
ชู'ชัยนาทโมเดล'ช่วยแก้ปัญหาชาวนาน้ำน้อย
กระทรวงเกษตรชู 'ชัยนาทโมเดล'ช่วยแก้ปัญหาชาวนาน้ำน้อย
วันที่ 14 มิ.ย. ที่สำนักชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา และติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดชัยนาท โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท และหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์น้ำ
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าจากสถานการณ์น้ำในปัจจุบันที่มีปริมาณฝนตกน้อยกว่าเกณฑ์ที่ประเมินส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนน้อยและต้องระบายน้ำจากเขื่อนมาก เพื่อเสริมปริมาณน้ำฝน เป็นผลให้น้ำในเขื่อนลดปริมาณลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ เห็นชอบให้ระบายน้ำจากเขื่อนทั้ง 4 แห่ง ประกอบไปด้วย เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม 2558 อัตราเฉลี่ยวันละ 30 – 35 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อการอุปโภค บริโภค รักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ รวมถึงพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีที่เพาะปลูกแล้ว จำนวน 2.84 ล้านไร่เท่านั้น ดังนั้นจึงได้ขอความร่วมมือไปยังเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ยังไม่เพาะปลูกข้าวนาปีให้ชะลอไปก่อนจนกว่าจะเริ่มมีฝน
นายชวลิต กล่าวด้วยว่า ปีนี้ถือว่าฝนมาช้ามาน้อยและไปเร็ว ประกอบที่น้ำต้นทุนในเขื่อนมีน้อย ทำให้เป็นปัญหาต่อการทำนามาก ซึ่งเห็นด้วยกับแนวทางของจังหวัดชัยนาทที่ผู้ว่าฯได้เสนอแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยในส่วนระยะสั้นควรช่วยชาวนาในส่วนที่ยังไม่ได้ลงมือปลูกข้าวไร่ละ 1,000 บาท เนื่องจากฝนมมาช้าและใกล้หากถึงเดือนสิงหาคมน้ำมากอาจท่วมทำให้นาเสียหายได้ ส่วนระยะกลางควรส่งเสริมปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือพืชโตเร็ว รวมทั้งการปรับปรุงระบบชลประทานที่มีปัญหา ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวปรับปรุงระบบชลประทานทั้งระบบ และส่งเสริมการปลูกป่าที่ต้นน้ำ โดยมีกฎหมายบังคับให้เจ้าของที่ดินหากมี 20 ไร่ หรือ 50 ไร่ ให้มีบ่อน้ำหรือแหล่งน้ำ 1 บ่อ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ควรมีแหล่งน้ำของตัวเอง อย่างไรก็ตามขอให้ทุกหน่วยงานบูรณางานร่วมกันและเร่งทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้ทราบถึงปัญหาและมาตรการในการให้ความช่วยเหลือ และเร่งสำรวจข้อเสนอแนะของ 21 จังหวัดภาคกลาง รวมกับ “โมเดลชัยนาท” รวมเป็น 22 จังหวัดภาคกลางเพื่อให้ที่ประชุมกระทรวงฯต่อไป



