
ประยุทธ์ไม่ถอย?
ประยุทธ์ไม่ถอย ? : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ (@jin_nation) สำนักข่าวเนชั่นรายงาน
บางคนอาจจะมองว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” พลาด! ที่แสดงท่าทีว่า “พร้อมอยู่ต่อ” แต่บางคนมองว่านี่คือการเดิมเกมเพื่อ “หยั่งกระแส” หรือ “โยนหินถามทาง”
แม้ว่าโพลล์หลายสำนักจะออกมาว่าเสียงส่วนใหญ่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อเพื่อ “ปฏิรูปให้เสร็จ” ก่อนเลือกตั้ง 2 ปี แต่ พล.อ.ประยุทธ์ คงรู้ดีว่านี่คือ “โพลล์ในภาวะไม่ปกติ” ความรู้สึกที่แท้จริงของประชาชนส่วนหนึ่งไม่สามารถสะท้อนออกมาได้ ซึ่งเรื่องนี้สามารถพิสูจน์ได้ง่ายๆ เช่น จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าวเพื่อสุ่มสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับข้อเสนอให้รัฐบาลอยู่ต่อเพื่อปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง 2 ปี หากถามแบบไม่เปิดเผยชื่อ เขายินดีจะบอก แต่เมื่อขอชื่อนามสกุลและถ่ายคลิปเพื่อไปออกอากาศด้วย แทบทุกคนขอปฏิเสธ
พล.อ.ประยุทธ์ เองคงรับรู้ถึงกระแสความรู้สึกของประชาชนที่มีปฏิกิริยาต่อข้อเรียกร้องนี้ ซึ่งทันทีที่เรื่องนี้เป็นประเด็นออกมาเพราะการแสดงอาการ “ไม่ปฏิเสธข้อเสนอ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ กระแสความขัดแย้งของผู้คนในสังคมก็กลับมาทันที เรื่องนี้ดูได้ไม่ยาก แค่ตรวจสอบจากโซเชียลมีเดียก็จะได้คำตอบ
“ใครล่า(ชื่อ) ล่ามาทำอะไร ผมไม่สนใจ เป็นเรื่องของโรดแม็พ จบ เลิกถามเรื่องนี้กับผม” เป็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างชัดเจนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจาก 4 วันก่อนหน้านั้นแสดงอาการให้ผู้คนเข้าใจว่า “ยินดีอยู่ต่อ”
นอกจากนี้ยังมีความพยายามสยบกระแสเรื่องนี้ด้วยการเรียกประชุมรัฐมนตรีเพื่อเตรียมส่งต่องานให้รัฐบาลใหม่ ซึ่งเป็นการประชุมแบบไม่มีกำหนดการล่วงหน้า คือ หลังจากนายกฯ เป็นประธานเปิดโครงการต่อต้านการทุจริต นายกฯ ได้เชิญรัฐมนตรีที่มาร่วมงานไปประชุมด่วน ก่อนที่ “พล.อ.วิลาศ อรุณศรี” เลขาธิการนายกฯ จะมาเปิดเผยว่า เป็นการหารือเพื่อเตรียมการส่งไม้ต่อให้ผู้ที่จะมารับช่วงต่อหลังรัฐบาลสิ้นสุด โดยเน้นถึงการสิ้นสุดของรัฐบาลตามโรดแม็พ คือ เดือนเมษายน หรือหากมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญก็จะสิ้นสุดในเดือนกันยายน
อย่างไรก็ตาม จับสัญญาณความคิด พล.อ.ประยุทธ์ จากคำพูดในช่วงที่ผ่านมาๆ ซึ่งต้องยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนที่คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น จะพบว่ามีสัญญาณที่ทำให้ผู้คนคิดไปได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์เอง ก็คงอยากจะอยู่ต่อเพื่อไม่ให้สิ่งที่ตนเองทำมา “เสียของ”
ถ้าจำกันได้ ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ คสช.เข้ามา ในการประกาศโรดแม็พเพื่อไปสู่การเลือกตั้ง เมื่อถามว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไร พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้เป็น “นายกรัฐมนตรี” บอกว่า “ขึ้นอยู่กับสถานการณ์” และ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ย้ำคำนี้แทบทุกครั้งที่ถูกถามเรื่องโรดแม็พไปสู่การเลือกตั้ง
อีกประโยคที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดบ่อยๆ ในระยะต่อมา คือ “ถ้ารัฐธรรมนูญแก้ปัญหาความขัดแย้งไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปเลือกตั้ง” นอกจากนั้นก็มี “ผมจะไม่ให้เสียเปล่า” ทั้ง 2 ประโยค มีความหมายชัดเจนในตัว
ระยะหลัง ประโยคที่นายกฯ พูดบ่อยขึ้น จะเป็นทำนอง “รัฐบาลหน้าจะปฏิรูปต่อหรือไม่ จะเป็นอย่างไร ผมไม่รู้ เพราะถึงตอนนั้นผมก็ไม่อยู่แล้ว” มีการมองว่าประโยคทำนองนี้เองที่ทำให้เกิดกระแสความรู้สึกว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ “อยู่ต่อเพื่อปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง” ทั้งที่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า “ปฏิรูปให้เสร็จ” คืออะไร
จนนำมาซึ่งประโยคที่สร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองให้รัฐบาลและ คสช.อย่างหนักตั้งแต่เข้ามา คือ “ถ้าอยากให้ผมอยู่ ผมก็อยู่ แต่ต้องไปหาทางมา...ต้องปกป้องผมจากข้อกล่าวหาว่าผมอยากสืบทอดอำนาจ” และนำมาซึ่งข้อเสนอที่ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วในวันเดียวกัน คือ ให้มีการทำประชามติสอบถามประชาชนเรื่อง “ปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง 2 ปี”
ถึงแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะพยายามดับกระแสเรื่อง “อยู่ต่อ” แต่ดูเหมือนว่าก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
วานนี้ “พระพุทธะอิสระ” นำมวลชนหลายสิบมายื่นหนังสือพร้อมรายชื่อประชาชนจำนวน 5 หมื่นคน ถึงนายกฯ เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเปิดให้มีการทำประชามติ “ให้รัฐบาลอยู่ต่อเพื่อปฏิรูปให้สำเร็จแล้วจึงเลือกตั้ง” โดยไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะให้อยู่นานเท่าไร โดยมี “ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มารับหนังสือ
ถือเป็นการล่าชื่อ 5 หมื่นที่ใช้เวลาสั้นมาก คือ เพียง 4 วัน หลังจากพระพุทธะอิสระประกาศจะไปรวบรวมรายชื่อประชาชนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะแสดงท่าทีไม่สนใจกับการล่าชื่อดังกล่าว แต่จากข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวของ คสช.และ ครม.เมื่อวานนี้(9 มิ.ย.) แสดงให้เห็นชัดเจนว่า “ยังเปิดช่อง” ไว้ทำตามข้อเรียกร้อง โดยอยู่ในส่วนของการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ให้สามารถถาม “เรื่องอื่น” ได้ด้วย
“หากมีการขอให้ถามประชามติเรื่องอื่นด้วย ต้องเป็นมติที่ส่งมาจาก สนช. สปช. สภาละหนึ่งประเด็น และหาก ครม.เห็นชอบประเด็นใดก็จะส่งให้ กกต. จัดให้ออกเสียงประชามติควบคู่ไปในวันเดียวกัน หาก ครม.ไม่เห็นชอบประเด็นใดก็ให้ถามแต่ว่าจะรับหรือไม่รับร่างเท่านั้น” วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แถลง
มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก “ดึงเวลา” ในการตัดสินใจ ไว้ตัดสินใจเมื่อถึงเวลา “ขึ้นอยู่กับสถานการณ์” ช่วงนั้น
อย่างไรก็ตาม นอกจากช่องทางทำประชามติแล้ว ยังมีอีกหลายช่องทางที่จะทำให้ “พล.อ.ประยุทธ์” อยู่ต่อได้
“ไพบูลย์ นิติตะวัน” สปช.ที่เสนอให้ทำประชามติให้รัฐบาลอยู่ปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้งอีก 2 ปี บอกเองว่า วิธีการนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะต้องรีบเสนอในช่วงที่รัฐบาลกำลังจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว แต่หากวิธีนี้ไม่สำเร็จก็สามารถใช้ช่องทางแก้ร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 308 ที่นายไพบูลย์ พร้อม สปช.จำนวนหนึ่งเสนอแก้ไข
เนื้อหาที่เสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 308 คือ ให้กำหนดว่าหลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้ ให้ทำประชามติเพื่อปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง 2 ปี จากร่างเดิมที่จะกำหนดไว้ว่าจะต้องทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้เสร็จภายใน 60 วัน และเลือกตั้ง ส.ส.ภายใน 90 วัน
หรือก๊อกล่าสุด ตามข้อเสนอของ สปช.ที่นำโดย “สมบัติ ธำรงธัญวงศ์” ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง และ “เสรี สุวรรณภานนท์” ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่เสนอให้เพิ่มเติมในร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 304/1 ว่าหลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้ ให้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ จัดทำบัญชีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่จำเป็นส่งให้ สปช.ร่างกฎหมายให้เสร็จภายใน 1 ปี และให้ สนช.ดำเนินการออกกฎหมายดังกล่าว ก่อนไปสู่การเลือกตั้ง
นอกจากนี้ หาก สปช.ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องไปเริ่มต้นใหม่ใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปี หรือถ้าทำประชามติแล้วไม่ผ่าน ก็ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็อยู่ต่อไป
“ผมไม่ต้องการให้สื่อมาถามมากนัก โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าจะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อ เรื่องนี้ผมตอบแล้วว่าเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ พูดอะไรไปก็เข้าเนื้อตัวเองทั้งหมด” คำพูดล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์เกี่ยวกับเรื่องนี้
แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่อยากพูด แต่ดูจากมติการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวของ คสช.และ ครม. ก็สะท้อนความคิดของ “พล.อ.ประยุทธ์” ได้พอสมควร !!!



