ข่าว

กางแผนป้องกันน้ำท่วมวาระฝ่าวิกฤติฝนถล่มกรุง

กางแผนป้องกันน้ำท่วมวาระฝ่าวิกฤติฝนถล่มกรุง

10 มิ.ย. 2558

กางแผนป้องกันน้ำท่วม วาระฝ่าวิกฤติฝนถล่มกรุง : ธนัชพงศ์ คงสายรายงาน

               วิกฤติ "มหาอุทกภัย” ครั้งใหญ่ของประเทศเมื่อปี 2554 ได้สร้างบทเรียนสำคัญที่หน่วยงานของรัฐต้องจดจำให้ขึ้นใจว่า ความเสียหายครั้งนั้นแสนสาหัสขนาดไหน

               โดยเฉพาะเมื่อกรุงเทพฯ เมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 10 ล้านคน ต้องถูกมวลน้ำขนาดมหึมาหลากเข้าท่วมถึงเขตพื้นที่ชั้นใน จนชาวบ้านต้องขับรถขึ้นไปแย่งที่จอดกันบนทางด่วน เพราะบ้านและถนนถูก "น้องน้ำ!!" (คำฮิตแสลงใจในสมัยนั้น) ยึดพื้นที่ไปหมดแล้ว ก็ยิ่งสะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการแผนป้องกันอุทกภัยของภาครัฐอย่างที่ไม่สมควรมีใครจะออกมาแก้ตัว

               เวลาผ่านไป 4 ปี คนกรุงเทพฯ ยังไม่ลืมฝันร้าย บางบ้านยังไม่ยอมทุบกำแพงอิฐรอบรั้วและหน้าประตูที่ก่อไว้ไม่ให้น้ำเข้าบ้าน เพราะไม่ไว้ใจว่าน้องน้ำจะมาเยือนอีกเมื่อไหร่?

               แต่ด้วยความจำเป็น คนกรุงเทพฯ ก็ยังต้องฝากความหวังไว้กับ สำนักการระบายน้ำ ของ กทม. ว่าจะนำบทเรียนเมื่อ 4 ปีก่อน มาจัดทำ โมเดลป้องกันน้ำท่วม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

               ทว่า เหตุการณ์น้ำท่วมบนถนนสายหลักย่านแจ้งวัฒนะ คลองเตย สุขุมวิท อโศก จนทำให้การจราจรเป็นอัมพาตทั่วกรุง เมื่อเช้าวันที่ 8 มิถุนายน กลับกลายเป็นฝันร้ายกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง จนเกิดคำถามว่า "กรุงเทพฯ! ทำไมฝนตกต้องน้ำท่วม?"
               
               “อย่างที่อุโมงค์ยักษ์พระราม 9 มีเครื่องสูบน้ำ 4 ตัว แต่เมื่อมีขยะเข้าไปติดทำให้เดินเครื่องได้แค่ 3 ตัวเท่านั้น จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะ เพราะกรุงเทพฯ มีคนมากถึง 10 ล้านคน แต่มีคนเก็บขยะไม่กี่ร้อยคน ยังไงก็เก็บไม่ทัน”

               ขยะ! คือปัญหาใหญ่ของการป้องกันน้ำท่วมจริงอย่างที่ สัญญา ชีนิมิตร ปลัด กทม.ชี้แจงไว้ว่า แต่ละวันมีขยะนับสิบตันถูกทิ้งกีดขวางระบบระบายน้ำจริงหรือ? เมื่อเป็นเช่นนี้ กทม.มีแผนแก้ปัญหาอย่างไร

               ปลัด กทม. ซึ่งเมื่อ 4 ปีก่อน เคยมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับมหาอุทกภัย ในฐานะผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ อธิบายว่า สำนักการระบายน้ำยังยึดหลัก ระบบป้องกันน้ำท่วมโดยการสร้างคันกั้นน้ำปิดล้อมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ ความยาว 86 กิโลเมตร และปรับปรุงระบบระบายน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังจากน้ำฝน โดยเฉพาะโครงการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ ซึ่งขณะนี้สร้างแล้วเสร็จ 7 แห่ง และอยู่ระหว่างก่อสร้างเพิ่มอีก 5 แห่ง

               กระนั้น ระบบระบายน้ำของ กทม.มีข้อจำกัด กรณีฝนตกมีปริมาณน้ำไม่เกิน 60 มิลลิเมตร สามารถระบายออกได้ภายใน 2 ชั่วโมง ผ่านโครงข่ายท่อระบายน้ำทั่วกรุง ซึ่งมีความยาวทั้งสิ้น 6,400 กิโลเมตร คูคลองระบายน้ำ 1,682 คลอง ความยาว 2,600 กิโลเมตร มีสถานีสูบน้ำ กำลังสูบ 1,690 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สูบระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้  1,153 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะเดียวกันก็มีอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ 7 แห่ง ความยาว 19 กิโลเมตร กำลังสูบ 155.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำหน้าที่ระบายน้ำในเส้นทางสำคัญ

               ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุดในการขุดลอกคูคลองและเปิดทางน้ำไหล จำนวน 1,682 คลอง ความยาวกว่า 2,600 กิโลเมตร มีความคืบหน้าไปแล้ว 75% ส่วนการทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 6,400 กิโลเมตร คืบหน้า 60% โดยระหว่างนี้ กทม.ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำประจำสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ บ่อสูบน้ำ 605 แห่ง และหน่วยบริการเร่งด่วน 95 แห่ง พร้อมออกปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง

               กังวาฬ ดีสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ คนปัจจุบัน ระบุถึงความพร้อมการป้องกันน้ำท่วมในปีนี้ว่า ช่วงก่อนฤดูฝนสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตได้เปิดทางน้ำไหลแล้วทุกเขต รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำทุกจุดที่มีปัญหา และเตรียมพร้อมอีก 400 กว่าเครื่อง ส่วนอุโมงค์ระบายน้ำทั้ง 7 แห่ง ก็เดินเครื่องได้ปกติทุกตัว นอกจากนี้ได้เร่งพร่องน้ำในคลองสายหลักตลอดเวลา เพื่อรับปริมาณฝนที่จะตกได้ทุกวัน

               อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า ยังมีจุดอ่อนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ และยังไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะติดปัญหากายภาพ ทั้งสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนท่อระบายน้ำได้ เช่น ถนนอโศกมนตรี ถนนศรีอยุธยา ถนนสวนพลู ถนนจันทน์ และถนนสาธุประดิษฐ์ เมื่อฝนตกลงมาน้ำจะไหลลงที่ถนนเร็วมาก แต่ท่อมีขนาดเล็กทำให้น้ำเกิดน้ำท่วมขัง กทม.ต้องเสริมเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วย เพื่อดึงน้ำในจุดที่เป็นปัญหาให้ระบายได้เร็วกว่าเดิม

               ส่วนแผนรองรับกรณีน้ำท่วมฉุกเฉิน ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำและระดมเจ้าหน้าที่พร้อมลงพื้นที่ทันที โดยเฉพาะเข้าไปช่วยเก็บขยะที่ขวางการระบายน้ำ ซึ่งฝนที่ตกเมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 มิถุนายน มีปริมาณถึง 141 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง มากกว่า 2 เท่าที่ระบบระบายน้ำออกแบบรองรับไว้

               “ถ้าฝนตก 141 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงแบบนี้ ก็มีโอกาสที่น้ำจะท่วมอีก เพราะข้อจำกัดเรื่องการระบายน้ำที่ถูกออกแบบมาตั้งแต่อดีต จึงต้องใช้ระบบเครื่องสูบน้ำเข้ามาช่วย” ผอ.สำนักการระบายน้ำ ระบุ

               แน่นอนว่า เมื่อน้ำท่วม คนกรุงเทพฯ ก็ “เห็นใจ” เจ้าหน้าที่ กทม.ลงพื้นที่ทำงานอย่างหนักเพื่อกู้ถนนให้กลับมาใช้งานได้อย่างเดิม แต่สภาพน้ำท่วมที่เกิดในพื้นที่เดิมๆ หลังฝนตกแทบทุกครั้ง คนกรุงเทพฯ ต้องการคำยืนยันมากกว่าคำอธิบาย

               ฉะนั้น ทั้งหมดนี้คือโมเดลที่กำลังถูกท้าทายจากฤดูฝนว่า ที่สุดแล้วระบบป้องกันน้ำท่วมของ กทม.จะปกป้องคนกรุงเทพฯ จากวิกฤติได้หรือไม่ ซึ่ง กทม.มีเวลาอีกไม่มากแล้ว ก่อนที่หน้าฝนจะมาถึงเต็มฤดู

7 อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ

               สถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำซอยสุขุมวิท 26 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของอุโมงค์ 1 เมตร ยาวประมาณ 1.10 กิโลเมตร ระบายน้ำ 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แก้น้ำท่วมขังในถนนสุขุมวิท ระหว่างซอยสุขุมวิท 22-28 ในซอยสุขุมวิท 26 และบริเวณใกล้เคียง

               ระบบผันน้ำคลองเปรมประชากร อุโมงค์ใต้ดินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.40 เมตร ยาวประมาณ 1.88 กิโลเมตร ระบายน้ำ 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แก้น้ำท่วมเขตบางซื่อ จตุจักร หลักสี่ บางเขน และดอนเมือง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3.50 ตารางกิโลเมตร

               ระบบระบายน้ำพื้นที่เขตพญาไท อุโมงค์ใต้ดินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.40 เมตร ยาวประมาณ 679 เมตร ยาวประมาณ 1.90 กิโลเมตร ระบายน้ำ 4.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แก้น้ำท่วมพื้นที่เขตพญาไท ถนนพหลโยธิน ช่วงจากซอยพหลโยธิน 5-11 และถนนพระราม 6 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3 ตารางกิโลเมตร

               อุโมงค์ระบายน้ำซอยสุขุมวิท 36 อุโมงค์มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.80 เมตร ยาว 1.32 กิโลเมตร ระบายน้ำ 6 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แก้น้ำท่วมถนนสุขุมวิทและบริเวณซอยสุขุมวิท 36

               โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำซอยสุขุมวิท 42 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.80 เมตร ยาว 1.10 กิโลเมตร ระบายน้ำ 6 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แก้น้ำท่วมถนนสุขุมวิท และซอยสุขุมวิท 42

               อุโมงค์ระบายน้ำบึงมักกะสันลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.60 เมตร ยาวประมาณ 5.98 กิโลเมตร ระบายน้ำ 45 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แก้น้ำท่วม เขตวัฒนา ปทุมวัน ราชเทวี พญาไท ห้วยขวาง และดินแดง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 26 ตารางกิโลเมตร

               อุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบและคลองลาดพร้าวลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร ยาวประมาณ 5.11 กิโลเมตร ระบายน้ำ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำท่วมพื้นที่เขตห้วยขวาง บางกะปิ บึงกุ่ม วัฒนา วังทองหลาง และลาดพร้าว ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร