ข่าว

‘ผบ.ตร.’วิทยุด่วนออกมาตรการสกัดแว้น

‘ผบ.ตร.’วิทยุด่วนออกมาตรการสกัดแว้น

13 มิ.ย. 2558

‘ผบ.ตร.’ วิทยุด่วนออกมาตรการสกัดแก๊งแข่งรถในทางสาธารณะ ขณะที่ชลบุรีระดมกำลัง 3 ฝ่ายตั้งจุดสกัดครั้งแรกถนนเลียบชายทะเลจับแว้นได้กว่า 200 คัน

 
            3 มิ.ย.58 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มธุ์พันม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ 0001(ศปก.ตร)/109 ถึง ผบช.น. ก. ภ.1-2-7 และ หน.ฝอ.ศปก.ตร. ผบก.น.1-9 สปพ. จร. ทล. ป. ทท. ผบก.ภ.จว.นนทนบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ลงวันที่ 12 มิ.ย. 2558 โดยสั่งการว่า ตามที่ปรากฎว่ามีการแข่งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ในทางสาธารณะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนและส่งเสียงดังเป็นที่รำคาญแก่ประชาชนทั่วไปมาเป็นเวลานาน ทั้งยังกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินทางอีกด้วย เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม จึงกำหนดมาตราการจับกุมการกระทำผิดโดยยานพาหนะหรือเกี่ยวเนื่องกับยานพาหนะและผู้ขับขี่ ดังนี้ การบังคับบัญชา 1.1 ให้ บก.น.1-9 จร. ภ.จว.นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม มอบหมาย รอง ผบก. เป็นผู้ควบคุมสั่งการหลัก โดยต้องสามารถติดต่อได้ตลอดระยะเวลาที่มีการตั้งจุดตรวจ กรณีที่ไม่สามารถติดต่อ รอง ผบก. ผู้ควบคุมได้ ให้ ผบก. เป็นผู้รับผิดชอบควบคุมสั่งการแทน 1.2 ให้ ผกก. และ รอง ผกก.ป. ของ สน. หรือ สภ. ซึ่งมีจุดตรวจอยู่ในพื้นที่เป็นผู้ควบคุมการปฎิบัติตามมาตราการนี้ /การจัดกำลัง 2.1 ให้ บก.น.1-9 จร. ภ.จว.นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม จัดกำลัง บก.ละ 50 นาย และต้องมีเจ้าหน้าที่ระดับสัญญาบัตรไม่น้อยกว่า 7 นาย เพื่อทำหน้าที่เป็นหัวหน้าจุดตรวจโดยให้จัดกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในสายงาน สส. จร. นปพ. และชุดปฎิบัติการพิเศษระดับ บก. สำหรับปฎิบัติการตามมาตราการนี้ 2.2 ตามข้อ 2.1 ให้ บก.น.1 น.3 น.6 จัดกำลัง 25 นาย เป็นสัญญาบัตร 3 นาย โดยให้กำลังของ บก.น.3 ร่วมปฎิบัติตามแผนของ บก.น.4 และกำลังของ บก.น.6 ร่วมปฎิบัติตามแผนของ บก.น.1 ให้ ภ.จว.สมุทรสงคราม จัดกำลัง 30 นายเป็นสัญญาบัตร 4 นาย และ ภ.จว.ชลบุรี จัดกำลัง 40 นาย เป็นสัญญาบัตร 5 นาย เพื่อความเหมาะสม 2.3 ในการจัดเวรการปฎิบัติหน้าที่ ให้สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันหยุดสัปดาห์ละ 1 วันในช่วงวันจันทร์-พฤหัสบดี
 
            การปฎิบัติ 3.1 ให้ ผบก.น.1-9 จร. ภ.จว.นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ออกแผนการตั้งจุดตรวจช่วงเวลา 23.00 น. - 06.00 น. วันรุ่งขึ้น โดยใช้กำลังดังกล่าวข้างต้น แบ่งเป็นจุดตรวจ 5-7 จุดตรวจ และกำหนดจุดที่ตั้งของจุดตรวจโดยประสานงานกับพื้นที่ข้างเคียงเพื่อประสิทธิภาพในการใช้กำลังและความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ 3.2 ให้รายงานแผนการตั้งจุดตรวจพร้อมแผนที่แสดงที่ตั้งของจุดตรวจไปยังศูนย์รวมข่าว (ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191) ทางโทรสารหมายเลข 02-5378112-3 เพื่อสรุปในภาพรวม โดยในการรายงานให้ปรากฎรายละเอียดการใช้กำลังและจุดตรวจสำรองตามแบบรายงาน (ผนวก ก.) 3.3 ให้ทุกจุดตรวจสุ่มตรวจค้นและจับกุมการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก เช่น ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่มีหรือไม่พกใบอนุญาตขับขี่ อุปกรณ์ส่วนควบไม่สมบูรณ์ รวมถึงการกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญา เช่น ยาเสพติด อาวุธปืน และข้อหาอื่นๆ 3.4 ให้ บก.ป. ทล. ทท. และ สปพ. เป็นหน่วยสนับสนุน ออกตรวจเสริมการปฎิบัติและพร้อมให้การสนับสนุนเมื่อได้รับการร้องขอ โดยให้รายงานแผนการจัดรถสายตรวจตามแบบรายงาน (ผนวก ข.) ทางโทรสารหมายเลข 02-5378112-3 3.5 กรณีพบการแข่งรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ในพื้นที่ ให้ ผบก. หรือ รอง ผบก. ผู้รับผิดชอบ เป็นผู้ควบคุมสั่งการและร้องขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยสนับสนุนหรือหน่วยใกล้เคียงในการจับกุม /การรายงานผลการปฎิบัติ ให้รายงานผลการปฎิบัติในการจับกุมและตรวจยึดทุกกรณีตาม ผนวก ค. ไปยัง ศปก.ตร. ทุกวันก่อนเวลา 09.00 น. ทางโทรสารหมายเลข 02-2053050 ทั้งนี้ให้ปฎิบัติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
 
 
ชลบุรี - ระดมกำลัง 3 ฝ่ายตั้งจุดสกัดครั้งแรกถนนเลียบชายทะเล จับแว้นได้กว่า 200 คัน
 
 
            คืนวันที่ 13 มิถุนายน พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รักษาการ ผกก.สภ.เมืองชลบุรี ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองกว่า 100 คน ตั้งจุดสกัดบริเวณถนนเลียบชายทะเล เขตเทศบาลเมืองชลบุรี และเทศบาลตำบลบางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี ตามนโยบายของรัฐบาลห้ามแข่งขันรถในทางสาธารณะ และให้ดำเนินการเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดในครั้งนี้เพิ่งเริ่มเป็นครั้งแรก ปกติจะมีกลุ่มวัยรุ่นมาขับรถแข่งกันเป็นประจำทุกช่วงวันหยุดศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ทำให้กลุ่มวัยรุ่นไม่รู้ ได้นำรถจักรยานยนต์ที่แปลงสภาพออกมาขี่กันจำนวนมากมาย รวมทั้งไม่มีการสวมหมวกกันน็อค จึงได้ดำเนินการจับกุมได้ประมาณ 200 คัน หลังจากนั้นจะนำไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่ามีรถโจรกรรมมาหรือไม่ รวมทั้งหากพบว่ามีการแปลงสภาพเพื่อใช้ในการแข่งขันจะดำเนินการยึดและส่งฟ้องศาลอีกครั้งหนึ่งเพื่อยึดรถจักรยานยนต์
 
 
ปทุมธานี - ตั้งด่านเข้มตรวจจับเด็กแว๊นและรถยนต์ผิดกฎหมาย
 
 
            เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 13 มิ.ย.58 พ.ต.ต. พินิจ อุ่มบางตลาด สารวัตร จร. สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้นำกำลังเจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมาตั้งด่านเพื่อสกัดจับวัยรุ่น และรถแต่งเพื่อขับแข่งขัน ที่บริเวณถนนพหลโยธินออก ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี  
 
            พ.ต.ต. พินิจ อุ่มบางตลาด สารวัตร จร.สภ.ประตูน้ำ กล่าวว่า ตามคำสั่งของพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการผ่านมาตำรวจภูธรภาค 1 และกองบังคับการตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านจุดตรวจ จุดสกัดการแข่งรถในทางสาธารณะ บริเวณเขตติดต่อกับกรุงเทพมหานคร ที่ถนนพหลโยธินออกหรือซอยพหลโยธิน87 ซึ่งตลอดเวลาตั้งแต่ตั้งด่านมาก็ยังไม่พบกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มผู้ที่ขับขี่รถโดยไม่คำนึกถึงความปลอดภัยกับผู้ร่วมทางมากนัก มีแต่รถแต่งและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกใบสั่งปรับตามกฎหมายจราจรไปแล้วบ้างเป็นบางส่วน
 
 
‘ประวุฒิ’ ลุยตรวจร้านเหล้าใกล้ม.เกษตร
 
 
            เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 13 มิถุนายน 58 พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่กองปรามปราม เจ้าหน้าที่สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 และเจ้าหน้าที่สน.พหลโยธิน สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบันเทิงใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จำนวน 2 แห่งประกอบด้วยร้าน”บิ้ว” และร้าน”วันศุกร์” โดยทั้งสองร้านตั้งอยู่เลขที่ 1979 (ข้างกรมพัฒนาที่ดิน) ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ ภายหลังได้รับแจ้งว่าเยาวชนเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก
 
            ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าที่ร้าน ”บิ้ว” พบเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการจำนวน 37 ราย แบ่งเป็นชาย 33 คน หญิง 4 คน และอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 31 ราย แบ่งเป็นชาย 27 คน และหญิง 4 คน รวม 68 คน โดยกำลังอีกชุดเข้าตรวจสอบที่ร้าน ”วันศุกร์” พบเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาใช้บริการจำนวน 8 ราย แบ่งเป็นชาย 5 คน และหญิง 3 คน รวม 8 คน รวมจำนวนเยาวชนที่เข้ามาใช้บริการทั้งสองร้านจำนวน 76 คน โดยมีนายปฤณ ไกลขจรกิตติ อายุ 29 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของร้านบิ้ว และนางนุชรินทร์ ซลาย อายุ 38 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของร้านวันศุกร์ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวน
 
            พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า จากการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้กับสถานศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดการมอมเมาเยาวชน ซึ่งจากการตรวจสอบทั้ง 2 ร้าน พบว่าผู้ประกอบการไม่มีใบอนุญาตประกอบการสถานบันเทิง มีเพียงใบอนุญาตในการจำหน่ายสุราเท่านั้น ซึ่งตามกฎหมายจะสามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึงเวลา 24.00 น. แต่กลับพบว่ามีการจำหน่ายเกินเวลาที่กำหนด อีกทั้งยังมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนอีกด้วย ทั้งนี้ได้เตรียมหารือกับกรมสรรพสามิต เรื่องการพิจารณาออกใบอนุญาตให้กับร้านอาหารใกล้สถานศึกษา หากพบว่าร้านอยู่ใกล้กับสถานศึกษามากเกินไปก็ไม่ควรออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการอีกต่อไป
 
            เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 4 ข้อหาหนักคือ เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ,จำหน่ายสุราให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ,จำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.พหลโยธิน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป