
ยันถอนพาสปอร์ตทักษิณตามกฎระเบียบกต.
10 มิ.ย. 2558
ธนะศักดิ์ ชี้ถอนพาสปอร์ต ทักษิณ เป็นไปตามกฎระเบียบ กต. ระบุ นายกฯ อยู่ตามโรดแม็พ ยันยังไม่มีคนไทยในเกาหลีใต้ติดเชื้อ ไวรัสเมอร์ส
10 มิ.ย.58 พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการถอนหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เราก็ทำเป็นเรื่องปกติ ฝ่ายความมั่นคงจะพิจารณาว่าแต่ละบุคคลเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรหรือไม่ ถ้ามีปัญหาก็ว่าไปตามกฎกติกา ซึ่งจะส่งมายังกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงก็จะพิจารณาตามระเบียบว่าสมควรถอนหนังสือเดินทางตามที่ได้ส่งเรื่องมาหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมีกรณีอื่นนอกจาก พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ พล.อ. ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบขณะนี้ยังไม่มี ซึ่งเรื่องนี้หากหน่วยงานความมั่นคงพิจารณาเห็นว่ามีบุคคลใดเข้าข่ายก็จะส่งเรื่องมายังกระทรวงการต่างประเทศ
“กระทรวงการต่างประเทศมีอำนาจที่จะทำได้เลย คือ ถ้าผมไม่ยกเลิกวันนี้ โลกจะระเบิด ถ้าเป็นอย่างนั้นอำนาจอยู่ที่ผม แต่ถ้าเป็นขั้นตอนเรื่องกฎหมายหรือคดีหรืออะไรก็ตาม ก็ต้องว่าไปตามกฎกติกา” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาที่จะยกเลิกหนังสือเดินทางของบุคคลอื่นอีกหรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ต้องไปถามฝ่ายความมั่นคงเพราะกระทรวงการต่างประเทศเมื่อได้รับเรื่องมาก็จะพิจารณาว่าเข้ากฎของกระทรวงข้อใด ซึ่งเป็นไปตามกติกา
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ธนะศักดิ์ ยังได้กล่าวถึง เรื่องร่างรัฐธรรมนูญในสายตาต่างชาติว่า จริง ๆ ถือว่าเราได้เปิดกว้างมาก อย่างครั้งที่กระทรวงการต่างประเทศเชิญผู้เชี่ยวชาญ 3 คนจากประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนีมาบรรยายแลกเปลี่ยนเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความเห็นต่าง ๆ ไปยังกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการนำกลับไปพิจารณาแก้ไข โดยร่างสุดท้ายของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะออกมาในเดือนกันยายนนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำประชามติให้มีการปฏิรูป 2 ปีก่อนการเลือกตั้งนั้น ต่างชาติได้สอบถามในประเด็นนี้หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า “จริงๆ ที่ได้พูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านพูดด้วยว่า อยู่ที่คนอื่นที่จะต่อให้ท่าน แต่ท่านบอกไม่ต้องมาทำให้ผม ท่านก็ยังยืนตามโรดแม็พของท่านอยู่ ซึ่งต่างประเทศไม่ได้มีการสอบถามในเรื่องนี้ เวลาผมไปต่างประเทศก็ไม่มีใครถามเรื่องการเมือง และการต้อนรับผมในฐานะผู้แทนไทย ก็เป็นไปด้วยดี ดีกว่าปกติด้วยซ้ำ” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายกรัฐมนตรีจะทำงานต่อ ต่างชาติก็ไม่สนใจใช่หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ก็ว่าไปตามโรดแม็พ ส่วนกระแสข่าวเรื่องการปรับครม.ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องดังกล่าว
‘ธนะศักดิ์’ เผย ‘กต.-สธ.’ ประสานรับมือ ‘ไวรัสเมอร์ส’ ยันยังไม่มีคนไทยในเกาหลีใต้ติดเชื้อ
