ข่าว

ครึ่งปีแรกยอดขายรถยนต์ทรุด28% เดือนมิ.ย.ตลาดรถเก๋ง-กระบะอาการเริ่มกระเตื้อง

ครึ่งปีแรกยอดขายรถยนต์ทรุด28% เดือนมิ.ย.ตลาดรถเก๋ง-กระบะอาการเริ่มกระเตื้อง

17 ก.ค. 2552

ยอดขายรถยนต์ครึ่งปีแรกหดตัว 28% ยังทรุดทุกตลาด โตโยต้าแชมป์ยอดขายรวมสูงสุด ส่วนอีซูซุกวาดในส่วนของรถกระบะ เผยเดือนมิถุนายนสถานการณ์รถเก๋งและกระบะดีขึ้นยอดขายเริ่มกระเตื้อง

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รายงานยอดจำหน่ายรถยนต์รวมทุกประเภท ในครึ่งปีแรกของปี 2552 (มกราคม-มิถุนายน) จำหน่ายได้ทั้งสิ้น 231,428 คัน ลดลง 28.01% จากช่วง 6 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา โดยทุกตลาดมีการหดตัวลง ซึ่งตลาดที่หดตัวสูงสุดคือ ตลาดรถตู้และรถขนาดครึ่งตันอื่นๆ โดยหดตัวลงถึง 40.91% ส่วนตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หดตัวลงน้อยที่สุดคือ 13.01%

 ทั้งนี้ บริษัทโตโยต้า มียอดจำหน่ายรถยนต์รวมทุกประเภทเป็นอันดับ 1 ด้วยยอดจำหน่าย 95,334 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 41.19%  ตามมาด้วยอีซูซุเป็นอันดับ 2 ยอดจำหน่าย 48,858 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 21.11% และอันดับ 3 ได้แก่ ฮอนด้า จำหน่ายได้ 39,967 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 17.27%

 สำหรับตลาดรถปิกอัพขนาด 1 ตันใน 6 เดือนแรก มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 112,869 คัน ลดลง 35.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อีซูซุมียอดจำหน่ายสูงสุดอยู่ที่ 45,652 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 40.45% โตโยต้าตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยยอดจำหน่าย 45,158 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 40.01% และนิสสันมาเป็นอันดับ 3 มียอดจำหน่าย 8,430 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 7.47%

 ส่วนยอดจำหน่ายของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 6 เดือนแรกของปีนี้ รวมทั้งสิ้น 96,056 คัน ลดลง 13.01%  เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โตโยต้าจำหน่ายได้เป็นอันดับ 1 จำนวน 41,541 คัน ครองส่วนแบ่งตลาด 43.25% ฮอนด้ามาเป็นอันดับ 2 ด้วยยอดจำหน่าย 37,794 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 39.35% และเชฟโรเลตจำหน่ายได้เป็นอันดับ 3 คือ 3,829 คัน คิดเป็น 3.99%

 ขณะที่ตลาดรถปิกอัพขนาด 1 ตันในเดือนมิถุนายน มียอดจำหน่ายรวม 20,422 คัน เพิ่มขึ้น 5.80%  เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม โตโยต้าจำหน่ายได้สูงสุด คือ 8,949 คัน  มีส่วนแบ่งตลาด 43.82%  ตามมาด้วยอีซูซุจำหน่ายได้ 7,886 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 38.62%  และนิสสันมาเป็นอันดับ 3  ด้วยยอดจำหน่าย 1,363 คัน คิดเป็น 6.67% 
  
 สำหรับตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในเดือนมิถุนายนนี้ เพิ่มขึ้น 7.98% จากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมียอดจำหน่ายรวมทุกยี่ห้อ 18,746 คัน โตโยต้าจำหน่ายได้สูงสุด 8,197 คัน คิดเป็น 43.73% ฮอนด้ามาเป็นอันดับ 2 จำหน่ายได้ 6,803 คัน  คิดเป็น 36.29% และเชฟโรเลตมาเป็นอันดับ 3 คือ 1,237 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 6.60%
 นางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเห็นชอบให้ลดหย่อนอากรขาเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนตามมาตรา 30 แก่กิจการผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรการฐานสากล (อีโคคาร์) ในอัตราสูงสุด 90% เป็นเวลา 2 ปี โดยจะพิจารณาอนุมัติคราวละ 1 ปี ซึ่งจะทำให้การผลิตรถยนต์อีโคคาร์มีต้นทุนต่ำลงคันละ 100,000 บาท