
ประชามติ'ร่างรธน.'ตั้งคำถามอื่นคู่ได้
09 มิ.ย. 2558
เคาะแล้ว แก้ 'รธน.ชั่วคราว' ให้ทำประชามติ 'ร่างรธน.' เปิดทางตั้งคำถามอื่นคู่ ไม่ผ่านตั้ง 'กก.ยกร่างฯ' ขึ้นทำหน้าที่แทน ถ้าไม่ผ่านอีกพร้อมนำฉบับอื่นขึ้นใช้
9 มิ.ย. 58 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ความเห็นชอบในการส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2558 ไปยัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตามมาตรา 46 ของ รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 โดยกติกามีว่า
1. ต้องเป็นมติเห็นชอบของ ครม.และ คสช. 2 ต้องทำเป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมฉบับเก่า แล้วส่งให้ สนช. จากนั้นต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จใน 15 วัน 3. สนช.มีอำนาจเพียงพิจารณาว่ารับหรือไม่รับ แต่อาจจะตั้งข้อสังเกตแนะนำวิธีปฏิบัติได้ แต่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงร่างไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.และ คสช. 4.การให้ความเห็นชอบให้แก้ไข สนช.ต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 111 เสียง หรือมากกว่านั้น 5. นายกฯ ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายใน 15 วัน นับจากวันที่พิจารณาเสร็จ 6. เมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ก็ให้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา และบังคับใช้ได้ทันที ทั้งนี้ควรเสร็จสิ้นก่อน 21 ก.ค. หรือ 23 ก.ค.
นายวิษณุ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขจะมี 7 เรื่อง คือ 1. คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของ สนช. เดิมตาม มาตรา 8 (4) กำหนดว่า คนจะเป็น สนช. "ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง" โดยเปลี่ยนเป็นคำว่า "ไม่อยู่ระหว่างเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง" ทั้งนี้เพื่อเลียนแบบ หรือเดินตามร่าง รธน.ฉบับใหม่ แต่ในส่วนการเพิกถอนจากการทุจริตยังห้ามอยู่
2. การที่บุคคลบางตำแหน่งต้องเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ปีหนึ่งเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เป็นพระราชภาระมากเกินไป จึงแก้ไขเป็นว่า การถวายสัตย์ฯ ตามกฎหมายที่กำหนดต้องเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ นอกจากจะทำเฉพาะต่อหน้าพระพักตร์แล้ว อาจจะโปรดเกล้าฯ ให้ถวายสัตย์ฯ ต่อรัชทายาทที่บรรลุนิติภาวะ หรือผู้แทนพระองค์ก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เขียนตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่กำลังร่างอยู่
3. การขยายเวลาให้ กมธ.ยกร่างฯ ทำงาน เดิมต้องทำให้เสร็จใน 60 วันนั้น ซึ่งใน 10 วันแรกจะหมดเวลาไปกับการเชิญคนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง และอีก 10 วันในช่วงท้าย จะต้องเชิญคนที่ขอแก้ไขมารับฟังว่าพอใจหรือไม่ และเมื่อรวมวันเสาร์อาทิตย์อีกประมาณ 16 วัน เท่ากับเสียเวลาไปแล้ว 36 วัน เหลืออีกเพียง 24 วัน ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอต่อการแก้ไข เพื่อให้เกิดความรอบคอบ จึงระบุไว้ว่า กมธ.ยกร่างฯ สามารถขอขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน รวมแล้วจะไม่เกิน 90 วัน เมื่อ กมธ.ยกร่างฯ มีมติจะขอขยายแล้ว ก็ให้แจ้งต่อที่ประชุม สปช.ทราบเพื่อขอขยายเวลา
4. เรื่องการทำประชามติ เมื่อ สปช.มีมติเห็นชอบกับร่างที่กรรมาธิการแก้ไขเสร็จแล้ว ซึ่งคาดว่าประมาณต้นเดือน ก.ย. ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นไปลงประชามติ โดย กกต.เป็นผู้กำกับควบคุม รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไข โดยต้องได้รับความเห็นชอบของ สปช.แล้วจึงประกาศใช้ได้
