
จี้รถขนเงิน8.4ล.มุ่งเกลือเป็นหนอน
20 มิ.ย. 2558
ตร.เช็กกล้องวงจรปิดเร่งล่า 2 คนร้าย จี้รถขนเงินกวาด 8.4 ล.หลบหนี แฉพิรุธรู้จุดจอดขนเงินที่ลับตา-การรักษาความปลอดภัยน้อยสุด พบมี พนง.ลาไป 1 คน มุ่งเกลือเป็นหนอน
20 มิ.ย. 58 ความคืบหน้ากรณี 2 คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์รถขนเงิน ภายในห้าง พระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. ได้เงินสดไป 8.4 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. ดูแลงานป้องกันและปราบปราม เปิดเผยว่า จากรายงานที่ได้รับคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนใน หรือคนที่รู้ความเคลื่อนไหวของรถขนเงินเป็นอย่างดี
"ดูจากพฤติการณ์ของคนร้ายแล้ว น่าจะมาเฝ้าดูการปฏิบัติงานของพนักงานขนเงินที่จะมาเป็นประจำทุกวัน ซึ่งระหว่างการลำเลียงเงินออกจากธนาคารมายังรถขนเงิน ระยะทางค่อนข้างไกล จากชั้น 3 มาชั้น 2 ไม่มี รปภ.คอยดูแลความปลอดภัยเลย จึงกลายเป็นช่องโหว่ให้มีการโทรบอกคนร้ายให้ลงมือปฏิบัติการครั้งนี้ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งหลักการจอดรถที่ไม่จอดชิดกำแพงด้านใดด้านหนึ่งนั้นก็ทำให้ง่ายต่อการถูกชิงทรัพย์อย่างยิ่ง"
ส่วนเรื่องที่คนร้ายเลือกใส่กุญแจมือพนักงานคุ้มกันรถนั้น รอง ผบช.น.มองว่า อาจจะทราบมาดีอยู่แล้วว่าบุคคลนั้นเป็นคนที่ครอบครองปืน นอกจากนี้ในวันเกิดเหตุยังพบพิรุธอีกว่า พนักงานขนเงินลางาน 1 คน และมีคนใหม่มาเข้าเวรแทน ก็ต้องไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ทำไมถึงมีการแทนเวรกัน
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้ายมี 2 คน โดยคนแรกมีหน้าที่เป็นคนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ และใช้อาวุธปืนเข้าไปข่มขู่ และอีกคนมีหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ซึ่งจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดล่าสุดของชุดสืบสวน คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้ถนนบรรทัดทองหลบหนีโดยยิงปืนข่มขู่ 2 นัด ครั้งแรกยิงขู่เพื่อทำให้ตกใจ นัดที่สองภายหลังจากขนเงินหลบหนี เบื้องต้นจากการตรวจสอบจำนวนเงินยังคงไม่แน่ชัด คาดว่ารวมแล้วประมาณเกือบ 10 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทางชุดสืบสวนได้ตั้งประเด็นของการลงมือชิงทรัพย์ครั้งนี้ไว้ 2 ประเด็น 1. คนร้ายที่ก่อเหตุนั้นอาจจะเป็นพนักงาน หรืออดีตพนักงาน 2. บุคคลที่อยู่ภายนอกไม่เกี่ยวข้องกับธนาคาร ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐานดังกล่าว ส่วนจากการสอบปากคำพนักงานขนเงินที่อยู่ในเหตุการณ์ยังให้การขัดแย้ง เพราะบางคนเห็นใส่หมวกกันน็อก บางคนเห็นใส่หมวกไหมพรม อาจเพราะตกใจไม่ทันสังเกต ทั้งนี้ ฝ่ายสืบสวนจะเร่งติดตามรวบรวมพยานหลักฐานดังกล่าวต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. ดูแลงานสืบสวน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิดเพื่อดูว่าคนร้ายหลบหนีไปทางใด ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานไปก่อน อย่างไรก็ตาม วันที่ 22 มิถุนายน เวลา 10.00 น. จะมีการประชุมสรุปรวบรวมข้อมูลหลักฐานอีกครั้ง ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ถนนพระราม 6
สำหรับชุดคลี่คลายคดีนี้ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน บช.น. ชุดสืบสวน สน.ปทุมวัน ชุดสืบสวน บก.น.6 กองพิสูจน์หลักฐาน โดยมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้าง ตรวจสอบรายชื่อพนักงานห้าง เจ้าหน้าที่ธนาคาร และตรวจสอบการใช้โทรศัพท์รถทุกคันของพนักงานขนเงิน ตรวจสอบข้อมูลประกันภัยทั้งหมด ข้อมูลการลา การไล่ออกของพนักงาน นอกจากนี้ยังนำก้นบุหรี่และกุญแจมือของคนร้ายที่ใส่คนคุ้มกันมาตรวจหาดีเอ็นเอ รวมถึงนำหัวกระสุน 2 หัวที่คนร้ายยิงเพื่อเปิดทางหนีในที่เกิดเหตุมาตรวจสอบ และยังได้เรียกสอบปากคำพยานต้องสงสัย 4 คน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในรถขนเงินที่มี 3 ตัว ด้านหน้ารถ ด้านข้างซ้ายรถและด้านหลังรถ และตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของพยานผู้ต้องสงสัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. ได้เชิญตัวพนักงานขนเงินที่ปฏิบัติหน้าที่ขณะเกิดเหตุทั้ง 3 คน มาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อเก็บข้อมูลและเฝ้าสังเกตพฤติกรรม
ด้าน พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ประสานข้อมูลและลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เข้ามาก่อเหตุและใช้หลบหนี โดยพนักงานสอบสวนก็ได้สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม รวมทั้งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูล ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอเวลาทำงานอย่างน้อย 2 วัน คาดว่าจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างแน่นอน