10 มิ.ย. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โรคติดต่อไวรัสเมอร์สที่กำลังระบาดในประเทศเกาหลีใต้ ว่ากระทรวงการต่างประเทศได้ประสานการป้องกันร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเตรียมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เครื่องมือพร้อมปฏิบัติการตรวจคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้าออกประเทศไทยในช่องทางต่าง ๆ อยู่แล้วตั้งแต่ครั้งไวรัสอีโบล่าระบาด ซึ่งตนเชื่อว่าโรคที่ระบาดล่าสุดจะไม่ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวของไทย เพราะเมื่อเทียบกับไวรัสอีโบล่าหรือโรคไข้หวัดนกแล้ว มีความน่ากลัวกว่าโรคไวรัสเมอร์ส
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางสถานทูตไทยในเกาหลีใต้มีมาตรการดูแลคนไทยอย่างไร พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า คนไทยในประเทศเกาหลีใต้มีจำนวนมากที่ไปประกอบอาชีพ เราจึงมีแพทย์อาสาที่เดินทางไปตรวจโรคให้คนไทยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ในส่วนของเครื่องมือทางการแพทย์อาจจะจัดส่งไปที่เกาหลีใต้ได้ยากลำบาก อาจมีการซื้อเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นเพื่อเอาไว้ใช้งานที่สถานทูต ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคนไทยในเกาหลีใต้ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส
‘ธนะศักดิ์’ ย้ำไทยแก้ปัญหาค้ามนุษย์เพื่อสิทธิมนุษยธรรมเต็มที่
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ที่อาจมีแนวโน้มว่าประเทศไทยจะได้เลื่อนระดับพ้นจากเทียร์ 3 โดยการพิจารณาของสำนักงานติดตามและต่อต้านการมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่กำลังจะออกทิปรีพอร์ตในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ ว่า นโยบายของรัฐบาลไทยนั้นได้ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อมนุษยธรรม เพื่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งทำตามกฎกติกาทั้งหมด ส่วนจะให้พ้นเทียร์ 3 หรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณา อย่างไรก็ตาม เรายังคงมุ่งมั่นทำให้เกิดความมั่นคงของประเทศ และการที่มีการประชุมเกี่ยวกับการโยกย้ายถิ่นฐานแบบผิดปกติในมหาสมุทรอินเดียเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น การประชุมถือว่าได้รับการชมเชยอย่างมาก ในการที่ประเทศไทยดำเนินการร่วมกับเวทีนานาชาติ และอีกส่วนหนึ่ง เราได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติให้จัดภารกิจช่วยเหลือทางมนุษยธรรม โดยให้มีการทำฐานลอยน้ำขนาดใหญ่กลางทะเล ซึ่งขณะนี้ก็ได้เฝ้าระวังและช่วยเหลือผู้ที่ลอยอยู่กลางทะเล ซึ่งการโยกย้ายถิ่นฐานแบบผิดปกติทางทะเลในขณะนี้ถือว่าลดน้อยลงเพราะอยู่ในช่วงฤดูมรสุม
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมนั้นเป็นเวทีที่จะมาพูดว่าจะทำอะไร ซึ่งทุกคนต่างร่วมมือทั้งหมด แม้แต่เมียร์มาเอง ซึ่งตนได้นำเสนอไปว่าสาเหตุที่เกิด ไม่ใช่เพราะประชากรกลุ่มหนึ่งในเมียร์มา แต่ชาวโรฮิงญาถูกพวกค้ามนุษย์หลอกลวงมา จึงต้องไปเริ่มที่ต้นเหตุ แต่อย่างไรก็ตาม ภารกิจอย่างแรกของเราที่ต้องทำก่อนโดยเร่งด่วนคือการช่วยชีวิตคนที่มีการระบุว่าลอยอยู่กลางทะเล ซึ่งเราถือว่าโดดเด่นในเรื่องนี้ เนื่องจากมีความพร้อมอุปกรณ์และบุคลากรในการให้ความช่วยเหลือได้ทันที ส่วนเมื่อช่วยเหลือมาแล้วหากคนเหล่านั้นจะเข้าประเทศไทยก็ต้องว่าไปตามกฎกติกา
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีชาวโรฮิงญาที่ระบุว่าต้องการไปประเทศมาเลเซียหรืออินโดนีเซียที่ทางไทยรับไว้ดูแลชั่วคราวขณะนี้ ประเทศปลายทางตอบรับอย่างไรบ้าง พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังต้องประสานกับประเทศปลายทางโดยมีการเตรียมทำค่ายเพื่อรองรับผู้อพยพประเทศละ 3,000 คน ซึ่งการหารือ 3 ฝ่าย ประกอบด้วยไทย มาเลเชีย และอินโดนีเซีย ที่ผ่านมา มีข้อหนึ่งที่เราไม่ยอมรับข้อเสนอก็คือ ต้องรับชาวโรฮิงญา 3,000 คนมาอยู่ชั่วคราว แต่เราสามารถจัดภารกิจช่วยเหลือ ช่วยชีวิตได้
“คนที่อยู่ในประเทศไทยขณะนี้ ที่กำลังรอเดินทางไปประเทศที่ 3 หากประเทศปลายทางพร้อม ก็จะพยายามนำคนเหล่านี้ส่งไป เพราะเขาก็อยากไปแถวนั้นอยู่แล้ว” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว
‘ธนะศักดิ์’ ถกยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว เน้นนทท.คุณภาพมากกว่าปริมาณ
10 มิ.ย. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2558 ว่า ขณะนี้ถือเป็นมิติใหม่ที่รัฐบาลได้มอบหมายกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม ให้ประสานงานร่วมกัน ถือว่าผลงานออกมาเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งในวันนี้ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์รองรับแผนที่จะทำให้การท่องเที่ยวยั่งยืนจนถึงปี 2560 หลังจากนั้นจะมีการปรับแผนให้สอดคล้องกับหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาถึงยุทธศาสตร์นี้แล้ว จะได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมในการดำเนินการของภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การของบประมาณ ก็จะได้ยึดถือแนวทางดังกล่าว
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เราได้ตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยในขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30 เปอร์เซนต์ในภาพรวม แม้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียจะลดลงบ้าง แต่นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวชาวจีนและประเทศเพื่อนบ้าน เพียงแต่ขอให้คนไทยเป็นเจ้าของบ้านที่ดี เราพยายามให้ท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือ รวมถึงด้านความปลอดภัยและการบริการต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวประทับใจ คนที่เคยมาเที่ยวแล้วจะได้กลับมาเที่ยวอีก ไม่ใช่มาครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาเลย อย่างไรก็ตาม ในอนาคตจำนวนนักท่องเที่ยวอาจจะไม่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เส้นทางการคมนาคมของบ้านเรายังไม่ค่อยปลอดภัย จะแก้ปัญหาอย่างไร พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า เส้นทางคงปลอดภัย แต่การขับรถต้องให้หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายดูแล และในอนาคตการเชื่อมโยงก็จะเชื่อมต่อไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราก็ได้หารือกับประเทศเพื่อนบ้านในเรื่องการข้ามแดน การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับต่าง ๆ ซึ่งเป็นไปด้วยดีทั้งหมด ถือว่าทุกคนร่วมมือกัน และแนวทางที่ดีที่สุดคือจะมีการพยายามทำให้สามารถเดินทางเชื่อมโยงไปยังประเทศต่างๆ รอบบ้านเราสะดวกขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า การยกเลิกกฎอัยการศึก โดยใช้มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวแทน ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวหรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบตั้งแต่ใช้กฎอัยการศึกแล้ว และมาตรา 44 ก็อยู่กับเรามาตั้งนานแล้ว นายกรัฐมนตรีเองก็อธิบายหลายครั้งว่า มาตรา 44 จะนำมาใช้ให้เกิดคุณประโยชน์



