
ภัยใกล้ตัวสวยต้องมีสติเครื่องสำอางเถื่อนใช้ถึงตาย
ภัยใกล้ตัวสวยต้องมีสติ เครื่องสำอางเถื่อนใช้ถึงตายผลิตไทยติดแบรนด์เกาหลี : แมรี่ แบรดลี่รายงาน
อันยอง ฮาเซโย.....เรื่องความสวยหล่อของคนในประเทศเกาหลีนั้นมีให้คุณสาวๆ ได้รู้กันอยู่แล้ว แต่ละคนผิวขาวใสไร้สิว เพียงแค่แต่งหน้าบางๆ ผิวก็เนียนเด้งไร้ทีติ
ด้วยสรรพคุณของเครื่องประทินผิวทำให้หนุ่มสาวน้อยใหญ่หันมาใช้เครื่องสำอางของเกาหลี ทำให้ยอดขายในเว็บต่างๆ สั่งจองแบบถล่มทลาย ส่งผลให้ใครๆก็หันมานำเข้ากันจนออกนอกหน้า
“ใช้ดีนะ ใช้แล้วขาว นำเข้ามาจากเกาหลี มีตรา อย. ไม่ต้องกลัวอันตราย” คำพูดเชื้อเชิญให้ทดลองใช้เครื่องสำอางที่ติดฉลากด้วยภาษาต่างประเทศ แต่ใครจะรู้บ้างว่า จากการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. พบว่า เครื่องสำอางประเภทนี้นับพันยี่ห้อเป็น "สินค้าเถื่อน" ไม่ผ่านการตรวจสอบ ปลอมแปลงตรา อย. และหมายเลขจดแจ้งผลิตภัณฑ์ เพื่อหลอกลวงให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์
ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนไม่น้อยที่มีส่วนผสมของสารเคมีอันตรายเช่น สารไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ สารสเตอรอยด์ และปรอทแอมโมเนีย ซึ่งระยะแรกจะทำให้ผิวขาว แต่ในระยะยาวสารเคมีอันตรายเหล่านี้จะเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ตับอักเสบ ไตวาย ทำลายระบบทางเดินปัสสาวะ โลหิตจาง โรคหัวใจ และมะเร็งผิวหนัง
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประเภทนี้หาซื้อได้ง่ายทั้งในอินเทอร์เน็ต ตลาดทั่วไป หรือแม้กระทั่งบูธจำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โดยมักอ้างว่านำเข้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะเกาหลี แม้ราคาจะไม่แตกต่างจากเครื่องสำอางปกติเพียงหลักร้อยบาท แต่ด้วยการโฆษณาที่เกินจริงทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อเลือกซื้อไปใช้
ข้อมูลการตรวจสอบของ อย. พบว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีการติดฉลากภาษาต่างประเทศ จำนวนไม่น้อย ผลิตขึ้นในไทย โดยมีศูนย์กลางการว่าจ้างผลิตอยู่ที่ตลาดเครื่องสำอางแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งย่านดอนเมือง ทีมข่าวอาชญากรรม ศูนย์ปฏิบัติการข่าวเนชั่น จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ
“เกาหลีที่ไหน ทำกันบ้านเรานี่ล่ะใส่ได้หมดไม่ต้องห่วงตามที่น้องต้องการ หากต้องการให้ขาวก็ต้องใส่ปรอทมากหน่อย พี่คิดไม่แพงนะกิโลกรัมละ 3,000 บาท ส่วนตรา อย. และเลขจดแจ้งเราทำได้ คิดค่าบริการ 3,500 บาท ฉลากก็ทำได้ ใช้ภาษาต่างประเทศ เกาหลีละกันตอนนี้เป็นที่นิยม” ผู้ค้าผลิตภัณฑ์สำอางในตลาดใหญ่ย่านดอนเมืองรายหนึ่งบอกกับทีมข่าว
จากการสำรวจพบว่า ร้านค้าที่รับผลิตเครื่องสำอางตามความต้องการของลูกค้าที่ต้องการนำไปจำหน่ายต่อให้แก่ผู้บริโภคมีอยู่จำนวนมาก เฉพาะในตลาดค้าเครื่องสำอางชื่อดังย่านดอนเมืองเพียงแห่งเดียวมีร้านประเภทนี้หลายสิบร้าน เมื่อรับคำสั่งผลิตแล้วร้านค้าเหล่านี้จะสั่งผลิตต่อในแหล่งผลิตย่าน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
สอดคล้องกับข้อมูลของ ภญ.ดร.สุมาลี พรกิจประสาน ผู้อำนวยการสำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางปลอมมักอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง และมักใช้ภาษาต่างประเทศติดฉลาก เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือว่านำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งความจริงแล้วผลิตขึ้นเองในไทย มีการปลอมแปลงฉลากและเลขกำกับสินค้า ซึ่งผู้บริโภคควรระมัดระวัง ซึ่งในแต่ละปีมีการตรวจสอบพบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางปลอมวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดมากกว่า 1,000 ยี่ห้อ
"เราตรวจพบว่าเครื่องสำอางที่อ้างว่านำเข้าจากต่างประเทศ และจำหน่ายทั่วไปในอินเทอร์เน็ตหรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้า มีส่วนผสมของสารเคมีอันตราย มีการโฆษณาสรรพคุณว่าจะช่วยทำให้ผิวหน้าขาวใส อย่างแรกที่พบมากคือ สารปรอทแอมโมเนีย ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ และสารพวกสเตอรอยด์ ซึ่งสารสเตอรอยด์ หากใช้ในบริเวณที่มีไขมันเยอะจะทำให้เกิดสิว เมื่อใช้ไปนานๆ จะเกิดผิวหนังไหม้และผิวหนังแตกลาย ส่วนสารปรอทแอมโมเนียระยะแรกๆจะทำให้ผิวขาวขึ้น แต่เมื่อใช้ไปนานๆ ผิวจะบางลง ทำให้หน้าดำ และสารเคมีจะเข้าสู่กระแสเลือด เกิดผลข้างเคียงทำให้ตับอักเสบ ไตวาย ทำลายระบบทางเดินปัสสาวะ โลหิตจาง โรคหัวใจ และมะเร็งผิวหนัง ส่วนไฮโดรควิโนน เป็นสารที่ใช้ฟอกสีผิว หากใช้ไปนานๆ จะเกิดจุดด่างขาวที่ใบหน้า ทำให้เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย หากใช้ในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์อาจทำให้เด็กพิการได้ ตัวกรดวิตามินเอทำให้ผิวหน้าลอก เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง ทำให้ผิวไม่สามารถทนต่อแสงแดดและเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์” ภญ.ดร.สุมาลี ให้ข้อมูล
ที่ผ่านมา "ผู้หญิงหลายรายตกเป็นเหยื่อการโฆษณาชวนเชื่อ" ตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผู้จำหน่ายอ้างว่านำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ความจริงแล้วกลับพบว่าคำโฆษณานั้นไม่เป็นความจริง โดยผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้นผลิตขึ้นเองในไทยโดยไม่ผ่านการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
"ซื้อครีมบำรุงผิวหน้าอ้างว่านำเข้ามาจากเกาหลีผ่านทางอินเทอร์เน็ตราคากระปุกละ 1,500 บาท เพราะเห็นภาพโฆษณาที่ดึงดูดใจ หากใช้แล้วจะทำให้ใบหน้ามีความขาวใส รวมถึงมีภาพก่อนใช้และหลังใช้ของผู้ขาย ทำให้มั่นใจว่าหากใช้แล้วใบหน้าจะขาวใสอย่างที่เห็นในโฆษณา ตอนแรกที่ใช้ไม่มีอาการแสบร้อน คิดว่าคงไม่แพ้ แต่เมื่อใช้ไป 1 สัปดาห์ เริ่มมีสิวผดขึ้นเต็มใบหน้า เมื่อใช้ต่อสิวก็ยิ่งขึ้น จนต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จึงทราบว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการแพ้สารสเตอรอยด์ที่เป็นส่วนผสมของครีมที่สั่งซื้อจากอินเทอร์เน็ต ตอนนี้รักษามา 6 เดือน ค่าใช้จ่ายในการรักษาประมาณเดือนละ 3,000 บาท ไม่คิดว่าครีมราคา 1,500 บาทจะเป็นสาเหตุที่ทำให้แพ้ได้เพราะไม่ใช่ครีมราคาถูก” น.ส.อนุวรรณ บุญปลูก หนึ่งในผู้เสียหายจากการใช้เครื่องสำอางเถื่อน กล่าว
จากบทเรียนดังกล่าว ทำให้ผู้รักความสวยงามต้องตั้งสติ คิดใคร่ครวญ ก่อนเสียทั้งสตางค์ และชีวิต ดังนั้นการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ควรตรวจสอบฉลากให้ครบถ้วน โดยต้องมีฉลากภาษาไทยกำกับ ต้องมีชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า มีสถานที่ตั้ง มีเลขที่จดแจ้งและเลขอย. รวมถึงรายการสารเคมีที่ใช้ผลิต วันที่ผลิตและวันหมดอายุ อย่างชัดเจน และให้นำเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอางที่ปรากฏบนบรรจุภัณฑ์ ตรวจสอบกับเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยให้พิมพ์หมายเลขที่จดแจ้งลงไปในหน้าเพจสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ หากชื่อสินค้าไม่ตรงกับเลขที่จดแจ้งถือว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นของปลอม ห้ามซื้อมาใช้เพราะจะเสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะโรคมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากการซึมซับสารปรอทเข้าสู่ร่างกาย หรือหากเป็นสารเคมีชนิดอื่นอาจทำให้ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรงเสียชีวิตได้



