
นายกฯสั่งเข้มเมอร์สขออย่าตื่นตระหนก
19 มิ.ย. 2558
นายกฯ ขอปชช.อย่าตื่นตระหนก ไวรัสเมอร์ส ยันคุมได้ ชี้มีการเตรียมการแต่ต้น ตอก ตั้ง อาชีวะ ไม่ใช่คนไทย ยันไม่ปล่อยปะละเลย ประสานทุกปท.ที่มีผู้ต้องหาหลบหนี
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่พบโรคเมอร์สในประเทศไทย ซึ่งสื่อต่างชาติให้ความสนใจ ว่า เราไม่สนใจหรือ ตนสนใจไปตั้งนานแล้ว ให้เตรียมการไปตั้งแต่ต้น เราเป็นผู้นำในการแก้ไข ป้องกันในเรื่องโรคระบาดร้ายแรงมาตลอด โรคไข้หวัดนก โรคซาร์สเราก็ทำ คราวที่แล้วก็เรื่องอีโบล่า เราก็ได้รับคำชมเชย ตนได้บอกไปแล้วโรงพยาบาล 69 แห่ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ดูเรื่องโรคซาร์ส โรคไข้หวัดนก วันนี้ก็ต้องมาดูเรื่องโรคเมอร์สด้วย วันนี้บุคลากร อุปกรณ์ เพียงพอหรือไม่ ที่กักกันโรคพอหรือไม่ตรงนี้มันถึงจะเรียบร้อยและสามารถจะเช็คได้ เพราะเราสร้างการรับรู้มาโดยตลอด โรคอะไรป้องกันตัวอย่างไร เช็คที่ไหน วันนี้พอเขามา เขารู้ตัวเขาเอง ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนมาเช็คโรคหัวใจ ทุกทีเขาก็มา แต่ครั้งนี้เขารู้สึกแปลกใจ โรงพยาบาลจึงแจ้งไปที่สาธารณะสุข แล้วก็พาไปโรงพยาบาลบําราษฎร์นราดูร ซึ่งเรื่องนี้เราควบคุมได้ เราต้องสอบต่อไป ว่าเขานั่งแท็กซี่มากี่คัน มีคนเกี่ยวข้องกี่คน แล้วตรวจสอบว่าขึ้นเครื่องบินมาจากไหน เครื่องบินลำนั้นมีใครบ้าง นี่คือสิ่งที่เราทำทั้งระบบอยู่แล้ว ขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลให้ความห่วงใย แต่ที่ยังไม่อยากพูดไป เพราะอยู่ในห้วงของการกักกันโรค ยังตรวจสอบไม่พบ พอพบตอนเย็นก็รีบบอกเลย แต่ยังไม่อยากให้ตื่นตระหนก และเราก็ให้ความสำคัญถ้าใครสงสัยว่าโรคนี้มีอาการอย่างไร ก็ไปสถานที่เหล่านี้ เขารับทุกที่ ช่วยกันระมัดระวังด้วย มันไม่ได้ติดกันง่ายๆ
เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะคุมได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มั่นใจหรือไม่มั่นใจ อยู่ที่ความร่วมมือ มาถามตนแบบนี้อีกแล้ว ตนสั่งได้ไหม ตนสั่งเชื้อโรคได้ไหม มันอยู่ที่ทุกคน ซึ่งคนไทยทุกคนจะต้องระมัดระวังตัวเองเมื่อรู้ หรือสงสัยก็ต้องมาหาหน่วยงานราชการ ตนสั่งเชื้อโรคไม่ได้
‘นายกฯ’ ตอก ‘ตั้ง อาชีวะ’ ไม่ใช่คนไทย - เร่งล่าคนผิดม.112
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีการประสานขอตัวนายเอกภพ เหลือรา หรือ ตั้งอาชีวะ ผู้ต้องหาในประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 ของไทย ซึ่งหลบหนีไปยังประเทศนิวซีแลนด์ จนล่าสุดมีกระแสข่าวว่าทางการนิวซีแลนด์ จะไม่ส่งตัวกลับมาเพราะถือเป็นคดีทางการเมืองว่า ขณะนี้นิวซีแลนด์ยังไม่ได้ตอบมา ซึ่งก็แล้วแต่เขา ถ้าจะตอบก็ตอบมา บางทีเขาก็เข้าใจยาก ในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพราะกฎหมายนี้เขาไม่มี ส่วนใหญ่เขาใช้กฏหมายสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก แต่บ้านเราก็คือบ้านเรา ฉะนั้นเมื่อมันหนีไปข้างนอก ก็แสดงความมันไม่ใช่คนไทยแล้ว ก็อยู่เมืองไทยไม่ได้ไง อย่างไรก็ตามเราได้ประสานไปยังทุกประเทศที่มีผู้หลบหนี รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าเขาจะจับมาส่งหรือไม่
