ข่าว

"อภิสิทธิ์"ชี้เสื้อแดงพกปืนไม่ใช่นักปชต.

"อภิสิทธิ์"ชี้เสื้อแดงพกปืนไม่ใช่นักปชต.

17 ก.ค. 2552

นายกฯ"อภิสิทธิ์"ย้ำเสื้อแดงพกอาวุธเคลื่อนไหว ไม่ใช่นักประชา ธิป ไตย

(17ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีกลุ่มเสื้อแดงจ.เชียงใหม่ ปิดล้อมสภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทำให้เกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับกุมนายนิยม เหลืองเจริญ ที่สนามบินเชียงใหม่ เนื่องจากพกพาอาวุธปืนในช่วงไปขับไล่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และนางพรทิวา นาคาศัย รมว .พานิชย์ เมื่อคืนวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนติดตามสถานการณ์ตลอดและขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร 5 ที่ดำเนินการดี เข้าใจว่าสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว
 
 “อยากย้ำว่าหากมาชุมนุมนั้นต้องแสดงออกโดยสงบและไม่ส่งผลกระทบคนอื่นนั้นก็กระทำได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีการใช้อาวุธจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เหตุแบบนี้มันทำลายบรรยากาศท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้รับผลกระทบมาก หากไม่มีแพนด้า เชียงใหม่อาจได้รับผลกระทบมากกว่านี้ ถ้าหากต้องการจะแสดงออกทางการเมืองนั้นควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้นจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้จังหวัดและประชาชนในพื้นที่ตัวเอง ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
   
 ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมันสะท้อนว่ายังมีความรุนแรงที่อาจเพิ่มขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “กรณีการพกอาวุธผมยืนยันว่ามันไม่ใช่นักประชาธิปไตย หากมีการเคลื่อนไหวและพกพาอาวุธแบบนี้ไม่มีสิทธิอ้างว่าเป็นการเคลื่อนไหวของนักประชาธิปไตย ”
 
 ส่วนกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมกดดันพนักงานสอบสวนปฏิเสธข้อหาผู้ก่อการร้ายเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น นายกฯกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องมั่นคงว่ากฎหมายเป็นอย่างไรต้องเป็นอย่างนั้น ส่วนกรณีของคดีนั้นเจ้าหน้าที่เป็นคนใช้ดุลยพินิจในตอนแรก และเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ก็เห็นขึ้นไปบนเวทีพันธมิตรก็พูดอีกอย่าง ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจให้ได้ว่าจริงๆมันคืออะไร
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำให้เกิดความสับสนในมาตรฐานการดำเนินคดีของตำรวจแก่สังคมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แสดงให้เห็นว่าขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องมีปัญหาต้องไปทบทวนว่ามาตราฐานที่ถูกต้องคืออะไรกันแน่ เพราะรัฐบาลได้ย้ำแต่ต้นแล้วว่าเรื่องนี้ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รัฐบาลไม่เข้าไปแทรกแซงส่วนคดีใดมีอุปสรรคในแง่ของความไม่ได้รับความเป็นธรรมรัฐบาลจะแก้ไข และคดีใดอยู่ในความสนในมีความสำคัญจะเร่งรัด
 
 เมื่อถามว่า มุมมองของนายกฯในคดีของกลุ่มพันธมิตรฯเข้าข่ายข้อหาก่อการร้ายตามที่ตำรวจตั้งข้อหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่แสดงความคิดเห็นส่วนตัว เพราะถ้าทำก็จะมีการไปกล่าวหาว่าตนชี้นำแทรกแซง แต่ได้ย้ำเจ้าหน้าที่โดยตลอดว่าให้ดูข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้รอบด้าน และต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อน
 
 เมื่อถามว่า พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วยผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างนี้จะมีปัญหากับคดีหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน กำลังจะมีการสอบถามกันไป
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ฝ่ายคนเสื้อแดงมีการไปปลุกกระแสอีกลักษณะว่าการขึ้นเวทีพันธ มิตรฯของพล.ต.ท.วุฒิ เหมือนกับถูกแทรกแซงจากรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนบอกมาตลอดว่าตนไม่แทรกแซง พันธมิตรฯโจมตีตนตลอดว่าตนไม่แทรกแซงหรือให้ตนเป็นกลางไม่ได้ในคดีนี้ ตนก็บอกว่าตนไม่ทำอย่างอื่นเพราะอยากจะรักษาระบบ ความคิดเห็นส่วนตัวของตนเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อเป็นคดีความเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างตรงไปตรงมา และขนาดตนไม่ทำก็ยังเป็นเหยื่ออีกฝ่ายหนึ่งจะไปกล่าวหาว่าพอเจ้าหน้าที่มีการแสดงความเห็นที่สับสนจะมาโยงมาถึงการเมือง ดังนั้นตนยืนอยู่จุดเดิมว่าจะรักษาระบบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ควรจะปฏิบัติ