
ประวุฒินำกำลังปคม.ลุยตรวจสถานบันเทิง
20 มิ.ย. 2558
พล.ต.ท.ประวุฒิ นำกำลัง ปคม.ลุยตรวจสถานบันเทิงดังฝั่งธนบุรี
จากกรณีที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีมติเห็นชอบให้ออกประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวะศึกษาในระยะ 300 เมตร ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนองนโยบาย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเน้นให้มีการควบคุมร้านค้าจำหน่ายสุราบริเวณรอบสถานศึกษา ป้องกันเด็กและเยาวชนเข้าไปใช้บริการมั่วสุมจนเป็นแหล่งเพาะบ่มอาชญากรรมสำคัญลำดับต้นๆ ของสังคมไทยตามที่นำเสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 20 มิ.ย.58 พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ปฏิบัติหน้าที่โฆษก ตร. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม.จำนวน 20 นาย บุกเข้าตรวจสอบสถานบันเทิงประเภทร้านจำหน่ายสุรา จำนวน 5 แห่ง ตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ภายในซอยพุทธบูชา 49 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. ท้องที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ผลปรากฏพบว่าร้านทั้งหมดปิดให้บริการแล้ว แต่ยังมีลูกค้าวัยรุ่นจำนวนมากอยู่ในสภาพมึนเมาสุรากำลังทยอยเดินทางกลับที่พัก จากการตรวจสอบเอกสารสำคัญพบว่าทุกร้านมีใบอนุญาตจำหน่ายสุราและใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร แต่เนื่องจากมีการจำหน่ายสุราเลยช่วงเวลาเที่ยงคืนตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2558 ไปแล้ว ถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ ดำเนินคดีกับเจ้าของร้านทั้ง 5 แห่งต่อไป
พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า วันนี้นำกำลัง บก.ปคม.เดินทางมาตรวจสอบสถานบันเทิงใกล้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พบว่าร้านภายในซอยพุทธบูชา 49 มีใบอนุญาตจำหน่ายสุราและมีวงดนตรีให้บริการด้วย แต่เปิดเกินเที่ยงคืนไปแล้วถือว่ามีความผิด เพราะเท่าที่ดูลูกค้าก็ยังอยู่ในวัยเยาวชนน่าจะเป็นนักศึกษาในละแวกนี้ เราจะปล่อยให้เมาต่อไปไม่ได้ โดยหลังจากวันนี้เป็นต้นไปผู้ประกอบการในซอยดังกล่าวต้องปิดให้บริการไปก่อนเพราะอยู่ใกล้เคียงสถานซึกษาและหากจะต่อใบอนุญาตก็จะให้อนุญาตในกรณีที่เป็นร้านค้าอาหารเท่านั้น แต่จะเสนอเพิกถอนใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ส่วนการดำเนินคดีในวันนี้พบว่าทุกร้านเปิดเกินเวลาเที่ยงคืนได้สั่งการให้ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ เรียกเจ้าของกิจการไปดำเนินการเปรียบเทียบปรับทั้งหมด
ต่อมาเมื่อเวลา 02.45 น.วันเดียวกัน พล.ต.ท.ประวุฒิ นำกำลังชุดเดิมเข้าตรวจสอบสถานบันเทิง RED ZEED ผับ ตั้งอยู่ริมถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม.ท้องที่ สน.ภาษีเจริญ ผลปรากฏพบว่า ไม่มีลูกค้าใช้บริการภายในร้านแล้ว พบแต่พนักงานกว่า 30 คน กำลังช่วยกันเก็บกวาดโต๊ะและเศษขยะตามพื้น แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สั่งการให้หยุดเก็บกวาดและทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางผับย้อนหลังพบว่า เพิ่งปิดให้บริการเมื่อเวลาประมาณ 02.20 น.และเมื่อตรวจค้นวัตถุต้องสงสัยในกองขยะที่อยู่บนพื้นพบยาอี 1 เม็ด ซองยาไฟว์ ไฟว์ 2 ซอง หลอดเสพยาไอซ์ 2 อัน นอกจากนั้นเมื่อตรวจค้นตามร่างกายพนักงาน ยังพบมีพนักงานชายรายหนึ่งครอบครองยาไอซ์ชนิดเกร็ด หนักประมาณ 3 กรัม จึงนำตัวส่ง พนักงานสอบสวนท้องที่ดำเนินการตามกฎหมาย
พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยอีกว่า การเข้าตรวจสอบผับแห่งนี้เนื่องจากมีผู้แจ้งเบาะแสจำนวนมากว่า มีการเปิดให้บริการเกินเวลา เมื่อเดินทางมาถึงพบว่าไม่มีลูกค้าแล้ว มีเพียงพนักงานกำลังช่วยกันเก็บกวาดแต่แอร์ยังเปิดเย็นฉ่ำ จึงต้องขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังซึ่งก็พบว่ามีการให้บริการเกินเวลาเที่ยงคืน จากการตรวจเอกสารสำคัญของผับนี้พบมีใบอนุญาตจำหน่ายสุราแต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ดังนั้นแม้จะไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษาแต่ปล่อยให้เปิดเกินเวลาแถมมียาเสพติดถือเป็นเรื่องที่ยอมกันไม่ได้ จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ภาษีเจริญ เร่งติดตามเจ้าของกิจการมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
“ส่วนกรณีที่กำลังชุดปฏิบัติงานเดินทางมาถึงพบว่า ลูกค้าออกจากผับไปหมดแล้วและพนักงานก็กำลังช่วยกันเก็บกวาดในสภาพเร่งรีบ ตนได้ขอทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้จัดการร้านก็พบหลักฐานเป็นเบอร์โทรศัพท์ของข้าราชการตำรวจหลายหน่วยงานติดต่อเข้ามาล่วงหน้าก่อนที่ตนจะเดินทางมาถึงไม่กี่นาที เรื่องนี้จะต้องรีบตรวจสอบเพื่อดำเนินการทางวินัยกับพวกเกลือเป็นหนอนที่คอยส่งข่าวต่อไป” พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
สรรพสามิตตรวจร้านเหล้ารอบ ม.เกษตร
เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 19 มิ.ย. นายธรรมศักดิ์ ลออเอี่ยม ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามกรมสรรพสามิต สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารกรมทหารราบที่ 11 และตำรวจ สน.พหลโยธิน กว่า 50 นาย ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบันเทิงที่ร้านจำหน่ายสุราใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บนถนนเกษตร-นวมินทร์ แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กทม.จำนวน 6 ร้าน ประกอบด้วย ร้านspringbreak ร้านhoneymoon ร้านfollow me ร้านห้องนั่งเล่น ร้านneed และร้านkikbar
นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า จากการสำรวจร้านขายสุราทั่วประเทศพบว่ามีจำนวนทั้งหมด 1,960 ร้าน และมีสถานศึกษาที่สุ่มเสี่ยงต่อการใช้บริการของนักศึกษาและเยาวชนจำนวน 327 ร้าน จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในวันนี้พบว่ามีการกระผิดจำนวน 2 ร้าน คือร้าน Follow Me ซึ่งไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุราและยาสูบ จึงดำดำเนินการเปรียบปรับจำนวน 2,000 บาท และร้าน Need ใบอนุญาตจำหน่ายสุราผิดประเภท ปรับ 200 บาท จากการสุ่มตรวจผู้ที่มาใช้บริการไม่พบว่ามีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามการตรวจในครั้งนี้จะเน้นในเรื่องของร้านเหล้าที่เปิดใกล้สถานศึกษา ศาสนสถาน และปั้มน้ำมัน ซึ่งในขณะนี้คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแห่งชาติ ได้มีมติบังคับใช้กฎหมาย ห้ามเปิดร้านเหล้าใกล้สถานศึกษา ศาสนสถาน และปั้มน้ำมัน ในรัศมี 300 เมตร ถ้าข้อบังคับกฎหมายนี้ผ่านอนุมัติไปได้ เมื่อมีการตรวจแล้วพบว่ามีการกระทำผิดอีก ก็จะสั่งปิดร้านทันทีและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



