
"อภิสิทธิ์"แนะ13สส.รอผลศาลวินิจฉัย14ส.ว.
นายกฯ"อภิสิทธิ์" แนะ 13 ส.ส.ยังไม่ต้องลาออก รอผลศาลวินิจฉัย 14 ส.ว.เป็นบรรทัดฐาน
(17ก.ค.) เวลา 09.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 13 คนขาดคุณสมบัติในการเป็น ส.ส.เนื่องจากการถือครองหุ้นสื่อและหุ้นบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ ว่า ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ คือส่งเรื่องไปที่ประธานรัฐสภาและศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก่อนหน้าที่ก็มีกรณีของ ส.ว. ที่ส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญโดยต้องรอดูว่าแนววินิจฉัยกรณีของ ส.ว. เป็นอย่างไร เพราะถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยของ ส.ว. แล้ว คงเป็นแนวทางที่พรรคมองเห็นแล้วว่าต้องเป็นอย่างไร เพราะทำให้เราทราบแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นในแง่ของจำนวนส.ส. ในสภา
“ ผมไม่คิดว่าจะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะนอกจาก ส.ส.13 คน แล้วยังมี ส.ส. ของพรรคฝ่ายค้านที่อาจจะโดนเรื่องเดียวกันด้วย ผมไม่ของวิจารณ์การตัดสินของกกต . เพราะถือเป็นดุลพินิจที่กกต.ใช้ คนที่ถูกวินิจฉัยก็จะต้องไปต่อสู้ในชั้นศาลเอง ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายไตรรงค์ สุวรรณคีรีและนางเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ส . ส . สัดส่วนกลุ่ม 8 โดนไปด้วย และว่าที่ส.ส.กลุ่ม 8 ของพรรคเหลืออยู่แค่คนเดียวที่สามารถเลื่อนขึ้นมาได้ จะมีปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าว ถ้าเลื่อนจนครบแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ ส.ส.ในส่วนนี้ก็ต้องหายไป 1 คน ซึ่งไม่ได้ส่งผลอะไร เพียงแค่ ส.ส. ในสภาหายไป 1 คน
เมื่อถามว่า จะให้ ส.ส. ทั้ง 13 คน ลาออกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ควรทำอย่างนั้น เพราะเรายังไม่ทราบว่าศาลจะวินิจฉัยอย่างไร เมื่อถามว่า จะมีการเรียกประชุม ส.ส. ทั้ง 13 คนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะได้คุยกันแล้วก่อนหน้านี้และประเมินกันแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรค ที่โดนกกต . ตัดสินให้ขาดคุณสมบัติด้วยนั้น จะส่งผลต่อการทำงานหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ยังไม่มีอะไรครับ ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน แล้วเราจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าอะไรจะเกิดขึ้น ”
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าหากมีการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ในส่วนนี้จะได้จำนวนส.ส.เพิ่มขึ้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเป็นเรื่องธรรมดา ตนมั่นใจว่าจะได้ส.ส.ของพรรคกลับมา เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะนำไปสู่การยุบสภาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่คิดอย่างนั้น หากดูจำนวนส.ส.ในตอนนี้
เมื่อถามว่า คิดว่าเรื่องนี้เป็นบทเรียนของนักการเมืองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คิดว่าจะทำอะไรต้องปลอดภัยไว้ก่อน
ต่อข้อถามว่า แสดงว่าต่อไปนี้นักการเมืองไม่ควรถือหุ้นแบบนี้อีกแล้ว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากวินิจฉัยออกมาแบบนี้ก็ค่อนข้างที่จะชัดเจนว่าการถือหุ้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอันตรายเพราะจะมีบริษัทที่มีสัญญากับรัฐเยอะแยะไปหมด เมื่อถามว่า หากมีการเลือกตั้งซ่อมส.ส. ใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่าย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและต้องเข้าใจแบบนั้น
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ประชาชนมองว่านำภาษีมาจัดการเลือกตั้งซ่อมแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าตนคิดว่า บุคคลที่ถูกกกต.ชี้ว่าขาดคุณสมบัติต้องไปต่อสู้ในชั้นศาลก่อน อย่าไปชี้หรือสรุปอะไรก่อนที่ศาลจะตัดสิน