ในกรณีที่มีการทำผิด และฉีกบัตร หรือขัดขวางการทำประชามติ มีการกำหนดไว้ว่า ให้นำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ปี 2552 มาบังคับใช้กำหนดบทลงโทษ
ทั้งนี้การลงประชามติที่บริสุทธิ์ยุติธรรมและถูกต้อง ต้องให้ประชาชนได้รับข้อมูลให้มากที่สุด จึงกำหนดให้จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบแล้วแจกจ่ายให้กับผู้มีสิทธิ์ อย่างน้อย 80% ของครัวเรือน ซึ่งประเทศไทยมี 23 - 24 ล้านครัวเรือน 80% คือ 19 ล้านครัวเรือน ซึ่งเมื่อแจกได้ครบ 80% แล้ว กกต.จะกำหนดวันออกเสียงประชามติโดยไม่เร็วกว่า 30 วัน แต่ไม่ช้ากว่า 45 วัน คือ คาดว่าจะเป็นช่วงปลายเดือน ม.ค. หรือต้น ก.พ. 59
สำหรับคำถาม คำถามหลักจะถามว่า "เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ" ส่วนหากมีการขอให้ถามประชามติเรื่องอื่นด้วยนั้น ต้องเป็นมติที่ส่งมาจาก สนช. สปช. สภาละหนึ่งประเด็น และหาก ครม.เห็นชอบประเด็นใด ก็จะส่งให้ กกต.จัดให้ออกเสียงประชามติควบคู่ไปในวันเดียวกัน หาก ครม.ไม่เห็นชอบประเด็นใด ก็ให้ถามแต่ว่าจะรับหรือไม่รับร่างฯ เท่านั้น
หากมีการถามในประเด็นอื่น และคำถามขัดแย้งกับร่างรัฐธรรมนูญ ให้กรรมาธิการยกร่างฯ ปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับผลประชามตินั้นให้เสร็จสิ้นใน 30 วัน แล้วส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เมื่อนายกฯ เห็นชอบ ก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายใน 30 วัน
5. เมื่อ สปช.ลงมติ ไม่ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างของ กมธ.ยกร่างฯ ถือว่าภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ให้ยุบ สปช. แล้วตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีสมาชิกไม่เกิน 200 คน อายุไม่น้อยกว่า 35 ปี อาจจะเคยเป็นหรือไม่เคยเป็น สปช.มาก่อนก็ได้ โดยมีนายกฯ เป็นผู้แต่งตั้ง และไม่ต้องนำขึ้นกราบบังคมทูล โดยจะให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเสนอแนะการปฏิรูปโดยไม่เกี่ยวกับการร่างรธน.อีก
6. ถ้า กมธ.ยกร่างฯ สิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ให้ตั้งคณะกรรมการที่เรียกชื่อใหม่ว่า "คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ" จำนวน 21 คน ซึ่งหัวหน้า คสช.เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้ง โดยไม่ต้องนำขึ้นกราบบังคมทูล และไม่ห้ามว่าจะเป็นคนเก่าหรือคนใหม่ด้วย โดยมีประธาน 1 คน และกรรมการไม่เกิน 20 คน ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และรับฟังความเห็นจากประชาชนให้เสร็จสิ้นใน 180 วัน หรือ 6 เดือน จากนั้นนำไปออกเสียงประชามติ
7. เป็นการแก้ไขภาษาและตัวเลขของมาตราเล็กน้อย และคาดว่าส่งร่างให้ประธาน สนช.ได้ใน 1 - 2 วันนี้
เมื่อถามว่า การเปิดช่องให้ตั้งอีกคำถาม หากถามว่าให้รัฐบาลอยู่ต่อหรือไม่ จะเข้าข่ายเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หากตั้งหลักคิดจากการถามคำถามอย่างนี้ ก็เข้าข่ายถูกครหา ดังนั้นอย่าไปตั้งหลักคิดว่าจะต้องไปถามแบบนี้ ทำไมไม่นึกว่าอีกคำถามอาจจะถามว่า เอา รธน.ฉบับไหนมาใช้ หรือเรื่องนิรโทษกรรม เป็นต้น ก็ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากคณะกรรมการร่างรธน. ร่างแล้วไม่ผ่านอีก ก็จะทำให้อยู่ในวังวนเดิมๆ นายวิษณุ กล่าวว่า หากไม่ผ่านอีก จะไม่เป็นวังวนแน่นอน อาจจะหยิบยกรัฐธรรมนูญฉบับใดมาก็ได้ แต่ตรงนี้ยังไม่อยากให้นึกถึงขั้นตอนนั้น



