ข่าว

เปิดเซฟ‘ศุภชัย’เงินไม่ทราบสกุล-เอกสารเพียบ

เปิดเซฟ‘ศุภชัย’เงินไม่ทราบสกุล-เอกสารเพียบ

11 มิ.ย. 2558

ดีเอสไอเปิดเซฟ‘ศุภชัย’เจอเงินไม่ทราบสกุล-เอกสารเพียบ

               เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 11 มิถุนายน พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำหมายค้นศาลจังหวัดพระโขนง เลขที่ ค.29/2558 ลงวันที่ 10 มิ.ย.2558 เข้าตรวจค้นห้องสำนักงานชั้น 2 ภายในอาคารยู ทาวเวอร์ ตั้งอยู่เลขที่ 411 ถนนศรีนครินทร์ แขวงและเขตสวนหลวง กทม. ซึ่งเป็นห้องสำนักงานส่วนตัวของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 58 ปี อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาคดียักยอก ฉ้อโกงเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เพื่อเปิดตู้เซฟตรวจสอบทรัพย์สินและพยานหลักฐานของนายศุภชัย โดยมีนายวันชัย บุนนาค ทนายของนายศุภชัย และนายประกิต พิลังกาสา ตัวแทนเจ้าหน้าที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เข้าร่วมทำการตรวจค้นด้วย

               โดยห้องดังกล่าวอยู่บริเวณฝั่งขวา ชั้น 2 ซึ่งเป็นสำนักงานและห้องทำงานส่วนตัวของนายศุภชัย เจ้าหน้าที่ได้เรียกช่างกุญแจมาทำการเปิดตู้เซฟ จำนวน 3 ตู้ โดย 2 ตู้แรกเป็นตู้เซฟขนาดเล็ก ขนาด 4 ชั้น และ 5 ชั้น วางอยู่ติดกัน เจ้าหน้าที่พบกระดาษคล้ายธนบัตรไม่ทราบสกุลเงินมีหน่วยเป็นร้อยล้าน จำนวนหลายปึก ส่วนอีก 1 ใบ เป็นตู้เซฟขนาดใหญ่ ยี่ห้อ LEECO เจ้าหน้าที่พบหมายเรียกคดีของนายศุภชัย เอกสารสัญญาการจดทะเบียนบริษัทต่างๆ ของนายศุภชัย เช่นบริษัทศุภกร เอสพี กรุ๊ป จำกัด นอกจากนี้ยังพบเอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษอีกจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำไปแปลและตรวจสอบว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับอะไร หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท

               ทั้งนี้จากการตรวจสอบภายในลิ้นชักเอกสารอื่นๆ ยังพบต้นขั้วสมุดเชคของธนาคารกรุงไทย จำนวน 8 เล่ม และธนาคารกรุงเทพอีก 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมเอกสารและหลักฐานทั้งหมดใส่กล่องปิดกล่องไว้ด้วยเทปกาว โดยมีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทนายความของนายศุภชัย ตัวแทนเจ้าหน้าที่จากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นร่วมกันเซ็นชื่อกำกับไว้ เพื่อนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษอีกครั้ง

               พ.ต.ท.สมบรูณ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจค้นภายในตู้เซฟนั้นพบเอกสารคล้ายธนบัตรที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสกุลเงินใด ต้องนำไปตรวจสอบอีกครั้ง นอกจากนี้ยังพบเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องให้เจ้าหน้าที่ทำการแปลและตรวจสอบอย่างละเอียด ส่วนเอกสารการจดทะเบียนบริษัทอื่นๆเช่นธุรกิจน้ำมัน ที่พบนั้น ทางดีเอสไอมีข้อมูลอยู่แล้ว ที่นายศุภชัยได้ไปกว้านซื้อที่ดินบริเวณ อ.ปักธงชัย เอาไว้ เนื่องจากมีข้อมูลว่ามีน้่ำมันอยู่ หลังจากนั้นก็ตั้งบริษัทขึ้นมา 3 บริษัท เพื่อจะดำเนินการขุดเจาะ อย่างไรก็ตาม คาดว่าพนักงานสอบสวนจะสามารถสรุปสำนวนได้ภายในสิ้นเดือน ก.ค. ซึ่งจะมีผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาเพิ่มอีกหลายคน โดยทางดีเอสไอทราบตัวอยู่แล้วว่ามีใครบ้าง เช่นกลุ่มที่เซ็นเชคร่วมกับนายศุภชัย หรือ กลุ่มที่ทำรายงานประจำปีอันเป็นเท็จ ซึ่งหลังจากทำสำนวนเสร็จจะทำการเรียกตัวผู้ต้องหามาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป ส่วนคดีฟอกเงินที่ดิน 9 แปลงวัดธรรมกายนั้นก็จะเร่งดำเนินการสรุปสำนวนภายในสิ้นเดือน ก.ค. เช่นกัน