ข่าว

สปช.ประชุมภายใน15มิ.ย.สรุปส่งงานต่อสภาขับเคลื่อนฯ

สปช.ประชุมภายใน15มิ.ย.สรุปส่งงานต่อสภาขับเคลื่อนฯ

14 มิ.ย. 2558

“วันชัย”เผยประชุมภายใน สปช. 15 มิ.ย. เตรียมสรุปผลงาน 30 มิ.ย. ส่งงานต่อสภาขับเคลื่อนฯ หนุน แก้ รธน.ชั่วคราวลดจำนวนสภาขับเคลื่อนเหลือ 200

 
 
          วันที่ 14 มิ.ย.58 นายวันชัย สอนศิริ เลขานุการคณะกรรมการประสานงาน(วิป)สปช. กล่าวถึงการประชุม สปช.ในวันจันทร์ 15 มิ.ย.นี้ ซึ่งมีวาระสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ สปช. หลังจากที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มีการแก้แก้ไขปรับปรุงส่งผลให้วาระการทำงานของ สปช.สั้นลง โดยจะสิ้นสุดประมาณเดือนสิงหาคมหรือกันยายน หลังจากลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งแตกต่างจากปฏิทินเดิมที่จะสิ้นสุดการทำงานราวต้นปี 2559 ว่า เป็นการประชุมภายในหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็เหลือเวลาทำงานสองเดือนเศษ คือ1 .ต้องสรุปผลงานทั้งหมดของทุกคณะให้เสร็จสิ้น ซึ่งประธานสปช.กำหนดให้สรุปภายในวันที่ 30 มิ.ย. แต่ยังมีบางคณะไม่เรียบร้อย จึงต้องเร่งรีบให้เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลาและบรรจุเนื้อหาทั้งหมดให้เสร็จสิ้น
 
          นายวันชัย กล่าวว่า 2.ประเมินการทำงานที่ผ่านมาร่วมกัน ฟังเสียงสะท้อนของสมาชิกให้ช่วยกันประเมินว่ามองอย่างไรบ้าง 3 จะต้องทำอะไรในระยะเวลาสองเดือนที่เหลือ นอกจากสรุปเนื้องานมีอะไรต้องส่งต่อให้รัฐบาลหรือสภาขับเคลื่อนทำงานต่อไป จากนั้นประธาน สปช.คงสรุปแล้วมาดำเนินการในระยะต่อไป ส่วนสภาขับเคลื่อนฯจะเอาข้อมูลจากสภาปฏิรูปฯไปขยายผลต่อหรือไม่เราไม่ทราบ แต่ถ้ามีการต่อยอดทั้ง 36 เรื่องที่ทำไว้ก็จะกระชับรวบรัด เพราะทำอย่างรอบด้านแล้ว เพียงแต่เอามากลั่นกรองก็ทำได้อย่างรวดเร็ว และถ้าประสานกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิดด้วยก็จะรู้ความต้องการของรัฐบาล
 
          นายวันชัย กล่าวว่า ตนเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญให้ยุบ สปช.เป็นเพราะผู้มีอำนาจเห็นว่าทำไม่ดี น่าจะไม่ใช่ตามแนวทางที่เขาคิดไว้ หรือน่าจะไม่เหมาะสม คือคิดว่ายังไม่ดีพอหรือเปล่า ในฐานะผู้มีอำนาจนำการปฏิรูปก็ปรับองค์กร วิธีการ ก็เป็นสิทธิและเหมาะสม เพราะโดยส่วนตัวมี 250 คนมากเกินไป ติดหล่มกับวิธีการมากเกินไปจึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง ส่วนสภาขับเคลื่อนจะมีอดีตนักการเมืองเข้ามามีบทบาทมากขึ้นหรือไม่หลังจากมีการแก้ไขเปิดช่องไว้หรือไม่นั้น นายวันชัย กล่าวว่า บอกไม่ได้เพราะเปิดกว้างยังไม่มีการระบุคุณสมบัติว่าจะเป็นเหมือน สปช.หรือไม่ แต่การทำงานควรเลือกคนที่มีแนวทางเดียวกัน และเชื่อว่ามีบางส่วนจากกรรมาธิการยกร่างฯและ สปช.เดิมไปต่อยอดกัน ส่วนถ้ามีอดีตนักการเมืองเข้ามาเพิ่มขึ้นก็ต้องไม่ใช่มากจนมาครอบงำ ก็จะทำให้มีวิธีคิดและมุมมองที่เสริมกันได้มากขึ้น อีกทั้งอำนาจในการปฏิรูปของสปช.ไม่มี มีเพียงแต่เสนอแนะเท่านั้น รัฐบาลจะไม่พอใจข้อเสนอของ สปช.ไม่ได้เพราะเขาสามารถเก็บใส่ลิ้นชักได้อยู่แล้วถ้าไม่อยากทำตาม จึงไม่คิดว่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ยุบสปช.
 
