เพราะเลียนแบบพฤติกรรมของคนรุ่นก่อน
“เขาไม่รู้สึกว่าการเสพฝิ่นเป็นเรื่องที่ผิด เพราะคนรอบข้างเสพกันหมด เขาคิดว่าเป็นวิถีเชื่อว่าเป็นยา ซึ่งคิดอย่างนี้เป็นเรื่องอันตราย” นายประสงค์ รัตนพันธ์ ผอ.ส่วนประสานพื้นที่ ป.ป.ส.ภ.6 สะท้อนถึงปัญหา
สอดคล้องกับ “ติวอ” เยาวชนคนรุ่นใหม่ของชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเลอตอ และหลงเดินทางผิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเสพฝิ่นอยู่นานกว่า 3 ปี ที่ยืนยันว่า เสพฝิ่นเพราะเห็นใครต่อใครในหมู่บ้านเสพกันทั้งนั้น
“ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน หรือไปที่ไหนๆ ก็เห็นเขาเสพกัน ไม่เห็นใครบอกว่าผิด เห็นเสพก็อยู่กันได้ไม่เห็นมีผลกระทบอะไร เลยเสพกับเขาด้วย แต่พอติดแล้วมันทรมาน ร่างกายไม่ไหว หากไม่ได้เสพรู้สึกเหมือนร่างกายจะฉีกเป็นเสี่ยงๆ ร้อนรนไปหมด” เด็กหนุ่มชาวกะเหรี่ยงบรรยายถึงเหตุผลที่ทำให้ติดฝิ่น
ติวอ บอกว่า หลังจากติดฝิ่นแล้วทำให้เขารู้ซึ้งถึงความทุกข์ยากของชีวิต เงินที่หามาได้ต้องแลกมาจากหยาดเหงื่อและแรงงานถูกละลายไปกับการซื้อฝิ่นมาเสพ
ปัจจุบันฝิ่นในไทยมีราคาอยู่ราว 8 หมื่นบาทต่อจ๊อย (1 จ๊อย = 1.6 กิโลกรัม) ขณะที่บ้านเลอตอสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 1,000 เมตร การประกอบอาชีพอื่นทำได้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะการเพาะปลูกเพราะมีพืชไม่กี่ชนิดที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่สูงขนาดนี้ ที่สำคัญหากเพาะปลูกได้จะนำไปขายให้ใคร และจะนำลงไปจากดอยได้อย่างไร เป็นคำถามที่ชาวเลอตออย่างเด็กหนุ่มคนนี้ยากที่จะเค้นหาคำตอบ
“ฝิ่นยังเป็นที่ต้องการทั้งกลุ่มผู้เสพที่เป็นชาวเขาในพื้นที่เอง และคนรุ่นเก่าที่อยู่ในชุมชนชาวจีนในพื้นราบ ทำให้ราคายังค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับการเพาะปลูกพืชชนิดอื่น การขนส่งสินค้าที่ยังคงลำบากเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาสนทนาในการพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่ของเรากับคนในพื้นที่ เขาอ้างว่าปลูกฝิ่นได้ยางฝิ่น 1.6 กิโลกรัม เอาขนไปขายง่ายได้แล้วหลายหมื่น ปลูกพืชอื่นต้องมากเท่าไหร่จึงจะได้เงินเยอะขนาดนี้” บทสะท้อนส่วนหนึ่งที่ทีมงาน ป.ป.ส.สะท้อนถึงปัญหา
ห่างออกไปจากอาณาจักรฝิ่นในพื้นที่ประเทศไทยไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน สถานการณ์การแพร่ระบาดของพืชเสพติดชนิดนี้ยังคงหนักหน่วง และยังเป็นที่ตั้งของโรงงานแปรสภาพฝิ่นดิบเป็นเฮโรอีนยาเสพติดที่รุนแรงกว่า บริเวณนั้นได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดอันดับ 2 ของโลก
ติดตามต่อตอนหน้า
---------------------
(เรื่องเล่าข่าวดัง : อาณาจักร 'ฝิ่น' (ตอน1) ผืนสุดท้ายประเทศไทย : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)



