ข่าว

ผลหนุ่มเชียงใหม่กลับจากเกาหลีไม่ติด‘เมอร์ส’

ผลหนุ่มเชียงใหม่กลับจากเกาหลีไม่ติด‘เมอร์ส’

20 มิ.ย. 2558

แพทย์เผยผลตรวจหนุ่มเชียงใหม่ที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ ไม่พบติด ‘ไวรัสเมอร์ส’ ปล่อยตัวกลับบ้านแล้ว เฝ้าระวังเต็มที่ ย้ำปชช.อย่าตื่นตระหนก

 
         เมื่อเวลา 10.00น. วันนี้ 20 มิ.ย.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ทพ.สุรสิงห์ วิศรุตรัตน รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยผลการตรวจไวรัสเมอร์ส ในช่วงค่ำวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากชายหนุ่มชาวเชียงใหม่ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ ที่มีอาการเป็นไข้สูง โดยสงสัยผู้ที่เข้าข่ายจะเป็นโรคเมอร์ส ผลพบว่าไม่ได้ติดไวรัสเมอร์สแต่อย่างใด เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา โดยขณะนี้ได้รักษาอาการไข้หวัด และกลับบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
         อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนอย่าพึ่งตื่นตระหนก โดยทางสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการให้ความสำคัญกับไวรัสเมอร์สเป็นอย่างมาก หากประชาชนที่มีเพื่อนหรือ ญาติที่เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลีหรือต่างประเทศและพบว่ามีอาการไข้สูง เสี่ยงที่จะติดไวรัสเมอร์สให้ส่งตัวมาตรวจสอบอาการที่โรงพยาบาลใกล้เคียงได้ทันที
 
         ทั้งนี้สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการเฝ้าระวังอยู่ตลอด เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มเสี่ยงมีค่อนข้างเยอะหากพบกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการติดไวรัสเมอร์สก็จะดำเนินการตรวจสอบและกักตัวไว้ทันที และขอย้ำประชาชนอย่าพึ่งตื่นตระหนก หากพบว่ามีผู้ป่วยไวรัสเมอร์สจริงทางระบบการแพทย์ของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทยสามารถควบคุมได้อย่างแน่นอน
 
 
ปลัดสธ.เผยผู้ป่วย ‘เมอร์ส’ รายแรกในไทยอาการดีขึ้น เฝ้าระวังญาติ 3 คนใกล้ชิด
 
 
         เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 มิ.ย.58 นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาการปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์โรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส) ว่า อาการของผู้ป่วยโรคเมอร์ส ในไทยรายแรกดีขึ้นรับออกซิเจนน้อยลงเพราะหายใจได้เองดีขึ้น ผลการเอ็กซ์เรย์ปอดดีขึ้น รับประทานอาหารอ่อนๆ ได้ ส่วนญาติอีก3คน ไม่มีอาการไข้ ไม่มีอาการไอ โดย2คนที่ยืนยันผลตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการเป็นลบ ส่วนอีกรายที่ไม่สามารถยืนยันผลได้นั้นวันนี้รายดังกล่าวไม่มีอาการไข้ออกมาแล้ว ดังนั้นตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกก็จะไม่มีการตรวจเชื้อแล้วในวันนี้ แต่จะพิจารณาอีกครั้งใน1-2วัน ว่าจะต้องตรวจเชื้อซ้ำหรือไม่ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ในห้องแยกโรคจนครบ14วัน
 
         นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยรายนี้ทราบข้อมูลแล้วมีจำนวน175คน บางส่วนได้เชิญตัวมาอยู่ที่สถานพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการ ขณะที่บางส่วนให้กักตัวเองอยู่กับบ้านภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรค14วัน ทั้งนี้ ในจำนวนดังกล่าวไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง หรือเสี่ยงน้อยจำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากมีการปรับลด ปรับเพิ่มระหว่างวัน ซึ่งบางคนจากที่เคยจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงก็ปรับมาเป็นผู้มีความเสี่ยงน้อย กรณีของชาวบุรีรัมย์ที่เดินทางมาสายการบินเดียวกันและนั่งใกล้กับผู้ป่วยรายแรกนั้นสามารถติดตามตัวได้แล้วตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่19มิ.ย. ซึ่งเจ้าตัวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ตอนนี้อาการเป็นปกติ อยู่ในการเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เช่นเดียวกับคนขับแท็กซี่เมื่อวานก็สามารถติดตามจนครบแล้วเช่นเดียวกัน
 
         นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่19มิ.ย.ได้เชิญรพ.เอกชน10แห่ง ที่ชาวตะวันออกกลางนิยมมาใช้บริการ มาหารือเกี่ยวกับระบบเฝ้าระวังและคัดกรองโรค ซึ่งทุกรพ.มีระบบคัดกรองคนไข้ก่อนที่จะเดินทางเข้ามารักษาในประเทศไทย โดยมีบริษัทเอเจนซี่ในตะวันออกกลางประสานข้อมูลจากแพทย์ในประเทศนั้นๆ ก่อนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากมีอาการของโรคมากตามกฎของสายการบินทั่วโลกไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่องอยู่แล้ว ส่วนผู้ที่เดินทางเข้ามาเองมักจะมีสุขภาพดี ถ้ามาเจ็บป่วยที่ประเทศไทยทางรพ.เอกชนก็มีการเตรียมความพร้อมในการคัดกรองและแยะผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงออกจากผู้ป่วยทั่วไปอยู่แล้ว ทั้งนี้ ในวันที่22มิ.ย.นี้ จะเชิญรพ.เอกชน และคลินิกเอกชน ประมาณ100แห่งเข้ามาหารือเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวัง ควบคุมโรค แต่รพ.ส่วนใหญ่ก็มีมาตรการดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อ และห้องแยกโรคอยู่แล้ว
 
         “กรณีที่มีข่าวลือในช่องทางต่างๆ ว่าพบผู้ป่วย หรือผู้ต้องสงสัย เมอร์สในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรพ.สมุทรปราการ หรือ ชาวต่างชาติที่จังหวัดอุดรฯ หรือในจังหวัดอื่นๆ ขอยืนยันว่ขณะนี้ประเทศมีผู้ป่วยโรคเมอร์สเพียงรายเดียว ไม่อยากให้ประชาชนเชื่อข่าวลือจาดโวเชียลมีเดีย ให้รับข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง ซึ่งหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค1422และขอความกรุณาให้เคารพสิทธิของผู้ป่วยหรือผู้ที่เข้าระบบติดตามด้วย ไม่เปิดเผยชื่อ ที่อยู่ ไม่ตามไปถ่ายภาพที่บ้านหรือภาพญาติ หรือผู้ป่วยเอง เพราะถือเป็นการทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ สายการบินจากประเทศตะวันออกกลาง และประเทศเกาหลีใต้จะเข้ามาที่สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ ซึ่งผอ.ท่าอากาศยานจะเปิดช่องทางพิเศษสำหรับผู้เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคให้เข้าสู่ระบบคัดกรองก่อนให้เข้าผ่านตม.เข้ามาในประเทศ”นพ.สุรเชษฐ์กล่าว
 
         ด้านพญ.จริยา แสงสัจจา ผอ. สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ขณะนี้อาการดีขึ้น อยู่ในห้องแยกโรค แต่รับปริมาณออกซิเจนน้อยจาก5ลิตร เหลือ2ลิตรและรับประทานอาหารได้เอง ขณะนี้บุตรชาย และน้องชาย อาการไข้ ไอ ลดลง ส่วนภาวะความเครียด หรือวิตกกังวลก็ลดลงเช่นกัน เนื่องจากมีล่ามจากโอมานช่วยเรื่องการสื่อสาร นับเป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็ต้องตระหนักว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เพราะเป็นผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว
 
         นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียว่าพบผู้ป่วยต้องสงสัยป่วยเมอร์ส ที่รพ.ศิริราช ว่า ขอยืนยันว่ายังไม่มีผู้ป่วย หรือผู้ต้องสงสัยป่วยเป็นโรคเมอร์ส ที่รพ.ศิริราชแต่อย่างใด ส่วนภาพบุคลากรของ รพ.ศิริราชสวมชุดป้องกันโรคนั้นเป็นเพียงภาพเก่าของการซักซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น ทั้งนี้มาตรการควบคุมป้องกันการระบาดของเมอร์ส ยังอยู่ในระดับ 1 อยู่ในความดูแลของกระทรวงสาธารณสุข หากกระทรวงรับไม่ไหวถึงยกมาตรการป้องกันระดับ 2 คือให้รพ.ในโรงเรียนแพทย์ร่วมกันรับสถานการณ์
 
         ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียว่า“ให้ทุกคนซื้อยาอม็อกซี่ ติดบ้านเอาไว้ ซึ่งเป็นยาฆ่าเชื้อที่สามารถรักษาโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน คนที่ป่วยไข้หวัดรุนแรงกินทันทีจะรักษาได้ แผงหนึ่งมี20เม็ด ต้องบอกร้านยาต้องเป็นอม็อกซี่ของเมืองนอกเท่านั้นกล่องขาวแดง”ว่า อท็อกซิลิน (Amoxycillin)เป็นยาปฎิชีวนะรักษาเชื้อแบคทีเรีย ใช้ไม่ได้กับไวรัสใดๆรวมทั้งเมอร์ส ขณะนี้การรักษาเมอร์สทำได้เพียงแค่การประคับประคองตามอาการเท่านั้น
 
         อนึ่ง ตั้งแต่ต้นปี2558จนถึงปัจจุบัน กระทรวงมีระบบการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้และตะวันออกกลาง โดยได้คัดกรองผู้ที่มีอาการไข้และส่งเชื้อตรวจจำนวน 38 ราย เป็นคนที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้ 23 ราย และตะวันออกกลาง 15 ราย ผลการตรวจทุกรายเป็นลบ ไม่ติดเชื้อเมอร์ส แต่อย่างใด
 
