ข่าว

‘ผบ.ทบ.’รอผลสอบ‘5นศ.ไทย’ถูกจับปากีฯ

‘ผบ.ทบ.’รอผลสอบ‘5นศ.ไทย’ถูกจับปากีฯ

12 มิ.ย. 2558

‘ผบ.ทบ.’ แจงปม ‘5 นศ.ไทย’ ถูกตำรวจปากีสถานจับ ระบุต้องรอผลสอบสวนก่อน เชื่อไม่เชื่อมโยงก่อการร้าย ชี้ต้องดูเจตนาพกปืน

 
         12 มิ.ย.58 เมื่อเวลา 08.50 น. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม2.รอ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่ 5 นักศึกษาไทยถูกตำรวจประเทศปากีสถานจับกุม เนื่องจากนำอาวุธปืนขึ้นเครื่องบิน ว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการติดตามอยู่ ในส่วนของกองทัพบก เรามีผู้ช่วยทูตทหารประจำกรุงอิสลามาบัดประเทศปากีสถาน ช่วยดูแลอยู่แล้ว ทั้งนี้ตนทราบว่าหนึ่งในห้านักศึกษานั้น มีบางคนมีภูมิลำเนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็มีบางคนก็อยู่ในพื้นที่อื่น ในเบื้องต้นฝ่ายความมั่นคงได้ตรวจสอบแล้วว่าครอบครัวของ 5 นักศึกษาที่อยู่ในภูมิลำเนาต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใดประกอบกับอาวุธของ 5 นักศึกษาที่ตรวจสอบนั้น ก็เป็นเพียงอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 1 กระบอก ซึ่งเป็นอาวุธปืนขนาดเล็กที่ไม่สามารถใช้ก่อเหตุความรุนแรงได้ ทั้งนี้ตนสันนิษฐานว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่จะเอามาใช้งาน โดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็เป็นได้ ในขณะเดียวกันสถานศึกษาที่นักศึกษาทั้ง 5 คนไปเรียนก็เป็นโรงเรียนสอนศาสนา ในจังหวัดหนึ่งด้านทิศตะวันตกของประเทศปากีสถาน ที่มีพรมแดนติดกับประเทศหนึ่งที่อาจมีความเคลื่อนไหวก่อการร้าย เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ก็ต้องรอฟังผลการสอบสวนอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ก็ต้องดูว่าเราจะสามารถช่วยเหลือได้อย่างไรได้บ้าง
  
         เมื่อถามถึงการมาตรดูแลโรงเรียนสอนศาสนาที่จะส่งนักศึกษาไปเรียนต่างประเทศ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เท่าที่ตนดู ส่วนใหญ่ก็อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ แต่จะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคัดเลือกสถานศึกษา โดยฝ่ายความมั่นคงต้องเข้ามาดูแล ทั้งนี้ตนทราบว่าส่วนใหญ่ใช้วิธีการอ้างว่าไปท่องเที่ยว แล้วอยู่เพื่อเรียนต่อ เพราะฉะนั้นจึงขาดการควบคุม ดังนั้นเราต้องหาทางควบคุม เพื่ออุดช่องโหว่ ให้เกิดความเรียบร้อยให้ได้
 
