ข่าว

เสียงจากนาโนไฟแนนซ์ สะท้อนถึงอะไรบางอย่าง

เสียงจากนาโนไฟแนนซ์ สะท้อนถึงอะไรบางอย่าง

18 มิ.ย. 2558

สวัสดีเศรษฐกิจ : เสียงจากนาโนไฟแนนซ์ สะท้อนถึงอะไรบางอย่าง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                       เมื่อผมได้อ่านข้อความการให้ข้อมูลของผู้บริหารกิจการสถาบันการเงิน เมื่อมีสื่อมวลชนไปสอบถามความคิดเห็นว่า บริษัทของท่านที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะมีอัตราการเติบโตระดับไหน ที่สำคัญบริษัทการเงินแห่งนั้น เพิ่งได้ใบอนุญาตการให้บริการทางการเงินที่เรียกว่า “นาโนไฟแนนซ์” ซึ่งภาครัฐหวังว่าจะทำช่วยเป็นช่องทางให้ประชาชนรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้น เพื่อลดปัญหาการเป็นหนี้นอกระบบ ตลอดจนช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม
 
                       ทั้งนี้ ข้อข่าวในข่าวที่ผมได้อ่านเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2558 ระบุว่า “บริษัทยังมีความมั่นใจว่าจะเติบโตได้ 20-30% เพราะเชื่อว่าประชาชนคนไทยยังต้องการใช้เงิน”
 
                       แต่ในรายละเอียดต่อมาที่ขยายความคำตอบข้างต้นสิครับที่มันน่าสนใจเพราะในเนื้อหาข่าวสารระบุว่า ...แม้เศรษฐกิจของประเทศจะอยู่ในภาวะชะลอตัว หนี้ภาคครัวเรือนอยู่ระดับสูง 80% ธนาคารพาณิชย์ต้องมีการตั้งสำรองเพิ่ม...ปรากฏว่าท่านผู้บริหารระบุว่า ...เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงยิ่งเป็นผลดีต่อบริษัทมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีแล้ว ยิ่งทำให้ประชาชนต้องการเงินมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการเข้มงวดของธนาคารพาณิชย์ในเรื่องการปล่อยสินเชื่อ ยิ่งทำให้บริษัทมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น...
 
                       ข้อความที่มีการเน้นย้ำคือ “...บริษัทยังมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตได้ปีละ 20-30% เพราะเชื่อว่าคนไทยยังต้องการใช้เงิน แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าคนไทยจน แต่เป็นเพราะคนไทยขาดวินัยทางการเงิน ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่คนไทยมีวินัยทางการเงิน การเติบโตของบริษัทจะชะลอตัวลง แต่เชื่อว่าคงต้องใช้เวลาอีกไม่น้อย...”
 
                       จากข้อความคิดเห็นที่ได้อ่าน ผมเลยนึกถึงบทความอีกท่านหนึ่งที่ระบุถึงปัญหาเรื่องการไม่อดออมของคนไทย แต่มีการสร้างหนี้เพิ่มขึ้น ท่านได้บอกไว้ว่า 3 เรื่องที่สร้างปัญหาการบริหารจัดการการเงิน การบริหารความรู้ในเรื่องเงินๆ ทองๆ คำกล่าวมีว่า
 
                       1.อยากได้อะไรไม่ออม แต่จะเริ่มจากก่อร่างสร้างหนี้ เช่น พอเห็นของเกิดอยากได้ คิดหาเงินโดยกู้มาซื้อทันที
 
                       2.หน้าตาเป็นเรื่องใหญ่ จึงมีลักษณะ หน้าใหญ่ไร้เงินออม เรามักมองคนที่ว่าเขามีอะไรมาโชว์ ไม่มองและยกย่องว่าเขามีนิสัย อดทน อดออม
 
                       3.ซื้อของไม่ดูความคุ้มค่า จะตัดสินใจซื้อสิ่งใด ไม่สามารถแยกระหว่าง อะไรคือความจำเป็น อะไรคือแค่ความต้องการ
 
                       ยิ่งตอนเขียนบทความนี้ ได้ฟังข่าวทางวิทยุเรื่องคนเป็นพ่อ ลงมือปลิดชีวิตลูกกับตัวเองยกครัว เพราะปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย หนี้สิน และไม่มีงานทำมานานนับปี
 
                       ผมขอจบบทความไว้ให้ท่านผู้อ่านคิดต่อนะครับ
 
 
 
 
 
-----------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : เสียงจากนาโนไฟแนนซ์ สะท้อนถึงอะไรบางอย่าง : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)