 
เชียงราย - สนามบินเชียงรายเข้มตรวจนักท่องเที่ยวต่างชาติคัดกรองโรคเมอร์ส
 
 
         เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2558 ที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย นายอิทธิพล บุญอารีย์ ผอ.ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ได้เตรียมความพร้อมและหารือร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ภายในท่าอากาศยาน เพื่อร่วมกันปฏิบัติการในการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคเมอร์ส เนื่องจาก ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงรายเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ ทีมีเที่ยวบินจากต่างประเทศ มาลงจอด
 
         นายอิทธิพล บุญอารีย์ ผอ.ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า หลังจากที่มีการระบาดของไวรัสเมอร์ส ทางท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ได้มีมาตราการในการเตรียมความพร้อมในการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงมีเที่ยวบินที่เดินทางมาจากประเทศจีน เข้ามาในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จะตรวจพาสปอตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาว่ามีประวัติการเดินทางมาจากประเทศทางตะวันออกกลาง หรือประเทศเกาหลี หรือไม่ หากพบว่าได้เดินทางผ่านประเทศดังกล่าว ก็จะต้องมีการตรวจคัดกรองอีกครั้งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งทางท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ก็ได้เตรียมความพร้อมทั้งสถานที่ในการตรวจคัดกรอง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคเมอร์ส
 
 
นครพนม - เข้มเฝ้าระวังด่านชายแดน สกัดไวรัสเมอร์ส
 
 
         เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2558  เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำด่านชายแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ที่เชื่อมระหว่างจังหวัดนครพนมของไทยกับแขวงคำม่วน สปป.ลาว ได้กวดขันผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทย โดยเน้นเฝ้าระวังผู้ที่ถือหนังสือเดินทางมาจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธ์ 2012 ( MERS-Cov) ซึ่งขณะนี้มีด้วยกัน 7 ประเทศ คือ 1.เกาหลีใต้ 2.ซาอุดิอารเบีย 3.สหรัฐอาหรับอิมิเรต 4. อิหร่าน 5.โอมาน 6.การ์ตาร์ และ7. จอร์แดน 
 
         โดยเน้นกลุ่มนักเดินทางที่มาจากประเทศดังกล่าว โดยจะตรวจสอบหากมีไข้สูง มากกว่า 38 องศาเซลเซียส และมีอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันเช่นไอ หายใจเร็ว เหนื่อยหอบ หรือปอดอักเสบ หากพบนักเดินทางที่มีลักษณะต้องสงสัยดังกล่าว เบื้องต้น ให้พักที่ห้องกักตัวก่อนและรีบดำเนินการสอบสวนโรคโดยด่วนทันที 
 
         ซึ่งที่ผ่านมา ยังไม่พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสเมอร์ส-คอฟ เดินทางเข้ามาที่ด่านชายแดนจังหวัดนครพนมแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังคงตรวจเข้มทุกด่านเข้า-ออกพร้อมเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
 
 
ตรัง - โรงพยาบาลตรังพร้อมรับมือผู้ป่วยไวรัสเมอร์ส
 
 
         เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2558 ที่โรงพยาบาลตรัง นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายแพทย์สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน ตรวจความพร้อมของโรงพยาบาลตรังในการดำเนินการเฝ้าระวังควบคุมป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือเมอร์ส พร้อมทั้งเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดตรัง เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังป้องกันให้ประชาชนปลอดภัย และได้ดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค และสอบสวนโรค หากมีผู้ป่วยโรคชนิดนี้ขึ้น โดยที่โรงพยาบาลตรังมีการเฝ้าระวังด้วยการติดป้ายเตือนประชาชนและเจ้าหน้าที่ จัดจุดแจกหน้ากากอนามัย
 
         สำหรับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ จัดจุดตรวจรักษาแบบช่องทางด่วน แบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว ไม่ปะปนกับผู้ป่วยอื่นๆ มีหากพบผู้ป่วยมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ที่มีอาการเข้าเกณฑ์โรคเมอร์ส จะรีบส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรังทันที นอกจากนั้นมีการจัดเตรียมห้องรองรับ และห้องปลอดเชื้อไว้ภายในโรงพยาบาลตรัง เพื่อพร้อมรับมือผู้ป่วยโรคเมอร์ส หากพบมีการแพร่ระบาดเข้ามาในพื้นที่จังหวัดตรังไว้เรียบร้อย
 
         นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวว่า ในการทำงานติดตามผู้สัมผัสโรค จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเสี่ยงสูง ต้องรับตัวไว้สังเกตอาการภายในห้องรองรับหรือห้องปลอดเชื้อที่จัดเตรียมไว้ ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำแนะนำให้แยกตัวอยู่บ้าน ลดการเข้าสังคมกับผู้อื่น และมีระบบติดตามทางโทรศัพท์ 14 วัน ที่สำคัญประชาชนที่มีอาการป่วยจะต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย หากไม่รีบแจ้งอาจจะแพร่เชื้อไปยังบุคคลใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวได้ และจะมีความผิดตามกฎหมายควบคุมโรคด้วย
 
 
 
 
 
----------------------------------------------
 
 
 
(ภาพประกอบข่าว)