เมื่อเวลา 17.40 น.วันที่ 12 มิ.ย.2558 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเดินทางเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน ว่า ตนได้มีโอกาสไปดูการแข่งขันตะกร้อประเภททีมคู่ระหว่างไทยกับเมียนมาร์ เพราะระหว่างไปทำงานพอมีเวลาประมาณว่าง 1 ชั่วโมง จึงแวะไปให้กำลังใจนักกีฬาไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ
ตอนที่ตนไปถึงการแข่งขันเลยมาถึงเซตที่ 2 ซึ่งเราแพ้ ทำให้ต้องแข่งต่อในเซตที่ 3 อีก ยอมรับว่าตื่นเต้นพอสมควร และตนก็ทำใจก่อนแล้วว่าถ้าชนะก็ดี แต่ถ้าแพ้ก็ได้เพื่อน เพราะตนได้นั่งเชียร์ข้างๆ นายอู ตินต์ ซาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาและประธานคณะกรรมการโอบิมปิกแห่งชาติเมียนมาร็ เราสองคนต่างคนต่างก็ให้กำลังใจกันเพราะเราเป็นเพื่อนกัน
"ทั้งนี้กีฬาเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความร่วมมือถึงแม้นักกีฬาจะแข่งขันกันแต่ผู้บังคับบัญชาข้างบนต่างเป็นเพื่อนกัน สุดท้ายเกมนี้เราชนะก็ดีใจ เพราะเราก็อยากชนะเหมือนกัน เหมือนที่คนทั้งชาติรอดูอยู่ ตอนแข่งขันตนก็ได้ให้กำลังใจรัฐมนตรีเมียนมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามการแข่งขันยังเหลืออีกเหลือวันอยากประชาชนทุกคนให้กำลังใจนักกีฬาต่อไป อะไรที่ผิดพลาดก็มาแก้ไขกันใหม่ เพราะวันนี้คงแก้ไขไม่ทันเนื่องจากต้องมาดูกันหลายสมาคม" นายกรัฐมนตรี กล่าว
กำชับ'บิ๊กเจี๊ยบ'ดูแลนักศึกษาไทยปัดเอี่ยวก่อการร้าย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่นักศึกษาไทยถูกควบคุมตัวที่ประเทศปากีสถานว่า ได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันแรกที่ทราบแล้ว ทุกเรื่องไม่ต้องกังวล ทุกเรื่องไม่มีไม่รู้ วันนี้ทหารทำหน้าที่ทุกอย่าง ตนเป็นทหารเก่า เพราะฉะนั้นไม่ปล่อยทุกเรื่องหรอก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็เป็นทหารด้วย เคยบอกแล้วว่า ทุกประเทศในโลกมี 2 ช่องทางคือ ทางลัด ทางข้าราชการลัด ขณะที่่เราก็มีช่องทางทางการทหารและการทูตอยู่ เพราะฉะนั้นเราต้องรู้ก่อน พอรู้เราก็เข้าไปประสานงานตอนนี้็กำลังดูแลอยู่ ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย บางครั้งการดูแลคนของเราต้องรู้มันควรจะแค่ไหน ในบางครั้งถ้าผิดกฎหมายก็ค่อยๆแก้ปัญหาไป เราต้องปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองของคนอื่นเขาด้วย เพราะคนอื่นเขายังทำตามกฎหมายของเรา
"เราก็จะดูแลฝากพ่อแม่ด้วยอย่าเป็นกังวล ตอนนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศดูแลเรื่องนี้อยู่" นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า ข้อมูลเบื้องต้น ยังไม่มี ไม่พบหรือเกี่ยวกับใครทั้งสิ้น เป็นเพียงนักศึกษาที่ไปเรียนหนังสืออยู่ เมื่อมันไม่เกี่ยวก็อย่าลากมาเกี่ยว แต่เกี่ยวเมื่อไหร่ก็รู้ เพราะว่า กำลังสอบอยู่ทั้ง 5 คน ซึ่งเรื่องนี้ถ้ามันไม่เกี่ยวก็ดี หากจะผิดกฎหมายก็เรื่องการพกพาอาวุธ แต่ถ้าไม่เกี่ยวแล้วพูดไปพูดมาจนให้เกี่ยวจะทำให้มีเรื่องได้
เมื่อถามว่า จะมีการตรวจสอบนักศึกษาที่ไปศึกษาในประเทศเหล่านี้อย่างไร ไม่ให้มีแนวคิดเรื่องก่อการร้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คุณไปดูสิว่า ปัจจุบันรัฐบาลนี้ทำอะไร ที่ผ่านมาทำอะไรกันมาบ้าง พูดอย่างนี้ทุกที พูดอย่างนี้คุณก็มาไล่ตนทุกที ปัญหาทุกปัญหาตนเอามาดูหมด รู้ไหมว่าเวลาไปเรียนหนังสือที่ต่างประเทศมันไปอย่างไรบ้าง 1. เป็นทุนของรัฐบาลรัฐต่อรัฐ 2.ประเทศมุสลิมเขาสนับสนุนมุสลิมด้วยกันไม่ต้องผ่านช่องทางรัฐ เขาแค่เดินทางไปท่องเที่ยว และเขาก็ไปทำต่อกันจนได้ วันนี้เราตรวจทุกอัน ต้องขึ้นอญู่ว่าแต่ละประเทศจะร่วมมือกับเราหรือเปล่า เพราะถ้าไปรัฐต่อรัฐมันมีรายชื่ออยู่ เป็นทุนการศึกษาของรัฐ แต่ถ้าไม่ได้เป็นเขาต้องไปสืบเสาะ แสวงหาให้เรา เขาจะทำไหมล่ะ ดังนั้นปัญหาอยูที่คนของเรา ประเทศไทย คนไทยอย่าไปโทษคนอื่น คนไทยไม่ค่อยรักษากติกา คนไทยที่ไม่ดีนะ คนดีเขาก็มีเยอะแยะไป
ยันเองไม่ดึง'สมคิด'เข้าร่วมครม.
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี โดยนำนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช. เข้าร่วมทีมเศรษฐกิจ โดยกล่าวตอบอย่างมีอารมณ์โมโหทันทีว่า “มันมีอะไรกันนักหนา คุณสมคิดเข้ามาแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น หรือถ้าไม่เข้ามาแบ้วมันจะเกิดอะไร ลองพูดข้อดี ข้อเสีย ตอบคำถามของผมให้ได้ก่อน แล้วผมถึงจะตัดสินใจว่าจะเอาเข้าหรือไม่เอาเข้า ยืนยันว่าผมยังไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย เขียนอยู่ได้ทุกวันๆ การทำงานเขาทำงานกันเป็นระบบ ไม่ใช่เป็นคนนั้น คนนี้เข้ามา มันแก้ได้หรือ ระบบเศรษฐกิจของประเทศมันแก้ได้ด้วยคนเพียงคนเดียวหรือ ที่ผ่านมาผมก็คุยกับทั้ง 2 ท่าน ผมไม่ได้เลือกว่าใครเป็นเบอร์หนึ่งหรือเบอร์สอง การทำงานวันนี้ถึงแม้ผมจะไม่ฉลาดในเรื่องเศรษฐกิจไม่ค่อยรู้ แต่ผมก็เอาคนฉลาดมาอยู่กับผม
ผมก็ถามทั้งสองทาง ทั้งในส่วนรัฐบาลและที่ปรึกษา คสช. ทำไมจะต้องเอาคนนั้นคนนี้มา และถ้าคุณสมคิดเข้ามาแล้วแก้ไม่ได้ คุณก็หาโทษคนอื่นไปเรื่อย จะหาใครอีก เอาคุณประสาร (ไตรรัตน์วรกุล) คุณสมคิด หนังสือพิมพ์ก็เขียนอยู่แค่นี้ เขาไม่มาหรอกผมบอกให้ อย่าไปวิจารณ์ อย่าไปเลือกงานแทนเขา แต่ถ้ามาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ให้เข้าใจบ้างว่าการทำงานของประเทศและบ้านเมืองนี้ เขาทำงานกันด้วยระบบไม่ใช่ด้วยบุคคล ถ้าทำด้วยบุคคลวันข้างหน้าก็จะเลือกคนนั้นคนนี้เข้ามา แล้วมันจะทำได้หรือไม่ ที่ผ่านมาเลือกกันมากี่ครั้งแล้ว ทำไมไม่ฟังว่าผมกำลังสร้างระบบอะไรอยู่ ผมต้องการสร้างระบบให้เกิดความยั่งยืน และที่ต้องเดินทางไปทุกประเทศไม่ได้ไปเที่ยว และที่พูดก็ไม่ได้ทวงบุญคุณ ไม่เข้าใจว่าทำไมนักข่าวถึงเขียนอยู่แค่นี้ หรืออยากให้ผมเส้นโลหิตแตกตายหรือไง บอกเลยถ้าไม่อยากให้อยู่ก็ขอให้บอกมา ไปถามคนอื่นบ้าง เขาว่ากันอย่างไร
อย่างการเดินทางไปครั้งนี้ทางสิงคโปร์และนักธุรกิจเขาว่ากันอย่างไร อย่ามาถามผม เพราะพูดอะไรไปก็ไม่เชื่อ หาว่าผมพูดไปก็เพื่อสืบทอดอำนาจ ทุกอย่างทำไมต้องสงสัยว่าอยากสืบทอดอำนาจ ทำไมไม่คิดบ้างว่าอยู่ต่อเพราะต้องการทำความดี การอยู่จะต้องมีอำนาจหรือใช้อำนาจอย่างนั้นหรือ อำนาจบอกแล้วว่ามันมีทุกคน นั่นคืออำนาจในการทำความดี ถ้าทำคุณงามความดีแล้วมันไม่ได้ประโยชน์ อยู่แล้วมันเสียหายก็อย่าไปอยู่มันเลย มีอำนาจผมก็ไม่อยู่ วันนี้พยายามที่จะทำทุกเรื่องให้ ยังไม่เสร็จเลยก็เริ่มตีโพยตีพาย ถามว่ามันถึงเวลาของโรดแมปแล้วหรือยัง มันกลัวอะไรกันนักหนา อีกพวกก็มวงอยู่นั่นแหละว่าให้ทำตามโรดแมป มันยังไม่ถึงเวลาจะทวงอะไร สื่อก็คล้อยตามไปด้วย สนุกกันหรืออย่างไร ประเทศชาติถูกปั่นหัวกันทุกวัน ที่พูดนี้มิได้บังอาจไปอบรมพวกท่าน พูดออกสื่อให้คนมันฟัง ได้ฟังเสียบ้าง ประเทศชาติเสียหายมากี่ปีแล้ว แล้วไอ้คนที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายทั้งหมด มันไม่ควรออกมาพูด ผมเตือนหลายหนแล้วว่าอย่าออกมาพูดก็ออกมาพูดอีก ตัวเองจะติดคุก ตายไม่ตายแหล่ ระวังก็แล้วกัน”
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวว่า อ่านหนังสือพิมพ์มาบนเครื่องบินก็มีแต่เรื่องนักศึกษาไทย 5 คน ที่ปากีสถาน เรื่องดึงนายสมคิดเข้ามาร่วม ครม. เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ อ่านแล้วไร้สาระ อ่านแล้วเปลืองกระดาษ เปลืองสมองเพราะอ่านแล้วต้องคิดตาม แล้วก็คิดได้ว่ามันคิดได้อย่างไร เปลืองกระดาษที่พิมพ์ เปลืองทั้งน้ำหมึกที่ทำให้โลกมันสกปรก
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว 2557 ) สำเร็จจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็พูดอยู่นี่ไง ตนยังไม่ได้มีการปรับอะไรเลย พวกสื่อวิเคราะห์กันไปเอง ถ้าปรับเมื่อไหร่ตนจะบอก ไม่ต้องมาเขียนดักหน้า ดักหลัง อีก 3 เดือนจะปรับบ้าง ตนอ่านหนังสือพิมพ์แล้วไม่อยากจะลงมาประเทศไทยเลย มาแล้วก็วุานวายเหลือเกิน มันไม่มีอะไรก็จะให้มีอะไร ขอร้องว่าให้ประเทศสงบสักวันได้หรือไม่ ประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี ไปประเทศสิงคโปร์มาก็มีเรื่องนั้นเรื่องนี้กีฬาก็ชนะ คนไทยไม่ชอบความสุขอย่างนั้นหรือ ชอบความเจ็บปวดทรมาน ชอบการทุจริต ชอบสิ่งไม่ดี