“เราไม่ได้ปล่อยปะละเลยหรอกนะ มันปล่อยปะไม่ได้ ทางกระทรวงยุติธรรมเขาดำเนินการแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็ทำไป แต่ปัญหาไม่ใช่ว่าสั่งวันนี้แล้วเขาจะส่งกลับมาวันนี้ มันไม่ได้ โจรวันนี้ยังจับได้ไม่หมดเลย ในประเทศยังตามจับกันอยู่เลย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
‘นายกฯ’ ไม่ขัด กมธ.ปรับแก้ร่างรธน. ปัดดึงสมาชิก 111-109 เข้าร่วม
เวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโน ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กำลังดำเนินการปรับแก้ในขณะนี้ ว่า ก็ปรับกันไป ในส่วนของตนขอดูตอนที่เขามีการปรับแก้แล้วเสนอขึ้นมาเพราะสิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อประเทศในวันข้างหน้า โดยให้ทุกคนช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ได้เป็นไปตามสิ่งที่ตนและประเทศต้องการและจะได้เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่
“มันก็ควรจะมีส่วนหนึ่งที่เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกส่วนหนึ่งก็ต้องให้มีการปฏิรูปได้ ส่วนจะเขียนออกมาอย่างไร ผมไม่รู้ หรือจะให้ผมเขียนเองล่ะ ผมเขียนไม่กี่มาตราหรอก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) ปลดล็อคนักการเมืองเป็นการเปิดประตูปรองดองใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ใช้คำว่าปรองดอง ส่วนเขาจะเปิดประตูก็เปิดประตูไป อะไรที่ลงโทษไปแล้ว ลงโทษเพียงพอหรือยัง ถ้าลงโทษเพียงพอแล้วก็มาพิจารณาดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป อีกอย่างหนึ่งอยากให้ทุกคนมองว่าคนที่ถูกลงโทษไม่ใช่เป็นคนเลวตลอดชีวิต เมื่อเขารับโทษไปแล้วก็ต้องมาดูว่าเพียงพอหรือยัง เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือไม่ ถ้าวันข้างหน้าเขายังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอีกก็ลงโทษใหม่อีกได้ เขาก็ผิดใหม่อยู่ดี คนที่ผิดแล้ว เราให้โอกาสแล้ว แล้วเขาแก้ไขเรียกว่าการกลับตัวเป็นคนดี เหมือนกับการลงโทษของกระทรวงยุติธรรม อย่าไปมองว่าเมื่อเข้าคุกไปแล้วจะต้องเป็นคนเลว มีคนดีๆ เยอะแยะไป เว้นแต่มันเลวจนต้องกลับเข้าไปไหม่ก็ถือเป็นอีกพวกหนึ่ง
เมื่อถามว่า ยังมีสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่สามารถจะมาร่วมทำงานในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้บ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่รู้ ผมไม่มี ยังไม่ได้คิด เฉพาะที่มีอยู่ก็เยอะอยู่แล้ว ทำไมต้องเอากลับมาอีก เท่าที่ออกกันก็คงมีการเตรียมการที่จะไปเป็นรัฐบาลหน้า แต่ตอนนี้ก็ขอให้ส่งความคิดเห็นมา ผมยินดีรับทั้งหมด พร้อมเปิดเวทีให้คุยอย่างเมื่อคืนวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้พูดคุยกับสปช. ก็ดูสิว่าทั้งสองคน เขาคุยกันแล้วรู้เรื่องกันหรือไม่ อีกคนเตรียมการปฏิรูป แต่อีกคนที่เป็นนักการเมืองเก่าตอบว่าอย่างไร อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะพยายามสร้างความรับรู้ให้มากขึ้น ว่าวันข้างหน้าจะมีการปฏิรูปกันหรือไม่ ใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ทุกคนก็ต้องเตรียมตัวเองและตอบคำถามให้ได้ สื่อเองก็ต้องไปตั้งคำถามกับอีกฝ่ายว่ามีนโยบายว่าจะทำอะไรบ้าง จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้อย่างไร คิดอย่างไร ลงทุนอย่างไร แล้วเอามาเปรียบเทียบกับรัฐบาลของตน ว่าใครจะใช้ได้มากกว่ากันและรัฐบาลใหม่ก็ควรจะต้องดีกว่ารัฐบาลของตน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า คนเหล่านี้อย่าเพิ่งแต่งตัวรอใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ตั้ง ทุกอย่างให้รอดูตามขั้นตอน
‘นายกฯ’ บอกยังไม่มีประเทศใดห้ามการบิน หลังไทยถูก ‘ไอซีเอโอ’ ปักธงแดง
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 19 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์องค์การการบินพลเรือระหว่างประเทศ(ไอซีเอโอ) เผยแพร่ข้อมูลมาตรฐานการบินของสมาชิกทั่วโลก พบว่าในส่วนของไทยมีการปักธงแดง แสดงถึงมาตรฐานความปลอดภัยของไทยข้อบกพร่องและมีนัยยะสำคัญ(เอสเอสซี) ว่า ได้รับการชี้แจงจากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เดินทางกลับมาจากประเทศเยอรมันแล้วว่า ทุกอย่างเป็นไปตามเดิม ซึ่งได้มีการปักธงแดงปักอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้เผยแพร่ออกผ่านเว็บไซต์ จากนั้นก็ได้รับการชี้แจงว่ามีความจำเป็นที่ต้องเสนอออกมา แต่ขณะนี้ก็ไม่มีประเทศใดห้ามการบินของเรา อย่างไรก็ตามโดยลึกๆได้มีการพบปะกับเจ้าหน้าที่ขององค์กรเหล่านี้แล้ว เขาบอกว่ามันจำเป็นและเห็นใจ รวมทั้งเข้าใจในเจตนารมณ์ของเรา ตนให้ความสำคัญในเรื่องนี้โดยให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมไปชี้แจงกับเขาโดยตรง
“เขาก็พอใจนะและบอกว่าขอดูไปสักระยะหนึ่งก่อน อย่าเพิ่งไปให้มันมีปัญหา ไปพูดมากเกิน เดี๋ยวก็ขัดข้องหมองใจกันอีก แทนที่จะได้เลยไม่ได้ อย่าไปตื่นเต้น ผมบอกแล้วว่า อะไรที่เป็นความบกพร่องของเราก็ต้องรับว่าเราทำบกพร่องหรือเปล่า แล้วจะแก้ไขอย่างไร นั้นคือสิ่งที่พวกเราและสื่อมวลชนต้องช่วยกันสร้างความรับรู้ ว่าเราได้มีการแก้ไขตรงไหน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย หรือการบริหารงานที่ผ่านมา ความพอเพียงหรือไม่พอเพียงของเจ้าหน้าที่ และการจัดตั้งสายการบินขึ้นมาใหม่มากเกินไป ปัญหาที่เกิดไม่ได้อยู่ในสมัยของผม แต่ผมแก้ทั้งหมด และไม่โทษใคร คิดเอาเองว่าใครทำไว้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย(ไอยูยู) ก็เช่นกัน อย่าไปกังวล ถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่ให้เราในตอนนี้ เพราะต้องดูไปก่อน ระยะ 3-6 เดือนว่าได้ผลจริงหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ในหลักการเราทำครบแล้ว และอย่าไปโทษกัน รัฐบาลนี้เป็นคนแก้ทั้งหมดที่มีปัญหา
‘นายกฯ’ ติงสื่อฟังรายการคืนความสุขแล้วหยิบแต่ส่วนที่ผิดไปมโนต่อ
เวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวกับผู้สื่อข่าวเชิงน้อยใจถึงรายการคืนความสุขให้คนในชาติที่ออกอากาศทุกคืนวันศุกร์ว่า “ถ้าไม่อยากฟังก็ไม่ต้องฟังฉันหรอก ที่บอกว่าฟังก็ไม่เห็นจะคล้อยตามสิ่งที่ฉันพูดสักที ฟังกันทำไม ฟังแล้วเอาไปมโนต่ออย่างนั้นหรือว่า ตรงไหนผิด ตรงไหนมันไม่ดี จะเลือกเอาที่มันดีๆ บ้างก็ไม่ได้ วันนี้หลายอย่างที่ดีเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องกีฬาได้เหรียญทอง นักท่องเที่ยวก็มาเข้าเที่ยวประเทศไทยจำนวนมาก”
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนเรื่องที่ไม่ดีอย่างเช่น ปัญหาฝนแล้งก็กำลังแก้ปัญหาอยู่ ซึ่งยืนยันอีกครั้งว่าตนไม่ได้ทอดทิ้งเกษตรกร ทุกอย่างนำมาคลี่ดูทั้งหมดและได้พูดคุยกับพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์แล้วในเรื่องการบริหารจัดการน้ำว่า ที่ได้ดำเนินการขุดแหล่งน้ำเป็นการการรองรับน้ำฝนในฤดูกาลปกติ แต่ขุดไปแล้วก็ดันไม่มีฝน แต่ก็จำเป็นต้องขุดไว้รองรับ ส่วนปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่ที่มีความเดือดร้อนก็ต้องมาคิดกันว่าจะทำอย่างไรให้ข้าวอยู่ได้ และต้องเร่งสร้างการรับรู้ให้มากขึ้น หลังจากที่เราได้รณรงค์เรื่องการปลูกข้าวนาปีไปแล้ว เพราะถ้าปล่อยให้ทำข้าวนาปรังก็จะเกิดความเดือดร้อนเสียหาย และต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ยังไม่ได้ทำการปลูกด้วย จากที่เคยทำนาได้ปีละ 2 ครั้งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา สาเหตุหนึ่งต้องยอมรับว่าเกิดจากปัญหาโลกและสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง วันนี้โทษใครไม่ได้ ต้องโทษคนไทยทุกคนที่รักษาป่าของบ้านเราไว้ไม่ได้ ป่าหายไปถึง 26 ล้านไร่ ภาคเหนือกลายเป็นเขาหัวโลนเกือบทั้งหมด ทำให้ความชุ่มชื้่นไม่เกิด ความจริงแล้ว ตนสั่งให้นำเครื่องบินไปบินเพื่อทำฝนเทียมตั้งแต่ก่อนเข้าฤดูฝน แต่ฝนไม่ตกเพราะไม่มีเมฆเนื่องจากความชื้นไม่เกิด ไม่เหมือน กทม.ที่มีความชื้นสูง เนื่องจากมีประชากรมาอยู่รวมกันจำนวนมาก
‘นายกฯ’ เป็นปธ.ประชุมคกก.ส่งเสริมวิสาหกิจฯ ชี้ ‘เมอร์ส’ สธ.ดูแลอยู่
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 มิ.ย.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอบคำถามก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ครั้งที่ 2/2558 ถึงการดูแลป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสเมอร์ส หลังพบผู้ติดเชื้อจากตะวันออกกลาง ในไทย ว่า กระทรวงสาธารณสุขให้การดูแลอยู่ในขณะนี้
จากนั้น นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ครั้งที่ 2/2558 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
‘นายกฯ’ ประชุม สสว. ชี้ทุกธุรกิจเอสเอ็มอี ต้องขึ้นทะเบียนทั้งหมด
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ครั้งที่ 2/2558
จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุม สสว. ถือเป็นว่าเป็นการประชุมที่ได้น้ำได้เนื้อ เพราะเราเริ่มมาตลอดในเรื่องการทำงานทุกรูปแบบ ปรับการบริหารจัดการใหม่ทั้งหมด จัดกลุ่ม สสว.ให้สามารถกำหนดว่าจะช่วยเหลือกันอย่างไร นำเอสเอ็มอีทั้งหมดเข้าสู่ระบบให้ได้ทั้งระบบภาษีและระบบนิติบุคคล โดยมีการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งผู้ประกอบการต้องขึ้นทะเบียนทั้งหมด รวมจำนวน 2,700,000 ราย และต้องมาดูว่ามีประเภทไหนบ้าง 1.ขยายไปต่างประเทศได้ไหม 2.จะขยายในประเทศได้หรือไม่ 3.ธุรกิจที่มีอยู่แต่ขาดเงินทุน ถ้าปล่อยต่อไปอาจจะล้มละลายหรือปิดตัวลงก็ต้องไปดู 4.