
แทททูเงินล้าน...รอคิวข้ามปี!
แทททูเงินล้าน...รอคิวข้ามปี! : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดย - ธานี กุลแพทย์ ภาพ - สมศักดิ์ เนตรทอง
ในทางธุรกิจการทำให้ลูกค้า “รอนานข้ามปี” กว่าจะได้ใช้บริการสินค้า หรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย เพราะนั่นหมายถึง เวลาการรอของผู้บริโภคถูกผลักไปยืนอยู่บนพื้นฐานความเสี่ยงในทุกมิติของสินค้าว่าจะดีจริง โดนใจ คุณภาพได้มาตรฐานหรือไม่
ทว่า สำหรับชายหนุ่มวัย 31 ปี "มิ้ม" อานนทร์ พีรนันทปัญญา ตัวพ่อธุรกิจการสักศิลปะบนเรือนร่าง เจ้าของร้านสักชื่อดัง MIMPTATTOO เขาสามารถทำได้ ด้วยการันตีผลงานจากรางวัลมากมาย มีลูกค้าทั้งไทยเทศสาวกศิลปะแขนงนี้ เข้าคิวรอรับบริการชนิดไม่เกี่ยงราคา และระยะเวลารอที่แม้เนิ่นนานแต่ก็วางใจ
ด้วยพ่อแม่ทำงานก่อสร้างให้กับบริษัทรับเหมาแห่งหนึ่ง ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของ "มิ้ม" อานนทร์ และพี่ๆ อีก 2 คนต้องตระเวนตามพ่อแม่ไปยังที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด กระทั่งครอบครัวได้ไปลงหลักปักฐานที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เขาจึงมีโอกาสเรียนหนังสือที่โรงเรียนน้ำพองศึกษา จนจบระดับมัธยมปลาย (ม.6)
นั่นเป็นคำบอกเล่าของ "มิ้ม" อานนทร์ ก่อนจะมาเป็นช่างสักมือทองในปัจจุบัน โดยเขาขยายความว่าจากเด็กชายที่ชอบแกล้งเพื่อนด้วยการเขียนลวดลายต่างๆ ตามผิวหนัง โดยที่ไม่รู้ว่านั่นคือ "พรสวรรค์" บวกกับความชอบในศิลปะขีดเขียนลายเส้น ผลักดันให้เขาเข้าเมืองกรุง ศึกษาต่อสาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่วิทยาลัยเพชรบุรีลงกรณ์ก่อนจะมาสะดุดช่วงปีสุดท้ายของการเรียนราวปี 2004 ด้วยปัญหาด้านการเงิน
“วันหนึ่งผมเห็นรอยสักของเพื่อนๆ พี่ๆ ที่รู้จักกัน ชอบมาก จึงรู้ใจตัวเองเลยว่า นี่คือสิ่งที่รัก อยากทำ และอยากจะอยู่กับมันไปตลอดชีวิต เมื่อไม่ได้เรียน ผมจึงตัดสินใจกลับบ้านที่ขอนแก่น พร้อมขอเช่าพื้นที่บ้านเพื่อนซึ่งค้าขายอุปกรณ์การเกษตร เปิดเป็นร้านสักเล็กๆ รับสักลายต่างๆ ซึ่งช่วงนั้นมีลายให้เลือกไม่มาก โดยค่าจ้างถูกมาก ขอแค่ค่าข้าวมื้อหนึ่งครับ”
ปักหลักอยู่ที่ขอนแก่นนานหลายปี ทว่า ในความคิดของ "มิ้ม" อานนทร์ ยังไม่พอใจในความสามารถของตัวเอง แม้จะมีลูกค้าอุดหนุนต่อเนื่องก็ตาม เขาจึงตัดสินใจหวนสู่เมืองกรุงอีกครั้ง ด้วยมุ่งที่จะมาศึกษาต่อให้จบปริญญาตรี แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้
ชีวิตหักเหชนิด 360 องศา เมื่อเขาต้องไปเป็นลูกจ้างร้านอาหารทะเลในตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟ ทำอยู่ร่วมปี ค่าจ้างวันละ 150 บาท ซึ่งเขาบอกว่ามีความสุขดี เพราะมีข้าวกิน มีที่พักอาศัยฟรี ทว่า ลึกๆ แล้ว เขาแอบบอกมาทำงานที่นี่เพื่อจะรอไปเป็นช่างสักให้แก่ร้านแห่งหนึ่งที่ประเทศเกาหลีใต้
“ผมไปทำงานที่เกาหลี ราวปี 2011 ในฐานะช่างสักที่เน้นลวดลายไทยสไตล์ และเจแปนนิสสไตล์ซึ่งชาวเกาหลีนิยมกันมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น ผมตระเวนเดินสายสักทุกวัน จนทั่วทุกจังหวัดของเกาหลีใต้ตลอดเกือบครึ่งปีที่อยู่ที่นั่น”
ทว่า วิถีการทำงานทุกวันชนิดไม่มีวันหยุดพักผ่อน ด้วยอัตราเงินเดือน 7.5 หมื่นบาท เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจกลับเมืองไทยในปีถัดมา เพื่อจะเริ่มต้นเดินตามฝันของตัวเอง ด้วยกิจการร้านสักเล็กๆ อีกครั้ง
ชีวิตของคนเราไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เช่นเดียวกับ "มิ้ม" อานนทร์ ที่ยอมรับว่า เมื่อกลับมาเมืองไทย เขาก็ใช้ชีวิตเที่ยวเตร่ ใช้เงินหนักมือบางวันหมดเป็นแสนบาท กว่าจะรู้ตัวก็แทบไม่มีเงินติดกระเป๋าเขาจึงต้องหักดิบชีวิตไม่เที่ยว ไม่กินเหล้า ปฏิเสธการชักชวนของเพื่อนๆ ขณะเดียวกันก็ใช้เงินที่เหลือน้อยนิดเช่าพื้นที่ที่ยูเนี่ยนมอลล์ เปิดรับบริการสักในนามชื่อร้าน MIMPTATOO โดยมีหุ้นส่วนชีวิต "ต่าย" นฤมล สอนสืบ เป็นแรงใจใกล้ชิด
ต่อเมื่อกิจการเติบโตขึ้นตามลำดับ ปี 2013 เขาจึงขยับขยายเปลี่ยนทำเลมาอยู่ที่ย่านอาร์ซีเอปัจจุบัน ด้วยการเปิดเป็นร้านขนาดใหญ่ 2 คูหาตกแต่งอย่างสวยงาม พร้อมอุปกรณ์ เครื่องมือในการสักที่ทันสมัย มาตรฐานโรงพยาบาล ให้บริการรับสักศิลปะบนเรือนร่าง ด้วยทีมช่างมืออาชีพ 5 นาย ที่ทุกนายล้วนพ่วงรางวัลการันตีในความสามารถ
นอกจากการบอกต่อกันปากต่อปากของกลุ่มคนรักการสักแล้ว การเปิดเว็บไซต์โชว์ผลงานและเล่าเรื่องราว นับเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ชื่อเสียงของ MIMPTATTOO กระจายไปอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่พิสมัยศิลปะการสักบนเรือนร่างถึงเกือบ 50% บางรายถึงขนาดจองตั๋วเครื่องบินไปกลับเพื่อมาใช้บริการสักอย่างเดียวก็มี
โดยเหตุผลอันดับแรกที่ลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่ เดินทางมาใช้บริการเพราะเชื่อมั่นในความสามารถของช่างสักไทยกลุ่มนี้ ที่กวาดรางวัลทั้งระดับประเทศ ระดับนานาชาติ อาทิ Mbk tattoo 2012 : best of show tattoo artist,Mbk tattoo 2012 : The winner japanese tattoo, Mbk tattoo 2012 : The winner sexy lady tattoo, Mbk tattoo 2012 : 2nd runner-up Thai style tattoo, Bangkok international tattoo convention 2010 : 2ndrunner-up best sleeve, Pattaya tattoo festival2009 : 2nd runner-up best color และ Pattaya tattoo festival 2009 : 2nd runner-up best big job
ล่าสุด ปี 2014 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของ MIMPTATTOO สำหรับการเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ลง inked magazine หนังสือแทททูชื่อดังของสหรัฐอเมริกา อีกทั้งภาพถ่ายผลงานแนว traditional ที่ผสมผสานความเป็นโลกยุคเก่ากับโลกยุคใหม่ในแบบของ MIMTATTOO ได้ถูกเลือกไปแสดงในงานศิลปะรอยสักที่พิพิธภัณฑ์ Mus?e du Quai Branly ที่ประเทศฝรั่งเศส 6 พฤษภาคม-18 ตุลาคม 2014
จากผลงานต่างๆ ที่การันตีถึงความสำเร็จที่แม้จะเป็นเบื้องต้น ทว่า เป็นแรงส่งให้เขาและทีมช่าง มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในกลุ่มสาวกคนรักงานสักที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ถึงขนาด “เข้าคิวรอ” รวมไปถึงเหล่าคนดังจากหลากหลายวงการ อาทิ ธีระเทพ วิโนทัย เจสัน ยัง พีเค "เก้า" จิรายุ ปราบดา หยุ่น ฯลฯ ที่ต้องเข้าคิวรอเช่นเดียวกัน
กระทั่งวันนี้ ช่าง "มิ้ม" อานนทร์ กลายเป็นช่างสักมือทอง ที่มีค่าตัวถึงชั่วโมงละ 5,000 บาท ขณะที่ร้านก็สามารถทำรายได้กว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน โดยมีลายให้เลือกสักนับร้อยๆ ลาย ทั้งแบบไทยสไตล์ เจแปนนิสสไตล์ สนนราคาขึ้นอยู่กับขนาดและความยากง่าย ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 1,500 บาท ถึงระดับหลักแสนบาท
ทว่า หลักเกณฑ์ของการจะเข้ารับบริการของทีมช่างแห่ง MIMPTATTOO ลูกค้าจะต้องโทรมาจองคิวล่วงหน้า โดยเฉลี่ย 3-6 เดือน แต่หากเจาะจงจะสักกับช่างมิ้ม ก็ต้องรอคิว 1-2 ปี เพราะแต่ละวันการบรรจงลงเข็มสักของทีมจะใช้เวลาเพียง 2-3 ขั่วโมง เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด ภายใต้หลักการทำงานของทีมที่ว่า ความผิดพลาดบนผิวหนังลูกค้าจะต้องไม่เกิดขึ้นที่ MIMPTATTOO
“ที่ผ่านมา เรายังไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเลย อาจเป็นเพราะร้านเราใส่ใจ ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ เครื่องใช้ ที่ได้มาตรฐานสากล รวมไปถึงสถานที่ต้องมาตรฐานโรงพยาบาล ที่การันตีความสะอาด สะดวก ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์” ช่างมิ้มบอกถึงความพยายายามในการสร้างแบรนด์
พร้อมยอมรับว่า การสร้างแบรนด์ให้แก่ธุรกิจประเภทนี้ ซึ่งมีคำว่า “ศิลปะ” เข้ามาเกี่ยวโยงไม่ใช่เรื่องง่าย ฉะนั้น การจะทำให้เป็นเชิงพาณิชย์ที่โดดเด่นนั้น ต้องค่อยเป็นค่อยไป พัฒนาอย่างมีแบบแผน และมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน
สำหรับช่างสักมือทอง "มิ้ม" อานนทร์ พีรนันทปัญญา เขาประเมินตัวเองและทีมงานว่า อาจต้องใช้เวลาอีกกว่าทศวรรษในการสร้างแบรนด์นี้ให้เข้มแข็งในระดับอินเตอร์ต่อไป
เรื่อง-ข้อปฏิบัติ...ของเหล่าสาวก !!!
สิ่งสำคัญก่อนที่ลูกค้าจะเข้ารับบริการสัก ช่าง "มิ้ม" อานนทร์ พีรนันทปัญญา บอกว่า ต้องพักผ่อนให้เพียงพอไม่ตากแดดเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ผิวไม่แข็งแรงแผลหายช้า และเจ็บกว่าปกติ พร้อมเตรียมใจว่าเราจะต้องมีรอยสักสวยๆ ติดตัวไปตลอด อีกทั้งควรโกนขนบริเวณที่จะทำการสักก่อนใช้บริการเพื่อประหยัดเวลา และความสะดวกสบาย
ส่วนเมื่อสักเสร็จเรียบร้อย ข้อควรปฏิบัติ คือ 1.นำพลาสติกพันแผลออกภายใน 1 ชม. ล้างรอยสักด้วยสบู่เด็กเจือจางด้วยน้ำเปล่า
2.อาบน้ำได้ปกติพร้อมทำความสะอาดรอยสักด้วยสบู่เด็ก
3.ใช้ครีม Bepanthen first aid ทารอยสักบางๆ 2-3 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 2 วัน หลังจากนั้นใช้ครีม Bepanthen ointment ทารอยสักเป็นเวลา 3-4 วัน
4.ไม่ควรแช่น้ำเป็นเวลานาน ว่ายน้ำ หรือออกกำลังอย่างหนักเป็นเวลา 1 อาทิตย์
5.ไม่ควรอบไอน้ำหรือซาวน่าอย่างน้อย 10 วันหลังจากสัก
6.ไม่ควรแกะหรือเการอยสักใหม่ของคุณ
7.หลีกเลี่ยงรอยสักใหม่จากแสงแดดโดยตรงเป็นเวลาหนึ่งเดือน
8.หลังจากรอยสักใหม่หายดีแล้วอย่างน้อย 1 เดือนควรใช้ครีมกันแดดถ้าต้องทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน



