
อริถีบจยย.ชนเสาไฟฟ้าดับคาที่
17 มิ.ย. 2558
นร.วัย 17 ซิ่ง จยย.หนีกลุ่มคู่อริ ถูกถีบรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิตคาที่ เพื่อนร่วมสถาบันซ้อนท้ายมาด้วยบาดเจ็บ ตร.เร่งตรวจวงจรปิดล่าตัวคนร้ายดำเนินคดี
17 มิ.ย. 58 เมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.ต.กิตติศักดิ์ บุญเสริมศักดิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.บางขุนเทียน ได้รับแจ้งเหตุเด็กนักเรียนถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณป้ายรถเมล์หน้าวัดมงคลวราราม (วัดมะเกลือ) ซอยจอมทอง 1 ถนนจอมทอง แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กทม. หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ และรีบเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.โสภณ เนตรสว่าง รอง ผกก.ป. สน.บางขุนเทียน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน แพทย์เวร รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุบริเวณฟุตปาธข้างกำแพงวัดมงคลวราราม ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน เจ้าหน้าที่พบรถ จยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นนูโว สีน้ำตาล ทะเบียน ษตธ 814 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน จนไม่สามารถขับขี่ต่อได้ ถัดไปประมาณ 10 เมตร ใกล้กับเสาไฟฟ้า พบศพนายกร (ขอสงวนนาม) อายุ 17 ปี อยู่ในชุดนักเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น สีขาว นุ่งกางเกงขายาว สีกรมท่า รองเท้าผ้าใบสีดำ มีบาดแผลเกิดจากอุบัติเหตุตามใบหน้า กะโหลกยุบ นิ้วนาง และนิ้วก้อยซ้ายหัก สะโพกซ้ายหักผิดรูป ขาซ้ายหัก ไม่พบร่องรอยถูกของมีคมทำร้าย นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ นายดี (ขอสงวนนาม) อายุ 21 ปี เพื่อนนักเรียนสถาบันเดียวกัน ซึ่งซ้อนท้าย จยย.คันดังกล่าวมา มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ถูกนำส่ง รพ.บางประกอก 9
จากการสอบถามนายดี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ นายกร ได้ขับขี่ จยย.คันเกิดเหตุ โดยมีตนเป็นผู้ซ้อนท้าย ขณะกำลังขับขี่ออกมาจากทางลัดซอยจอมทอง 14 ได้พบกับกลุ่มนักเรียนช่างกล คู่อริ ขับขี่ จยย.ไล่ตามมา 4 - 5 คัน เข้าประกบ พยายามใช้อาวุธมีดทำร้าย นายกร เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเร่งเครื่องเพื่อหลบหนี กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ กลุ่มคู่อริได้ตามมาทันขี่เข้าประชิดแล้วใช้เท้าถีบจนรถ จยย.ที่ตนนั่งซ้อนท้ายมาเสียหลัก พุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้า ทำให้นายกร เสียชีวิต ก่อนที่กลุ่มคู่อริจะหลบหนีไป
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่า กลุ่มผู้ตายน่าจะถูกกลุ่มคู่อริมาดักรอทำร้าย เนื่องจากก่อนหน้านี้ ช่วง 2 - 3 วันที่ผ่านมา เด็กนักเรียนกลุ่มนี้ได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน ส่วนจะเป็นเหตุปะทะซึ่งหน้า หรือเรื่องระหว่างสถาบันหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุ และเส้นทางตามคำให้การของพยาน พร้อมทั้งสอบปากคำผู้บาดเจ็บ และพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาเบาะแสคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป



