ข่าว

'เหวง'เชื่อ'ร่างรธน.'ไม่ผ่านประชามติ

'เหวง'เชื่อ'ร่างรธน.'ไม่ผ่านประชามติ

15 มิ.ย. 2558

'นพ.เหวง' ค้าน 'วิษณุ' พิมพ์ 'ร่างรธน.' แจกแค่ 19 ล. จี้ยึดมาตรฐานปี 50 เชื่อ ไม่ผ่านประชามติ อัด ป.ป.ช.ให้ 'สมชาย' แจงสลายแดง 53 ซัดเป็นปฏิปักษ์ผู้ชุมนุม

 
                      15 มิ.ย. 58  นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ จะแจกร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนเพียง 19 ล้านครัวเรือน และจะนับเสียงประชามติเฉพาะคนที่มาใช้สิทธิ์เท่านั้น ว่า ไม่เห็นด้วย จึงขอให้มีการทบทวนโดยให้พิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญตามจำนวนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 50 ล้านคนเศษ และส่งทางไปรษณีย์ตอบรับกลับมา แม้จะใช้งบประมาณเป็นพันล้านบาท แต่ก็เป็นประโยชน์ เพราะควรให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นคนตัดสิน โดยให้ใช้มาตรฐานรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่บัญญัติว่า ผลการทำประชามติเสียงต้องเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง หรือประมาณ 25 ล้านคนขึ้นไป แต่หากทำประชามติแบบที่นายวิษณุกำหนด จะใช้เสียงเพียงครึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ หากเทียบกับการเลือกตั้งที่เฉลี่ยผู้มาใช้สิทธิ์ร้อยละ 50 หรือ 25 ล้านคน ก็เท่ากับใช้เสียงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพียง 12.5 ล้านเสียง ซึ่งตนคิดว่า ไม่ยุติธรรมกับกฎหมายที่ต้องใช้บังคับกับคนทั้งประเทศ 67 ล้านคน
 
                      นพ.เหวง ยังกล่าวถึงกรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้คงยากที่จะพูดว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะมีวาระซ่อนเร้น ลับลวงพรางอยู่หลายอย่าง แต่เดาว่า จะมีการส่งสัญญาณในต้นเดือน ก.ย. ซึ่งจะเห็นชัดเจน ทั้งนี้หาก สปช.เป็นเด็กดี ก็จะมีโอกาสได้กลับมาอยู่ในสภาขับเคลื่อน แต่หากโหวตสวนทาง ก็จะหมดอนาคตทางการเมือง ส่วนประชามติจะผ่านหรือไม่ หากดูจากตัวเลขโพลล์จำนวนมาก อีกทั้งตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่เป็นตัวเลขที่มีความน่าเชื่อถือ ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแก่นในร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ นายกฯ ไม่ได้มาจาก ส.ส. ส.ว.มาจากการแต่งตั้ง เชื่อว่า ประชาชนจะไม่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ
 
 
 
อัด ป.ป.ช.ให้ 'สมชาย' แจงสลายชุมนุม 53 ซัดเป็นปฏิปักษ์ผู้ชุมนุม
 
 
                      นพ.เหวง เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ได้ให้สัมภาษณ์ ว่า ป.ป.ช.กำลังพิจารณาคดีถอดถอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และ ผ.อ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งสลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 โดยได้เชิญนายสมชาย แสวงการ ในฐานะอดีตประธานอนุกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามความคืบหน้าทางคดีของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ทางการเมือง วุฒิสภา เข้าให้ข้อมูล พร้อมระบุว่า ป.ป.ช.ได้ข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยได้มาก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่ ป.ป.ช.เจาะจงเชิญนายสมชาย ทั้งที่ ป.ป.ช.ต้องตระหนักดีว่านายสมชายเป็นปฏิปักษ์ต่อการเคลื่อนไหวของประชาชนในเหตุการณ์นั้นอย่างเปิดเผยชัดเจนมาโดยตลอด ดังนั้นข้อมูลของนายสมชาย ย่อมถูกครอบงำ ชี้นำ โดยทัศนคติทางการเมืองของตนเอง อีกทั้งข้อมูลที่ได้รับจะเป็นผลดีต่อรัฐบาลนายอภิสิทธิ์
 
                      นพ.เหวง กล่าวว่า ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ ป.ป.ช.ให้เชิญนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ อดีตประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์การเมือง วุฒิสภา ที่แต่งตั้งโดยวุฒิสภาที่มีความเป็นกลางทางการเมือง อีกทั้งกรรมการประกอบด้วยนายโคทม อารียา พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ นายคำนูณ สิทธิสมาน พล.อ.ยุทธนา ไทยภักดี มาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง เพื่อเป็นการรักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรม เป็นประโยชน์แก่ความยุติธรรมและความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช.ในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ที่แท้จริง
 
 
 
หวัง สนช.ให้โอกาสทางการเมือง
 
 
                      นพ.เหวง เดินทางมาตรวจสำเนาคดีคำร้องสำนวนการถอดถอน 248 อดีต ส.ส. กรณีแก้ไขที่มา ส.ว.โดยมิชอบ โดย นพ.เหวง กล่าวว่า แนวทางในการพิจารณาคงไม่แตกต่างไปจากคดีถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประวุฒิสภา รวมทั้งคดี 38 อดีต ส.ว. ซึ่งจะศึกษาสำนวนคดีเพื่อต่อสู้คดี เพราะเป็นคดีที่เป็นเหตุการณ์เดียวกัน โดยอดีต ส.ส.ทั้ง 248 คน พร้อมที่เข้าต่อสู้คดีด้วยตัวเอง จึงหวังว่า สนช.จะให้โอกาส เนื่องจากผลการตัดสิทธิ์ในครั้งนี้ถือเป็นเวลายาวไกลตลอดชีวิตทางการเมือง