ข่าว

สอบนาฬิกา2.5ล้าน'ปู'ใกล้จบ

สอบนาฬิกา2.5ล้าน'ปู'ใกล้จบ

13 มิ.ย. 2558

'ป.ป.ช.' เผยสอบนาฬิกา 2.5 ล้านของ 'ยิ่งลักษณ์' ใกล้ครบถ้วน สร้างสนามฟุตซอลโยงถึงนักการเมืองหรือไม่ขึ้นกับหลักฐาน ลงลึก 'สกสค.' ใช้งบฯ มิชอบ

 
                      13 มิ.ย. 58  นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีถูกร้องเรียนเรื่องนาฬิกา มูลค่า 2.5 ล้านบาท ไม่มีในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯ ว่า เบื้องต้นตรวจสอบข้อเท็จจริงใกล้ครบถ้วนแล้ว ขาดรายละเอียดเพียงเล็กน้อย ที่ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการต่อ ส่วนกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯ เชิงลึก 'อดีต 5 รัฐมนตรี' เกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำข้าวนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล
ส่วนกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯ พล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กับพวก กรณีร่ำรวยผิดปกตินั้น นายวรวิทย์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และได้สอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วในวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา
 
 
 
สร้างสนามฟุตซอลโยงถึงนักการเมืองหรือไม่ขึ้นกับหลักฐาน
 
 
                      นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตสร้างสนามฟุตซอล (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีไต่สวน ว่า เรื่องนี้มีความคืบหน้าไปมาก สำหรับกรณีที่ผู้ร้องเรื่องนี้เกรงว่า ป.ป.ช.จะเอาผิดได้แค่เจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่กลัวว่าจะไม่ถึงนักการเมืองนั้น ตนขอเรียนว่า ตนเองยังไม่ได้ระบุว่าถึงหรือไม่ถึงนักการเมือง แต่ทาง ป.ป.ช.ต้องสอบให้สุดตามพยานหลักฐานที่มี ตามที่ผู้ร้องพยายามร้องในประเด็น ว่ามีอาจารย์บางคนมีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องกับนักการเมือง และเป็นคนเดินเรื่องประสานงบฯ ลงพื้นที่ และบางคนยังพบว่ามีญาติพี่น้องที่ทำงานช่วยนักการเมืองด้วย ซึ่งจะโยงถึงหรือไม่ขึ้นอยู่ที่หลักฐาน เราก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด และคงต้องขอร้องว่าพยานก็ต้องกล้าให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช.ด้วย
 
 
 
ลงลึกสอบทุกเครือข่าย ปม 'สกสค.' ใช้งบฯ มิชอบ
 
 
                      นายปรีชา กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหานายสมศักดิ์ ตาไชย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กับพวกว่า ได้อนุมัติให้นำเงินของกองทุนสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ชพค.) ไปซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน จำนวน 2,100 ล้านบาท และ 400 ล้านบาท โดยมิชอบ ว่า การไต่สวนกรณีดังกล่าว นายวิชา มหาคุณ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้เรียกประชุมอนุกรรมการไปแล้วเพื่อวางกรอบดำเนินการไต่สวน โดยมีตน และ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ร่วมเป็นอนุกรรมการไต่สวน โดยทางกระทรวงศึกษาธิการ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ได้ส่งเอกสารหลักฐานบางส่วนมาให้ ป.ป.ช.แล้ว นอกจากนี้ ป.ป.ช.ได้ประสานขอข้อมูลไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ด้วย
 
                      นายปรีชา กล่าวว่า ทางคณะอนุกรรมการได้ตั้งคณะทำงานแยกย่อยไต่สวนโดยมอบให้ตนดูแลเรื่องที่เป็นความผิดทางอาญา และมอบ น.ส.สุภา ดูแลเรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด ตรวจสอบหลักทรัพย์ โดยประสานการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาร่วมทำงานด้วย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ที่กำลังตรวจสอบภายในกระทรวงศึกษาธิการอยู่นั้น ก็ได้ส่งเอกสารหลักฐานบางส่วนมาแล้ว แต่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น คณะอนุกรรมการเห็นว่ายังไม่เพียงพอ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ประสานเพื่อขอเพิ่มเติมไปแล้ว นอกจากนี้จะต้องเชิญผู้ร้องและหน่วยงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงมาให้ถ้อยคำ เพื่อให้ได้พยานหลักฐานที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
 
                      "ผมเร่งให้เจ้าหน้าที่ไปประสานทั้งกระทรวงศึกษา ดีเอสไอ คตร. เพื่อขอข้อมูลเอกสารหลักฐานมาเพิ่มเติมโดยเร็ว โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้ร้องในประเด็นกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ไม่ดำเนินการตรวจบัญชีนี้ด้วย รวมถึงการที่ สกสค.นำเงินไปให้โครงการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ไปจนถึงวัดพระธรรมกาย ตามที่มีข่าวดังมาก่อนหน้านี้ รวมถึงตั๋วสัญญาใช้เงิน 2,100 ล้านบาท ซึ่งคดีนี้เป็นคดีหนึ่งที่มีความซับซ้อนมาก"