วันนี้ตนพยายามบอกให้ทุกคนช่วยคิดแบบตนบ้าง ไม่ได้ให้คิดตาม ไม่ได้ให้เชื่อ แต่ให้เวลากับการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่เปลี่ยนแค่วันเดียว ตนทำคนเดียวก็ไม่ได้ ก็ต้องส่งต่อให้รัฐบาลหน้าทำ ถ้าสื่อจะถามเรื่องนี้อีกต่อไปทั้งเรื่องอำนาจ จะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อก็ขอให้ไปถามคนทั้งโลกแทน ถามว่าถ้าตนอยู่แล้วได้อะไรขึ้นมาบ้าง และถ้าไม่อยู่แล้วจะได้อะไร
เมื่อถามว่า วันนี้สิงคโปร์ให้กำลังใจอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาให้กำลังใจทั้งหมด ให้มากกว่าที่คนไทยให้กับตน ทั้งนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีสิงคโปร์ ก็ให้กำลังใจและชื่นชมพร้อมเป็นมิตรกับประเทศไทยในทุกมิติและพร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศในอนาคต แก้ปัญหาสิ่งที่เคยติดขัดที่ผ่านมาในการประชุมหารือกับนักธุรกิจและการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทุกคนก็มีความสุขที่จะร่วมมือกับเรา ไม่เห็นมีใครถามว่าตนจะอยู่เพื่อรักษาอำนาจ เพียงแต่เขาถามตนมาคำเดียวว่า มั่นใจหรือไม่ว่าสถานการณที่ทำวันนี้จะอยู่ต่อได้นานแค่ไหน ซึ่งตนตอบไปว่า ตอบไม่ได้ ให้ไปถามสื่อประเทศไทยก่อน
นายกฯยันยึดโรดแม็พ-บอกอย่าถามอีก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ว่า ในเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิรูป ขอยืนยันอีกครั้งสำหรับการปฏิรูปในขณะนี้ เราเริ่มต้นแล้วอยู่ในระยะที่ 2 ของรัฐบาลและ คสช. เพราะฉะนั้นถ้าเราทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น ในเรื่องของการปฏิรูปต่อไป ก็เป็นการส่งต่อ ระยะที่ 3 การเลือกตั้งรัฐบาลก็ว่าไป ก็ทำต่อ หรือไม่ก็แล้วแต่
"ผมก็ทำได้แค่นี้ แต่พยายามจะทำให้มากที่สุด เท่าที่เวลาผมมีอยู่ตามโรดแม็พ อย่ามาถามผมอีกเรื่องเหล่านี้ ผมเสียเวลา ผมทำงานด้วย ต้องเอาเวลามาตอบคำถามแบบนี้มาตลอดเวลา นักข่าวก็ชอบถามเรื่องแบบนี้ แล้วก็ทำให้ผมไม่มีเวลาทำงาน แล้วก็อารมณ์หงุดหงิด แล้วบอกว่าทำไมผมหงุดหงิด ก็ถามคำถามที่มีสาระหน่อยแล้วกัน ได้ไหม"
พบนักธุรกิจสิงคโปร์ย้ำเลือกตั้งปี 59
ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะ ที่อยู่ระหว่างการเยือนประเทศสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน ว่า ในวันนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปยังอุทยานสวนกล้วยไม้แห่งชาติ สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ เพื่อร่วมพิธีตั้งชื่อกล้วยไม้พันธุ์สกุลหวายชื่อ "ประยุทธ์ นราพร จันทร์โอชา" โดยเป็นดอกกล้วยไม้สีม่วง ซึ่งนายกฯ กล่าวว่า อยากให้มีการก่อสร้างสวนสาธารณะและสวนกล้วยไม้แบบถาวรในเมืองไทย