
แจงคนไทยที่อินโดฯปลอดภัยหลังบึ้ม2จุด
อธิบดีกรมสารนิเทศ เผย คนไทยในอินโดนีเซียปลอดภัยหลังเกิดเหตุระเบิดโรงแรม 2 จุด แจ้งเตือนให้อยู่ในที่พักและระมัดระวังในการเดินทาง
(17ก.ค.) นางวิมล ชิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศ ก.ต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิด 2 จุดที่อินโดนีเซีย ว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงจากาต้า รายงานว่า จากการที่ได้ตรวจสอบชุมชนคนไทยในจากาต้าพบว่า คนไทยที่นั่น ซึ่งมีทั้งนักธุรกิจ นักศึกษาและคนไทยที่ทำงานและพักอาศัยที่นั่น ทุกคนปลอดภัยดี โดยสถานทูตได้แนะนำให้ทุกคนอยู่ในที่พักอาศัย หากไม่จำเป็นก็ให้หลีกเลี่ยงอยู่ในที่ๆ มีคนจำนวนมาก และใช้ความระมัดระวังในการเดินทางไปไหนมาไหน ซึ่งสถานทูตจะให้การดูอย่างใกล้ชิดและติดต่อคนไทยเป็นระยะๆ และจะรายงานสถานการณ์กลับไปยังกระทรวงตลอดเวลา โดยขณะนี้ทุกคนยังใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติ
ด้านเว็บไซท์ CNN รายงานอ้างการเปิดเผยของผู้เห็นเหตุการณ์ว่า ตำรวจได้ปิดล้อมพื้นที่โดยรอบของโรงแรมหรู ริทซ์-คาร์ลตัน และเจ ดับเบิลยู แมร์ริออต ที่อยู่ห่างกันประมาณ 50 เมตร หลังเกิดระเบิดเมื่อเวลาประมาณ 07.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งที่โรงแรมริทซ์นั้น พบว่า กระจกแตกกระจายที่ชั้นสอง ที่แสดงให้เห็นว่า เป็นแรงระเบิดจากภายใน ด้านสำนักข่าวอันทาร่าซึ่งเป็นของรัฐบาล รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน ซึ่งมีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย และ
มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล MMC และโรงพยาบาลจาการ์ต้าที่อยู่ใกล้เคียง ส่วนสำนักข่าว AFP อ้างตัวเลขล่าสุดจากศูนย์รับมือวิกฤติของกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน บาดเจ็บ 48 คน ในจำนวนนี้มีหลายคนที่อาการสาหัส
แขกของโรงแรมคนหนึ่ง ที่วิ่งออกมาจากห้องพักของโรงแรมเมอร์ริออต เปิดเผยว่า ระเบิดลูกแรกทำให้ตึกของโรงแรมสั่น ก่อนจะเกิดระเบิดตามมาอีก 2 ครั้ง กระจกด้านหน้าทุกบานของล็อบบี้โรงแรมแตกกระจายเกลื่อน เช่นเดียวกับรอยเลือดที่กระเซ็นไปทั่ว แต่คนส่วนใหญ่พากันออกจากโรงแรมอย่างสงบขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคน ระบุว่า เห็นคนอย่างน้อย3 คน ถูกใส่เปลหามออกไป
ด้านสถานีโทรทัศน์ เมโทร ทีวี ได้เผยแพร่ภาพส่วนหน้าของหนึ่งในโรงแรมที่เสียหายเพราะแรงระเบิด ส่วนตำรวจยังไม่ได้ยืนยันสาเหตุของการระเบิด รถพยาบาลหลายคันได้แล่นเข้าไปยังที่เกิดเหตุ ท่ามกลางกำลังตำรวจอย่างหนาแน่น ชาวออสเตรเลียคนหนึ่ง เปิดเผยต่อสถานีวิทยุของออสเตรเลียว่า บุตรชายของเขาได้รับบาดเจ็บที่โรงแรมแมร์ริออต และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลส่วนตัวเขาได้รับบาดเจ็บที่ขา และหูดับไปหนึ่งข้างเพราะเสียงระเบิด
ผู้เห็นเหตุการณ์อีกคนหนึ่ง เปิดเผยว่า มองผ่านหน้าต่างอพาทเม้นท์ออกไป ก็เห็นควันสีน้ำตาลพวยพุ่งออกมา และขณะที่เขากำลังจะลงบันไดไปดูเหตุการณ์ ก็ได้เกิดระเบิดขึ้นที่โรงแรมริทซ์คาร์ลตัน ที่เขาได้เห็นถึงความรุนแรงของระเบิด ที่ทำลายส่วนที่เป็นร้านอาหาร เขายังพบศพที่เชื่อว่าน่าจะเป็นมือระเบิดพลีชีพ นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมากที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่ตอนนั้นพบว่า มีผู้เสียชีวิตเพียงคนเดียว และในช่วงนี้เองที่พบว่า โรงแรมถูกวางระเบิดเสียหายทั้งสองแห่ง และทางการได้เข้าปิดพื้นที่โดยรอบและเริ่มเข้าไปตรวจสอบ
ที่โรงแรมริทซ์นั้น กระจกที่บริเวณชั้นสอง แตกกระจายกระเด็นออกมาด้านนอก ที่แสดงให้เห็นว่าถูกวางระเบิดจากภายใน ซึ่งผู้สื่อข่าวของไฟแนนเชี่ยล ไทม์ส ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ระบุว่า เป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย สำหรับโรงแรมแมร์ริออต เคยถูกวางระเบิดมาแล้ว เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2546 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน
เหตุระเบิดครั้งนี้ เกิดขึ้นในเวลา 2 สัปดาห์ หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีดำเนินไปอย่างราบรื่น
ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากเหตุระเบิดที่โรงแรมหรูสิองแห่งคือ"เจ ดับเบิ้ลยู มาริออตต์"กับ" ริตซ์ คาร์ลตัน" ในย่านหรูของกรุงจาร์การ์ต้าเมื่อเช้านี้ อยู่ที่ 9 คน โดยมีชาวต่างชาติคือชาวนิวซีแลนด์รวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 1 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 50คน ซึ่งรวมทั้งชาวต่างชาติ 13 คน ขณะที่นายอาดี ซูซิฟโต้ รัฐมนตรีความมั่นคงบอกผู้สื่อข่าวว่า ระเบิดทั้งสองครั้งเกิดจากการระเบิดของระเบิดแรงสูง ที่เกิดห่างกัน 2นาที ซึ่งนายอาร์รีฟ วาห์นูนาดี ตำรวจฝ่ายยุทธการณ์เปิดเผยว่า คนร้ายวางระเบิดไว้ในภัคตาคาร"แอร์ลังกา" ของโรงแรม"ริตซ์ คาร์ลตัน" กับที่ชั้นใต้ดินของ"มาริออตต์"