          “ ที่ผ่านมาแต่ละคนเป็นตัวของตัวเองทำให้การทำงานอาจล่าช้าไปบ้าง แต่ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่มองว่า สปช.บางคนหัวแข็ง การยุบสปช.เร็วขึ้นทำให้สมาชิกมีอิสระในการตัดสินใจมากขึ้น จากเดิมมีตำหนิแค่ไหนหากผ่านก็ทำให้สปช.อยู่ต่อได้อีกเกือบปี เมื่อปลดล็อคตรงนี้ว่าไม่ว่าผ่านหรือไม่ผ่านก็ถูกยุบจะมองประโยชน์ส่วนรวมเป็นตัวตั้ง จึงทำให้เกิดความเป็นอิสระ กล้าพูด กล้าแสดงออก พิจารณารัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบ ด้วยเหตุผล โดยตัดประโยชน์ทับซ้อนส่วนตนออกไป ” นายวันชัย กล่าว
 
          นายวันชัย กล่าวว่า นอกจากนี้จากการเสนอของสมาชิกหลายคณะนั้น กรรมาธิการฯคงไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมด จึงเชื่อว่า สปช.จะไม่ยอมให้รัฐธรรมนูญมีตำหนิแม้แต่น้อย ก็น่าจะประกาศคว่ำรัฐธรรมนูญ โดยเท่าที่ได้แลกเปลี่ยนสมาชิกทั้งส่วนกลางและส่วนจังหวัด ทุกคนเห็นตรงกันว่า รัฐธรรมนูญกลัดกระดุมผิดตั้งแต่ต้นจะมีรอยตำหนิให้เห็น หาความพอดีไม่ได้ กระบวนการควรเริ่มขึ้นใหม่คือประสานกัน แตกต่างจากในอดีตที่กรรมาธิการฯคิดว่าเป็นอำนาจของตัวเอง ดังนั้นการตัดเสื้อผ้าใหม่น่าจะดีกว่าการมาปะผุ จึงเชื่อว่าจะมีการคว่ำรัฐธรรมนูญ
 
          “ผมเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญเป็นเหตุอย่างสำคัญที่ทำให้สมาชิกต้องคว่ำ เพราะกลัดกระดุมผิด ถ้าเกิดการคว่ำก็เป็นผลพลอยได้ของพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลได้รับผลพวงให้อยู่ในอำนาจต่อ ซึ่งผมเชื่อว่า กรรมาธิการฯยกร่างแก้ไม่ได้ตามความพอใจของทุกคน ถ้าให้รัฐธรรมนูญผ่านนำไปสู่ประชามติเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งบ้านเมืองก็จะเหมือนเดิม วังวนความเลวร้ายยังขจัดไม่ได้ การให้เกิดความปรองดองเรื่องระยะเวลาจึงมีส่วนสำคัญและการปฏิรูปก็ยังไปไม่ถึงไหนจึงยังไม่ควรเลือกตั้งแล้วให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์เตรียมกลับบ้าน ข้าราชการก็จะเกียร์ว่าง ทำอะไรยากขึ้น แต่ถ้า สปช.คว่ำ รธน.เพราะมีตำหนิก็เป็นผลพวงให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ปฏิรูปและสลายสีให้จางลงได้” นายวันชัย กล่าว
 
          นายวันชัย กล่าวว่า หนึ่งปีที่ผ่านมารัฐบาลเพียงแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นยังไม่มีการปรับปรุงวางรากฐาน โครงสร้างอนาคต เพราะฉะนั้นถ้าให้เวลาอีกปีสองปีน่าจะเป็นประโยชน์ต่อชาติในการขับเคลื่อนระยะยาว โดย 1 ต้องวางระบบเกี่ยวกับการทุจริต ซื้อสิทธิ ขายเสียง มีวิธีการและกระบวนการต่าง ๆ ที่สามารถแก้ไขได้ และปลุกให้คนรู้สึกรังเกียจการซื้อเสียงว่าเป็นเรื่องเลวร้าย 2 การทุจริตคอร์รัปชั่นในส่วนการเมือง เอกชน ข้าราชการ ต้องวางกลไกอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด พร้อมกับสร้างกระแสให้คนรู้สึกรังเกียจการทุจริตคอร์รัปชั่น 3 ปฏิรูปตำรวจ เพราะเป็นเรื่องใกล้ชิดกับประชาชนต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนด้วยอำนาจที่มีว่าจะแก้โครงสร้างอย่างไรให้ปลอดการแทรกแซงทางการเมือง 4 การปกครองส่วนท้องถิ่น จะมีการควบรวมหรือดูแลไม่ให้มีการทุจริตอย่างไร มีการตรวจสอบถ่วงดุลย์ได้ 5 ก็เป็นการบริหารในทุกด้านที่ต้องสร้างกลไกให้กระฉับกระเฉงมากขึ้น ถ้าทำได้สักสามเรื่องคนก็แทบจะกราบแล้ว
 
          “ถ้าจะอยู่ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ต้องปฏิรูปตำรวจในการแก้ระยะยาว ทำให้ปลอดการเมือง การแต่งตั้งโยกย้ายต้องเป็นธรรม การสอบสวนที่ถูกครอบงำต้องเป็นอิสระ โครงสร้างจะปรับปรุงอย่างไรให้กระชับมากขึ้น องค์กรที่ไม่เกี่ยวกับตำรวจควรถ่ายโอนอย่างไร และมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่ทำได้ จึงเชื่อว่าท่านต้องทำ ถ้าไม่ทำประชาชนก็จะผิดหวัง ก็จะด่าว่ารัฐประหารมาทำอะไร” นายวันชัย กล่าว