 
‘ผบ.ทบ.’ เล็งตั้งกก.จัดหาเฮลิคอปเตอร์ใหม่ เผยบางลำใช้งานกว่า 40 ปี
 
 
         เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 12 มิถุนายน 58 ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม2.รอ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการดูแลซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ว่า ในปีนี้ทางกองทัพบกจะมีการจัดหาเพิ่มเติม เพราะเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกสภาพการใช้งานเก่าโดยเฉพาะรุ่นฮิ้วอี้ ที่มีอายุใช้งานกว่า 40 ปีแล้ว แต่ว่าเราก็พยายามปรับปรุง และซ่อมบำรุงให้ดี ทั้งนี้ทางกองทัพบกได้จัดสรรงบประมานดำเนินการ เพราะอาวุธยุทโธปกรณ์ ต้องปลดประจำการตามสภาพ ซึ่งปัจจุบันก็ได้พยายามจัดหามาใหม่ โดยตั้งโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานแบบทั่วไป ทดแทน โดยจะจัดหาจากมิตรประเทศ เช่น เฮลิคอปเตอร์ ลาโกต้า หรือเฮลิคอปเตอร์ รุ่น AW139 มากไปกว่านั้นอาจจะมีเฮลิคอปเตอร์อีกหลายประเภท หลายขนาด และที่สำคัญจะต้องมีความทันสมัย และมีความปลอดภัยตามมาตรฐานด้วย
 
         อย่างไรก็ตาม การดำเนินการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกนั้น เราจะมีคณะกรรมการจัดหาขึ้นมา ซึ่งตนขอให้มั่นใจว่าเราดำเนินการอย่างโปร่งใส เพราะต้องเป็นไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เน้นย้ำเสมอว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนใดๆ ก็ตามจะต้องยึดหลักความสุจริต และโปร่งใส่ด้วย
 
 
กระบี่ - พ่อแม่นศ.ถูกจับในปากีฯ ร้องศูนย์ดำรงธรรมช่วย
 
 
         เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 12 มิถุนายน 2558 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ นายประเสริฐ สูทอก อายุ 46 ปี และนางอำพร สูทอก อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/3 ม.1 ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ พ่อแม่ของ นายฟารุด สูทอก อายุ 19 ปี นักศึกษาไทยที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนศาสนามัรกัสตักลิก ซาวารี ซึ่งถูกจับกุมที่ประเทศปากีสถาน พร้อมด้วยญาติและผู้นำศาสนาในพื้นที่ตำบลห้วยน้ำขาว เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือ โดยมีนายสุวัชรพงศ์ วรประดิษฐ์ ป้องกันจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล และทางยุติธรรมจังหวัดกระบี่ ร่วมหารือ
 
         พ่อแม่ของ นายฟารุด ยืนยันว่า ต้องการให้ทางศูนย์ดำรงธรรมและจังหวัด ช่วยประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือบุตรชายที่ถูกจับกุมและให้ความเป็นธรรม พร้อมทั้งระบุว่า นายฟารุด เป็นเด็กดี ไม่มีปัญหาด้านความประพฤติและเป็นคนที่มีความศรัทธาในศาสนา ครอบครัวก็ไม่มีการเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องความไม่สงบ
 
         นอกจากนั้น ยังได้ชี้แจงถึงความเป็นอยู่ว่า ฐานะไม่ลำบาก ครอบครัวมีลูก 6 คน นายฟารุด เป็นบุตรคนที่ 4 ส่วนพี่ชายและพี่สาวจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และติดทหารอยู่ ส่วนอีก 2 คน กำลังเรียนระดับประถม
 
         นางอำพร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานถึงความคืบหน้าด้านคดี แต่มีการติดต่อจากกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่ากำลังติดต่อกับทางการปากีสถาน และมีความเป็นห่วงลูกชาย ต้องการให้นำตัวกลับมาประเทศ 
 
         นายฟารุด นายอิสมาแอล สูทอก อายุ 24 ปี  พี่ชาย กล่าวว่า เป็นห่วงน้องชาย มาวันนี้ เพื่อมายืนยันว่า ครอบครัวไม่มีพฤติกรรมเสียหายในทุกด้าน และต้องการให้ทางจังหวัดช่วยประสานในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ครอบครัวได้รับทราบความคืบหน้าทางด้านคดี และการช่วยเหลือน้องชายและเพื่อนนักศึกษาที่ถูกจับ
 
         ขณะที่ นายสุวัชรพงศ์ วรประดิษฐ์ ป้องกันจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และทราบว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้หาแนวทางให้การช่วยเหลือนักศึกษาทั้ง5คนอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้คงต้องรอการดำเนินงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง