
ราชทัณฑ์นำร่องสร้างแดนฯแยกขังนักค้ายา
ราชทัณฑ์นำร่องสร้างแดนมั่นคงสูงสุดในเรือนจำกลางเขาบิน แยกขังนักค้ายาเสพติด 1,000 ราย ผู้เชี่ยวชาญสหรัฐ เผย ผู้คุมนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปขายในเรือนจำเป็นปัญหาทั่วโลก แนะใช้เทคโนโลยีควบคุมแทนเจ้าหน้าที่
(17ก.ค.) นายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ จัดสัมมนาเจ้าหน้าที่และผู้บัญชาการเรือนจำ เรื่อง“แนวทางการป้องกันการใช้โทรศัพท์มือถือและยาเสพติดในเรือนจำของสหรัฐอเมริกา : แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่งานราชทัณฑ์ไทย “ โดยเชิญ Dr.Jay David Jamieson ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเซาท์เวส เท็กซัส เสตท มาบรรยายแนวทางป้องกันการนำโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดเข้าในเรือนจำสหรัฐ
นายนัทธี กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการกระทำผิดของผู้ต้องขังเปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ ไม่ว่านักโทษกลุ่มนี้จะอยู่ที่ใดก็ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมภายนอกได้ และมีการลักลอบนำของต้องห้ามเข้าเรือนจำ โดยปัญหาการลักลอบนำโทรศัพท์เข้าเรือนจำ และผู้ต้องขังรวมเป็นกลุ่มค้ายาเสพติดและเป็นกลุ่มมีอิทธิพลในเรือนจำ ได้กลายเป็นปัญหาสำคัญของเรือนจำทั่วโลก ซึ่งแนวทางของสหรัฐฯ คือ การสร้างเรือนจำความมั่นคงอย่างสูงสุด ( Super Maximum Security Prison ) สำหรับควบคุมผู้ต้องขังรายสำคัญด้วยระบบเทคโนโลยีสูงสุด มีเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ มีการแบ่งพื้นที่ควบคุมนักโทษเป็นกลุ่มเล็ก กลุ่มละไม่เกิน 10 คน เพื่อแยกนักโทษระดับพ่อค้ากับซามูไรหรือคนที่ถูกใช้ให้ค้ายาเสพติดออกจากกัน โดยจากข้อมูลพบว่า ผู้ต้องขังที่เป็นระดับพ่อค้ายาเสพติด จะไม่ลงมือทำการค้ายาเสพติดเอง เพราะกลัวการถูกยึดทรัพย์ แต่จะเลือกจ้างใช้ผู้ต้องขังยาเสพติดที่ระดับต่ำกว่าเป็นผู้ปฏิบัติเมื่อจับได้ ก็จะตัดตอนไม่ถึงตัวผู้ค้ารายใหญ่
นายนัทธี กล่าวอีกว่า เรือนจำที่มีปัญหาค้ายาเสพติด และมีแผนในการสร้างเรือนจำความมั่นคงสูง มี 6 แห่ง ได้แก่ เรือนจำกลางเขาบิน เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางบางขวาง เรือนจำกลางคลองไผ่ เรือนจำกลางระยอง และเรือนจำกลางพิษณุโลก ขณะนี้ ได้รับงบประมาณ 200 ล้านบาท นำร่องในการสร้างแดนมั่นคงสูงในเรือนจำกลางเขาบิน ซึ่งจะคัดกรองและย้ายผู้ต้องขังยาเสพติดรายสำคัญไปคุมขังที่เรือนจำกลางเขาบิน ประมาณ 1,000 คน โดยจะใช้ระบบขังเดี่ยวเป็นกลุ่มเล็กประมาณ 10 คน และติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือภายในแดนคุมขัง รวมทั้งแยกผู้ต้องขังที่เป็นนักค้ายาเสพติด ออกจากผู้ต้องขังคดีอาญาอื่นที่รับจ้างทำงานให้
ด้าน Dr.Jay David Jamieson กล่าวว่า เรือนจำสหรัฐ ก็มีปัญหาการลักลอบนำโทรศัพท์มือถือ ยาเสพติด และอาวุธเข้าเรือนจำ เนื่องจากจำนวนผู้ต้องขังที่มีมากขึ้น และเจ้าหน้าที่รายได้น้อย ทำให้เจ้าหน้าที่บางคนหารายได้จากการขายโทรศัพท์มือถือให้นักโทษ โดยราคาของโทรศัพท์มือถือนอกเรือนจำประมาณเครื่องละ 40 เหรียญ แต่หากนำเข้าไปในเรือนจำได้ราคาจะสูงถึง 200 เหรียญสหรัฐฯจึงได้ใช้ระบบเรือนจำมั่นคงอย่างสูงสุด เข้าไปควบคุมแทนการใช้เจ้าหน้าที่ควบคุมและใช้วิธีแยกขังเป็นกลุ่มย่อย โดยผู้ต้องขังรายสำคัญในเรือนจำเท็กซัส ประมาณ 50 คน ต้องตรวจละเอียดถึงขั้นล้วงทวารหนักเพื่อค้นหายาเสพติด นอกจากนี้ยังเพิ่มโทษนักโทษที่ลักลอบนำของต้องห้ามเข้าเรือนจำ ให้มีโทษเพิ่มถึงจำคุก 10 ปี และปรับอีก 2-3 แสนเหรียญ



