ข่าว

'บิ๊กตู่'ผุดไอเดียอพาร์ทเม้นท์คนจน

'บิ๊กตู่'ผุดไอเดียอพาร์ทเม้นท์คนจน

15 มิ.ย. 2558

'นายกฯ' เปิดงานวันสิ่งเเวดล้อมโลก ปี 2558 วอนประชาชนร่วมกันดูแลความสะอาดบ้านเมือง เปรยแนวคิดจัดอพาร์ทเม้นท์ให้คนจน ราคาไม่เกิน 3 แสน ใกล้รถไฟฟ้า-ระบบขนส่ง

 
                      15 มิ.ย. 58  เมื่อเวลา 10.30 น.  ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานวันสิ่งเเวดล้อมโลก ประจำปี 2558 ภายใต้ชื่องาน 7 พันล้านฝัน 7 พันล้านใจคิดห่วงใยในผืนโลก โดยงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งเเวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความตื่นตัวในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับนานาประเทศ โดยในปีนี้ได้จัดให้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการงดใช้ถุงพลาสติก ในวันที่ 15 ของทุกเดือน เพื่อร่วมแสดงเจตนาร่วมกันในการสร้างวินัยคนในชาติ และสร้างความเคยชินให้ประชาชนลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายยาก
 
                      ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลเพื่อโลกและคนที่จะเกิดขึ้นมาในอนาคต เพราะดิน น้ำ ป่า และฝนทำให้โลกสวยงามปลอดภัย ประชาชนทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกันจึงอยากขอให้ช่วยกันดูแลบ้านเมืองให้สะอาดโดยเริ่มจากการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดในครอบครัว ต่อเนื่องไปยังโรงเรียนและสังคม รวมถึงการรักษาบ้านเมืองให้สะอาดโดยทุกคนต้องช่วยกันไม่โยนภาระให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งตนคาดหวังว่าการเปิดงานครั้งนี้จะเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง มีการแยกขยะตามสถานที่ต่างๆ ทั้งโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ที่จะต้องมีการนำพลังงานมาหมุนเวียนด้วย
 
                      นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า อยากให้ฟังที่ตนพูดบ้างไม่ใช่ดูแต่ป้าแย้มอย่างเดียว พอป้าแย้มจบก็มีข้าบดินทร์ก็มี พอตนมาก็เปลี่ยนช่องทำไงดี ให้ตนไปแสดงละครไหม จะได้ดูตนบ้าง และขอให้ทุกคนทำใจให้สะอาดเหมือนที่ตนพยายามทำทุกวัน แต่ก็มีขยะเข้ามาในใจให้หงุดหงิดตลอดเวลา ซึ่งตนก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกันนี้รัฐบาลพยายามสร้างหลักธรรมาภิบาลให้เกิดกับทุกคนให้ได้ด้วย ซึ่งการสร้างวินัยให้คนในชาติถือเป็นปัญหาหลักที่บิดเบือนมาตั้งแต่การศึกษาที่สอนแต่เรื่องเสรีภาพ หรืออะไรที่ไร้ขีดจำกัดแต่ไม่เคยพูดถึงหน้าที่ ซึ่งไม่ได้ ถ้ารัฐบาลทำตัวดีประชาชนก็ต้องร่วมมือ ถ้ารัฐบาลไม่ดีก็ว่ากันใหม่ ตนกำลังพยายามสร้างระบบธรรมาภิบาลเสียใหม่
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “วันนี้จะต้องปลูกฝังและช่วยกันเพื่อให้บ้านเมืองมีความสะอาดในทุกที่ และต้องมีความสะอาดในใจ ผมก็พยายามทำใจให้สะอาดทุกวัน แต่มันก็มีขยะเข้ามาทุกวันเหมือนกัน ต้องหงุดหงิดโมโหทุกวันตอนอ่านหนังสือพิมพ์ แต่ผมก็จะทำเท่าที่ทำได้ เพราะรับปากไว้แล้ว และขอให้เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องใช้ทรัพยากรด้วยกัน วันนี้เทคโนโลยีรวดเร็ว แต่จิตใจคนตามไม่ทัน ดังนั้นจะทำอย่างไรให้จิตใจพัฒนาการได้เร็วกว่านี้ ต้องรู้เท่าทันและช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำในสังคม”
 
                      อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี ระบุว่า วันนี้ต้องดูแลคนจนที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ถูกต้อง ต้องหาที่อยู่ให้ได้ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของรัฐบาล ซึ่งตนเสนอให้จัดอพาร์ทเม้นท์ใกล้รถไฟฟ้า หรือที่มีระบบขนส่ง โดยให้เช่าหรือซื้อโดยผ่อนในราคาไม่เกิน 3 แสนบาท ผ่อนเดือนละ 1,000 - 2,000 บาทต่อเดือน ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีรัฐบาลไหนทำเพราะกลัวเสียคะแนนเสียง ตนไม่มีคะแนนเสียงขออย่ามาต่อต้าน ตนทำเพื่อคนไทยทุกคน ทุกวันนี้ตนพูดอยู่คนเดียว โดนอยู่คนเดียว จึงอยากขอให้ทุกคนช่วยกันกำหนดอนาคตประเทศไทยว่าจะให้เป็นอย่างไรเป็นแบบที่ตนว่าหรือจะเป็นแบบที่คนอื่นว่า
  
 
 
ขอทำหน้าที่ไม่เกิน 2 ปี ชี้ ปชช.มีความสุขหลัง คสช.เข้ามา
 
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอัลจาซีร่า เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำรัฐประหารนั้นเป็นการตัดสินใจของตนคนเดียว ไม่มีอำนาจไหนมาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น เพราะเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เป็นเรื่องอันตราย ความเสี่ยงที่มีอยู่ ครอบครัวก็ไม่รู้ โดยจากวันนั้นถึงวันนี้ ตนและครอบครัวก็ไม่ได้มีความสุขมากมายนัก เพียงแต่มีความสุขที่ได้ทำงาน ทำเพื่อประเทศชาติ เขาก็ต้องเสียสละ เหมือนกับที่ตนเสียสละเหมือนกัน เข้าใจกันในครอบครัว
 
                      สำหรับเรื่องในและต่างประเทศ ตนก็ต้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อไปว่า ตนเข้ามานั้นทำอะไรบ้าง และไปทำอะไรที่เสียหายหรือไม่ เพราะสังคมโลกดูตนอยู่ทุกเรื่อง และยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็พ วันนี้รัฐบาลทำงานมาครบ 1 ปีแล้ว หลังจากที่ คสช.เข้ามาแก้ไขปัญหาเร่งด่วนใน 5 เดือนแรก เช่น ความรุนแรง อาวุธสงครามที่ยังมีอยู่ การทุจริตผิดกฎหมาย การจัดระเบียบสังคม ชายหาด การค้าขาย ซึ่งไม่เคยได้รับการแก้ไข และทำไปได้พอสมควร เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ทำเรื่องเหล่านี้ เพราะเป็นเรื่องของคนจนที่ส่วนใหญ่มักทำผิดกฎหมายไม่ร้ายแรง เช่น การค้าขายผิดที่ ถ้าทำไปเรื่อยๆ ประเทศชาติจะไม่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สร้างความไม่พอใจแก่นักท่องเที่ยว
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หากถามว่าประชาชนมีความสุขหรือไม่ จากที่ได้พบปะและสอบถาม และกระแสตอบรับในการลงพื้นที่ รวมทั้งสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เขามีความสุขขึ้น เพียงแต่ความสุขกับความทุกข์มาคู่กัน ที่เขามีความสุขมาก คือ ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย ไม่มีการใช้อาวุธสงครามไล่ยิงกัน วางระเบิดใส่กัน และไม่ต้องเผชิญหน้ากับการประท้วงยาวนาน ส่วนตัวนั้นมีความสุข เพราะประชาชนมีความสุข แต่ก็ไม่เท่ากันทั้งหมด เพราะมีส่วนได้และส่วนเสีย คนที่เสียประโยชน์ก็ไม่ค่อยพอใจ แต่ตนเลือกว่าใครจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน โดยตนต้องการทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีความสุขมากขึ้น และประเทศมีความมั่นคง เดินไปสู่อนาคตข้างหน้า ตนมีความสุขตรงนั้น แต่ไม่ใช่มีความสุขจากการอยู่ในอำนาจ
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนนำมาเป็นแบบอย่างในการบริหารประเทศ คือ พระมหากษัตริย์ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำอะไรมามากมาย ทั้งเรื่องการพัฒนา แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเหมาะสมกับสถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เฉพาะกับประเทศไทย แต่เหมาะกับโลกที่มีความขัดแย้งสูง ตนไม่ได้หมายว่าจะบังคับให้ใครใช้แนวทางนี้ เพียงแต่ว่ามันมีประโยชน์
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้คิดว่าตัวเองเหมาะสมที่จะเข้ามาบริหารประเทศ เพียงแต่สถานการณ์ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 นั้นไม่มีใครที่จะทำได้ นอกจากตนคนเดียว เพราะเป็นสถานการณ์ที่ติดขัดด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ความขัดแย้ง ที่รัฐบาลที่แล้วแก้ไขไม่ได้ รวมทั้งงบประมาณที่เดินต่อไม่ได้ เพราะรัฐบาลขณะนั้นไม่มีอำนาจเต็ม โดยมีเพียงกฎอัยการศึกที่ใช้ได้ แต่ตนเป็นผู้ประกาศใช้ได้คนเดียว ยืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับคนเสื้อแดงและเหลือง ซึ่งคิดว่าถ้าไม่ให้เกิดความขัดแย้งนั้น ทำอย่างไรประชาชนถึงจะไม่ขัดแย้งกันก่อน ต้องไม่มีสี ตนทำหน้าที่ตรงนี้ไม่เกิน 2 ปี และต่อไปแกนนำทุกฝ่ายต้องเดินหน้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยที่ผ่านมาได้รับการประกันตัวกันออกมา ถ้าผิดศาลก็ตัดสินว่าผิดไม่ได้ไปรังแก และวันนี้ ที่ติดคุกกันอยู่นั้น มีคนเสื้อแดงบอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนบอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง แม้เหตุที่เกิดขึ้นจะอยู่ในช่วงสถานการณ์การเมือง แต่ใครเอาคนเหล่านี้มาเผาศาลากลาง ใครเอาคนเหล่านี้มาใช้อาวุธ ยิงทหาร ยิงเจ้าหน้าที่ ยิงสถานที่ราชการ เขารับกันหรือเปล่า ซึ่งหลักฐานมีอยู่ชัดเจน วันนี้อย่าไปพูดว่า ตนกันฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไว้
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แนวทางการสร้างความปรองดอง ตนได้เรียกทุกกลุ่มทุกสีเข้ามาพูดคุยกัน ซึ่งทุกคนบอกว่าสามารถปรองดองกันได้ แต่อีกแง่หนึ่งกลับบอกว่าการเมืองไม่สามารถปรองดองได้ เพราะทุกคนต้องการเข้าสู่อำนาจ ซึ่งวันนี้การปฏิบัติของรัฐ ก็ได้เตือนทุกฝ่าย ในการแสดงบทบาท ทางการเมืองที่เกินเลย เป็นการพูดคุยเพื่อให้ทราบและทำความเข้าใจ ว่าตนเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหา และหากต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตนก็จะดูแลให้ โดยที่ผ่านมาหลายกลุ่มได้ใช้โซเชียลมีเดีย ในการโจมตีรัฐบาล บางครั้งตนให้สัมภาษณ์กับสื่อเกินเลยไปบ้าง แต่ไม่เคยมีการลงโทษใคร ซึ่งนักข่าวเองก็มีความเข้าใจตนอย่างดี แต่ไม่อยากให้นักข่าวหยิบคำถาม ที่ตัวเองไม่มีความรู้มาถาม โดยตนพร้อมจะอธิบายทุกเรื่อง ตนเป็นตัวของตัวเอง ประชาชนรักที่เป็นอย่างนี้ แม้ในสายตาของต่างชาติ อาจจะยังรับไม่ค่อยได้ แต่ก็จะพยายามปรับตัว ตนไม่ใช่นักการเมือง จะให้พูดไพเราะตลอดเวลาคงไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือพูดแล้วทำ
 
                      "หลังจากสิ้นสุดรัฐบาลนี้ สิ่งที่จะทำคือนั่งดูรัฐบาลใหม่เขาทำงาน ซึ่งรัฐบาลใหม่อาจจะล้มสิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็ได้ ถ้าคิดว่าดีกว่า แต่ถ้ามันไม่ดีกว่า ประชาชนเขาก็ไม่ยอม วันนี้สิ่งที่ทำนอกจากการเสี่ยงเข้ามาแล้วยังต้องวางอนาคตให้กับประเทศด้วย วันนี้ผมยังไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองมีอำนาจ เพราะอำนาจของผมใช้ในทางสร้างสรรค์ ตื่นมายังนึกอยู่เลยว่าเป็นนายกฯ หรือเปล่า เวลาใครเรียก นายกๆ ผมไม่ค่อยชอบ เพราะไม่ต้องการเป็นนักการเมือง แต่เข้ามาเพราะความจำเป็น"
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่อำนาจในวันที่ 22 พ.ค. 2557 ตนทำงานหนักเพื่อเตรียมตัวเอง ว่าต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาประเทศชาติติดขัดเป็นระยะเวลานาน โดยก่อนจะเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นหัวหน้า คสช. และเมื่อไม่มีใครรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนจึงทำหน้าที่ด้วยตัวเอง การเป็นนายกรัฐมนตรี ที่เข้ามาท่ามกลางความขัดแย้งถือเป็นงานหนัก เพราะการปฏิวัติครั้งที่ผ่านๆ มา ไม่มีการแบ่งประชาชนออกเป็นสองฝ่ายอย่างเช่นทุกวันนี้ การเข้ามาครั้งนี้ตนเสี่ยงที่จะปะทะกับทั้งสองฝ่าย แต่โชคดีที่อีกฝ่ายหนึ่งเขาหยุด แล้วให้ตนเข้ามาแก้ไขปัญหา ซึ่งไม่ว่าสีแดง เหลือง เขียว ตนต้องแก้ไขให้หมด ด้วยกฎหมาย และที่ผ่านมาต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมเยียนตนเป็นระยะ ซึ่งประชาคมที่ต่อต้านเรื่องความไม่เป็นประชาธิปไตยก็มาด้วย และให้เกียรติตน ซึ่งต่างประเทศรวมถึงนักธุรกิจบอกว่ารู้สึกสบายใจ โดยบอกอีกว่าจะให้ประเทศไทยเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกได้หรือไม่ ตนไม่ได้โกหก แต่รับรองไม่ได้ วันนี้ตนทำได้ แต่วันหน้าหากกลุ่มต่างๆ ออกมา ตนก็ให้สัญญากับเขาไม่ได้ แต่จะทำโดยวางสิ่งต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก ทั้งนี้เป็นการวางระบบโดยการปฏิรูป ในรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลที่จะเข้ามาต้องมีธรรมาภิบาล มีความชอบธรรม ไม่ทำอย่างที่ผ่านมาอีก จึงอยากให้ความมั่นใจในตรงนี้
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีความสุข และเมื่อมีความสุขมากๆ คนก็เลยทะเลาะกันเสียหน่อย ซึ่งการทะเลาะเบาะแว้ง จะมีความยาวนานเพราะเราไม่เคยปฏิรูปประเทศมาก่อน ตนกำลังทำให้ประชาชนทุกคนมีอนาคต ไม่ให้นักการเมืองเข้ามาใช้อำนาจ โดยหวังผลประโยชน์