
อุกอาจตัดไม้พะยูง100ปีในวัด
17 มิ.ย. 2558
ลักตัดไม้พะยูงอายุกว่า 100 ปี ขนาด 2 คนโอบ สูงกว่า 30 เมตร ในวัด
วันที่ 17 มิ.ย.58 เมื่อเวลา 07.30 น. ร.ต.ท.ศราวุธผุดดีคง ร้อยเวร สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบตัดต้นพะยูงขนาดใหญ่ภายในวัดป่ารุ่งเรือง บ.นาหลวง หมู่ 8 ต.ท่าค้อ อ.เมืองรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบตอไม้พะยูงขนาด 2 คนโอบ อายุ 100 ปี สูงกว่า 30 เมตร ถูกตัดโค่นเหลือส่วนปลายทิ้งไว้พาดล้มใส่กุฏิได้รับความเสียหาย 1 หลังขณะที่ชาวบ้านกว่า 30 คน หลังทราบข่าวแวะมามุงดูต่างสาปแช่งโจรบาปให้มีอันเป็นไปต่างๆ นานา
นายมนตรี ฝ่ายเพียร ผู้ใหญ่บ้าน บ.นาหลวง กล่าวว่าเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 16 มิ.ย. เวลา 23.00 น. ขณะตนกลับจากงานเลี้ยงกองทุนหมู่บ้านหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองนครพนม พบวัยรุ่นชาย 2 คน ขับขี่รถ จักรยานยนต์ซ้อนท้ายผ่านหน้าบ้านคล้ายดูลาดเลากระทั่งเช้าตรู่มีชาวบ้านแจ้งว่ามีคนร้ายลอบตัดต้นพะยูงในวัดจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนเข้าไปตรวจสอบ พบว่าถูกตัด พบด้ามไม้เลื่อยมือ 2 อันและขวดน้ำ 8 ขวดทิ้งไว้บริเวณโดยรอบ
จากการสอบถามพระมนตรีจารุธัมโม พระประจำวัด กล่าวว่าช่วงเวลา 23.00 น. พบคนร้าย 10-20 คน ขับรถมิตซูบิซิ ปาเจโร 2 คัน ไม่ทราบสีและทะเบียนจึงเปิดหน้าต่างดูห่างกุฏิ 70 เมตร ตนอยู่คนเดียวจึงไม่กล้าเปิดประตูออกมากลัวได้รับอันตราย พบว่าชายฉกรรจ์ส่วนใหญ่แต่งกายคล้ายทหารพร้อมอาวุธครบมือนำเลื่อยมาโค่นต้นพะยูง ใช้เวลานานกว่า 30 นาที เลื่อยเอาเฉพาะท่อนโคนต้นยาว5-7 เมตร ก่อนหลบหนีไป
หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นพ.2 (กุรุคุ) จึงนำเลื่อยมาตัดไม้พะยูงที่ล้มทับกุฏิออกก่อนนำไม้ของกลางที่เหลือไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยดังกล่าว
รถบัสโรงงานเสยท้ายปิคอัพกลับรถกลางถนนเจ็บ 4 ราย
อุบัติเหตุรายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 16 มิ.ย.58 ร.ต.ท. สุรสิทธิ์ ใจเที่ยง พนักงานสอบสวน สภ.ป่าโมก จ.อ่างทอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบัสชนรถกระบะมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายใน 2 ราย เหตุเกิดบนถนนสายอ่างทอง-ป่าโมก หมู่ 6 ต.บางปลากด อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุกลางถนนพบรถบัสปรับอากาศ 2 ชั้น สีน้ำเงิน ของนฤมิตร หมายเลขทะเบียน 30-6869 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นรถรับส่งพนักงานของบริษัท แซคคูโรด้า จำกัด อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา จอดอยู่ในสภาพบริเวณหน้ารถมีร่องรอยการชนจนกระจกหน้ารถแตกทั้งแผ่น โดยมีผู้บาดเจ็บ 2 คน คือ นายสมภพ แสงทอง อายุ 27 ปี คนขับรถ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และด้านข้างคนขับพบนายเดชา เทพยนต์ อายุ 40 ปี พนักงานของบริษัท แซคคูโรด้า จำกัด โดยนายเดชา ได้รับบาดเจ็บถูกเศษกระจกกระเด็นใส่ตามแขนเป็นแผลจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กน 3334 พระนครศรีอยุธยา ชนติดอยู่กับด้านข้างซ้ายของรถบัส ในรถมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในภายในรถ 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมพร ฉ่ำเย็น อายุ 57 ปี คนขับรถกระบะ และนางสัมพันธ์ เด่นนภารุจิระ อายุ 60 ปี นั่งมาข้างคนขับ โดยนายสมพร มีบาดแผลที่ศีรษะเนื่องจากกระแทกกับรถ คอขยับเขยื้อนไม่ได้ และมีบาดแผลตามใบหน้า ส่วนนางสัมพันธ์ ศีรษะกระแทกกับรถ
จากการสอบปากคำนายเดชา ให้การว่า หลังเลิกงานเวลาประมาณ 21.00 น. รถบัสได้ขับรถรับตนและเพื่อนพนักงานออกจากโรงงานมุ่งหน้าส่งกลับบ้านมาตามทาง โดยส่งมาจนเหลือตนเพียงคนเดียว ระหว่างที่ขับรถมาใกล้ถึงจุดเกิดเหตุ ตนซึ่งนั่งหน้ารถมาคู่กับคนขับได้เห็นว่ารถกระบะคันดังกล่าว จอดอยู่ในลักษณะขวางถนน นายสมภพ คนขับ จึงกดแตรดังลั่นมาตามทาง โดยรถกระบะก็เหมือนทำท่าจะถอยหลัง แต่ไม่ทันรถบัสจึงชนเข้ากับรถกระบะเสียงดังสนั่นหวั่นไหว โดยกระจกหน้ารถนั้นแตกกระเด็นใส่ตัวตนเป็นจำนวนมาก
ด้านนายปรีชา ยืนวงค์ อายุ 38 ปี น้องชายของนายสมพร กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงบ่ายนายสมพร ได้ขับรถออกจากบ้านที่นครสวรรค์มุ่งหน้ามารับนางสัมพันธ์ที่ป่าโมก และไปหาตนที่ อ.บางบาล โดยได้รับหลานมาด้วย 2 คน เมื่อทำธุระเสร็จก็ขับรถกลับมา อ.ป่าโมก เพื่อจะมาส่งหลานและพี่สาว หลังจากที่ส่งหลานที่ป่าโมกแล้วกำลังจะไปส่งพี่สาวที่บ้าน พี่สาวเกิดเปลี่ยนใจจะมานอนบ้านหลาน นายสมพร จึงได้กลับรถเพื่อจะมาบ้านหลานอีกครั้ง จังหวะนั้นรถบัสวิ่งมาพอดี จึงพุ่งชนกันเข้าอย่างจัง
ร.ต.ท. สุรสิทธิ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุทราบว่า รถบัสขับมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองอ่างทอง ส่วนรถกระบะนั้นกำลังจะกลับรถย้อนลงมาทาง อ.บางเสด็จ ระหว่างที่รถกระบะกลับรถนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่รถบัสวิ่งมาพอดี และบีบแตรแล้วแต่รถกระบะหลบไม่ทัน และรถบัสก็เบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนกันเข้าอย่างจังเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นต้องรอให้ผู้บาดเจ็บรักษาตัวก่อน จึงจะทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป



