
รวบแท็กซี่ทำร้ายพริตตี้อ้างฉุนถูกด่าหยาบคาย
14 มิ.ย. 2558
ตำรวจลุมพินี รวบแท็กซี่ทำร้ายพริตตี้อ้างฉุนถูกด่าหยาบคาย
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2558 พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี พร้อมด้วย พ.ต.ท.อภิชาติ จันทองดี รอง ผกก.สส.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.ธเนศ มีทอง สว.สส.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ สว.สส. พ.ต.ท.ธเนศ มีทอง สว.สส. ร.ต.อ.ภราดร สุวรรณรัตน์ รอง สว.สส. ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี จับกุมตัวนายกันตวญ์ สมยาประเสริฐ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1000/11 ถนนวิเชียรโชฎก ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร พร้อมของกลาง รถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทว 4290 กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายในอู่รถแท็กซี่ไม่มีชื่อท้ายซอยเสรีไทย31 แขวงสะพานสูง เขตบึงกุ่ม กทม.
พ.ต.อ.พรชัย เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีผู้แชร์ภาพถ่ายหญิงสาวหน้าตาดี ถูกโชเฟอร์แท็กซี่ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ จนมีผู้แชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก และมีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารย์กันต่างๆนาๆ ในทำนองความโหดร้ายของโชเฟอร์รายนี้ จากการตรวจสอบทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน มีพริตตี้สาวผู้เสียหาย เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.พันธุ์พิศ วัชรินทร์พร พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ว่า ในช่วงเวลา 02.30 น. วันเดียวกัน ได้เรียกรถแท็กซี่จากบริเวณใกล้ป้อมตำรวจ ปากสุขุมวิทซอย 4 (ซอยนานา)
ขณะนั่งโดยสารมาถึงบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพลินจิต ได้มีปากเสียงกัน จนถูกโชเฟอร์ไล่ลงจากรถ มิหนำซ้ำ โชเฟอร์แท็กซี่ยังลงมาทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนขับรถหลบหนีไป และปล่อยให้ผู้เสียหายนอนขอความช่วยเหลือ แต่โชคดีที่ผู้เสียหายจดจำรถแท็กซี่ของคนร้ายได้ ว่าเป็นรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทว 4290 กรุงเทพมหานคร จึงรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความในเวลาต่อมา ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้ง จึงลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้าย กระทั่งเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี สืบทราบว่า คนร้ายจะนำรถแท็กซี่มาจอดภายในอู่รถแท็กซี่ไม่มีชื่อ บริเวณท้ายซอยเสรีไทย31 แขวงสะพานสูง เขตบึงกุ่ม กทม. จึงนำกำลังไปตรวจสอบ และสามารถจับกุมตัวมาสอบสวน ที่.สน.ลุมพินี
ด้าน พ.ต.ท.วชิรากรณ์ กล่าวว่า จากสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับผู้โดยสารรายนี้ มาจากบริเวณแยกนานา ปากซอยสุขุมวิท 4 ซึ่งผู้โดยสารมีอาการคล้ายคนเมา และให้ตนขับรถไปส่งที่บ้านพัก ย่านถนนเทิดไท แต่ด้วยตนไม่ชำนาญเส้นทางจึงปฏิเสธ ทำให้หญิงสาวรายนี้ไม่พอใจ ต่อว่าตนด้วยคำหยาบคาย ด้วยความโมโหจึงจอดรถบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอช (เพลินจิต) เพื่อขอให้ผู้โดยสารลงจากรถ แต่หญิงสาวรายนี้ไม่ยอมลง ตนจึงเปิดประตูหลังฝั่งผู้โดยสาร แล้วกระชากผู้เสียหายลง ซึ่งอาจได้รับบาดเจ็บ ก่อนขับรถหลบหนีไป กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนข้อหาอื่นๆ ต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป
แท็กซี่น้ำใจงามเก็บเงินส่งคืนนักท่องเที่ยวอินเดีย