คือกิจการที่ปิดไปแล้ว ซึ่งในส่วนนี้มีความสำคัญเพราะอาจจะยังมีศักยภาพอยู่ แต่ที่ผ่านมาเป็นเพราะการบริหารจัดการที่ไม่ดี ก็จะไปดูว่าอันไหนที่พอจะฟื้นตัวขึ้นมาได้บ้าง จะได้ตรงกับสิ่งที่เราต้องการในเรื่องการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เครื่องมือ ความทันสมัยใช้คนให้น้อยลง รวมถึงการบริหารจัดการทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้สสว.จะชี้แจงอีกครั้ง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการจัดงานที่จะต้องทำให้โลกได้รับรู้ว่าเราได้ทำอะไรไปบ้างปีนี้จะมีการพบปะผู้ประกอบกับคู่ธุรกิจด้วยกัน ในเรื่องของสสว. ทั้งในเรื่องของการผลิต การตลาดสิ่งเหล่านี้เรากำลังจะจัดอยู่ โดยองค์การค้าอุตสาหกรรมเข้าร่วม ในปีหน้าจะเป็นเรื่องการจัดระดับชาติ ซึ่งปีนี้ประเทศมาเลเซียเป็นคนจัด ในปีหน้าเราจะจัดเองว่าเรามีอะไรบ้าง เราจะได้รู้ แต่ในระหว่างนี้ตนได้บอกว่า อยากให้มีการจัดงานในลักษณะนี้ เพราะจะต้องขับเคลื่อนเอสเอ็มอีเราให้ได้ เพราะเป็นส่วนหลักในการส่งออกของเรา วันนี้ถ้าเอสเอ็มอีเข้มแข็ง ผลิตภัณฑ์ของเรามีคุณภาพมากขึ้น ราคาสูงขึ้น มันถึงจะกลับมาในเรื่องของรายได้ของจีดีพี เราก็ต้องเสริมเอสเอ็มอีไปด้วย อีกอันหนึ่งตนบอกว่าเราต้องมองในภาพของโซเชียลบิสซิเนส คือการประกอบธุรกิจเพื่อสังคม อันนี้ตนจับใส่เข้าไปอีกอัน เอสเอ็มอีภาคเอกชนเราก็ดูแลไปแล้ว ตอนนี้เราก็จะดูแลภาคเกษตรกรรมด้วย คือเอาสหกรณ์ทางการเกษตรหรือรัฐวิสาหกิจชุมชนมาอยู่ตรงนี้ด้วย เพื่อจะหาเงินทุนให้เขา แล้วเขาก็จะนำมาประกอบการ แต่เป็นในลักษณะที่นำผลกำไรมาเพื่อแบ่งปัน โดยให้เขามีแหล่งที่จะไปซื้อจากเกษตรกรโดยตรง ทำแทนพ่อค้าคนกลาง เขาจะได้สร้างของเขาเองเพื่อที่เขาจะเข้มแข็งขึ้นด้วย โดยมี 3 ช่องทาง 1.โซเชียลบิสซิเนส 2.เอสเอ็มอี 3. ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นห่วงโซ่ต่อกันในวันหน้า วันนี้เราจะต้องสร้างความเข้มแข็งในทุกอัน ถ้าไม่เข้มแข็งเพียงพอก็ไปไม่ได้ เพราะจะทำให้ทั้งหมดต่ำลงทุกอัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษวันนี้ต้องชี้แจงอีกครั้ง ว่าเรามีศูนย์ โอเอสเอส คือศูนย์ที่ให้วันสต็อปเซอร์วิสทำงานร่วมกับศูนย์ดำรงธรรม รวมถึงช่องทางหารือร่วมกันกับเอสเอ็มอี เพราะฉะนั้นต่อไปเอสเอ็มอีจะมีช่องทางที่จะรวมกันมา เราจะได้ซักทีไม่อย่างนั้นจะมาบอกว่าช่องทางไม่มี ไปธนาคารโดยตรงก็ไม่ได้ ก็เริ่มกันตรงนี้แล้ว เราเปิดช่องทางให้เขา เงินทุนตนได้ขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ ว่าขอให้ดูแลธุรกิจโซเชียลบิสซิเนส และดูแลธุรกิจเอสเอ็มอีกด้วย ส่วนหนึ่งรัฐก็จะมีมาตรการให้ แต่ปัญหาของเราคือเมื่อเราไป ธนาคารเขาจะดูเรื่องเอ็นพีแอลเหมือนกัน ถ้าไม่เข้มแข็งพอก็ให้ไม่ได้ รัฐก็ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไร บางทีก็ต้องเข้าใจกันนะ ถ้าทุกคนบอกว่าต้องการเงินไปแล้วจะต้องได้เลยมันทำไม่ได้ ต้องแสดงให้เห็นว่าท่านเข้มแข็งหรือไม่เข้มแข็ง ต้องเริ่มจากไปขึ้นทะเบียน สสว. วันนี้รัฐตั้งศูนย์จดทะเบียนทางเว็ปไซต์ ส่วนเรื่องการปรับโครงสร้างการทำงานก็ค่อยๆ เดินหน้าไป