เมื่อเวลา 12.00 น. วั ที่สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ (สวพ.เอฟเอ็ม 91) นายสุรสีห์ บุตรพรม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ 9 ต.กุดดู่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู โชเฟอร์น้ำใจงามขับรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู ทะเบียน ทศ 2176 กรุงเทพมหานคร เดินทางมาส่งมอบคืนทรัพย์สินของมีค่าให้แก่ MR.Ankur Gumber นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ภายหลังที่ลืมกระเป๋าสะพายแบบสุภาพสตรี สีดำ ภายในบรรจุของมีค่า ได้แก่ ตั๋วเครื่องบิน หนังสือเดินทาง 3 เล่ม ธนบัตรสกุลเงินไทย ฉบับละ 1,000 บาท 500 บาท รวม 13,500 บาท ธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ฉบับละ 100 ดอลลาร์ 9 ฉบับ ธนบัตรสกุลเงินหยวน ฉบับละ 100, 20, 10, 5, และ 1 หยวน รวม 428 หยวน ธนบัตรเงินรูปี ฉบับละ 500 100 และ 10 รูปี รวม 2,730 รูปี และไอแพด 1 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 5 หมื่นบาท โดยมี น.ส.ไจตนย์ ศรีวังพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิไลเซ็นเตอร์ แอนด์ ซันส์ จำกัด ผู้ร่วมดำเนินการวิทยุเอฟเอ็ม 91 ร่วมเป็นสักขีพยานการทำความดีในครั้งนี้
นายสุรสีห์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา ภายหลังจากส่งผู้โดยสารเสร็จ บริเวณชั้น 3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นมีผู้โดยสารใหม่ ซึ่งเป็นครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 3 คน ซึ่งเป็นพ่อ แม่ และลูกชาย เรียกใช้บริการให้ไปส่งที่โรงแรมเลอบัว สีลม เมื่อขับรถถึงที่หมายก็มีพนักงานเข้ามาช่วยขนสัมภาระลงจากรถ พร้อมกับให้นักท่องเที่ยวเดินตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถซึ่งตนก็ช่วยตรวจสอบด้วยและไม่พบว่าผู้โดยสารลืมของมีค่า หลังจากนั้นจึงรับผู้โดยสารรายใหม่ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2 คน ไปส่งที่ซอยมหาดเล็ก ถนนราชดำริ แต่ก็ไม่มีสิ่งผิดสังเกตแต่อย่างใด
นายสุรสีห์ กล่าวต่อว่า หลังจากเหนื่อยล้าจากการขับรถจึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านพักย่านธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อตื่นขึ้นมาช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 13 มิถุนายน ได้ขับรถออกไปทำความสะอาดกระทั่งพบกระเป๋าสะพายแบบสตรี สีดำ ถูกทิ้งไว้อยู่ใต้ที่วางเท้าของผู้โดยสารด้านหน้า จึงเปิดออกมาดูกระทั่งพบพาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน โดยระบุชื่อ Mr.Ankur Gumber อายุ 31 ปี Ms.Rashi Gumber อายุ 31 ปี และ Master Dravya Gumber อายุ 6 ขวบ พร้อมของกลางดังกล่าว ขณะนั้นรู้สึกตกใจมากจึงรีบโทรศัพท์ไปปรึกษากับภรรยา ที่อยู่ใน จ.นครราชสีมา ก่อนตัดสินใจตามหาเจ้าของเพื่อส่งคืน โดยนำมาฝากไว้ที่สถานีวิทยุ สวพ. เอฟเอ็ม 91 เพื่อประชาสัมพันธ์ติดตามหาเจ้าของ
ด้าน Mr.Ankur Gumber ให้การว่า โดยปกติจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยพร้อมครอบครัวทุกๆ 6 เดือน เพื่อซื้อเสื้อผ้านำกลับไปขายต่อที่ประเทศอินเดีย โดยก่อนเกิดเหตุได้เรียกแท็กซี่จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อไปส่งที่พักภายในโรงแรมเลอบัว สีลม โดยให้ลูกชายนั่งด้านหน้าพร้อมทั้งฝากกระเป๋าสะพายไว้ เมื่อถึงที่หมายทุกคนจึงรีบลงเนื่องจากเหนื่อยล้าจากการเดินทาง โดยมีพนักงานของโรงแรมเข้ามาช่วยขนสัมภาระและช่วยกันตรวจทรัพย์สินให้แน่ใจแล้วว่าไม่ลืมสิ่งของแน่นอนก่อนขึ้นที่พัก แต่ไม่คิดว่าลูกชายจะซุกกระเป๋าสะพายทิ้งไว้ที่พักเท้าใต้เบาะผู้โดยสาร
“ผมประทับใจมากในคุณงามความดีของแท็กซี่รายดังกล่าว ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีของคนไทยและสร้างชื่อเสียงที่ดีให้คนไทยทั้งประเทศ ผมขอมอบเงินรางวัล จำนวน 100 ดอลลาร์ เพื่อเป็นสินน้ำใจ หากไม่ได้เขาช่วยครอบครัวผมต้องลำบากแน่ๆ” Mr.Ankur Gumber กล่าว



