
อำนาจ'ประยุทธ์'พิจารณา'สุขุมพันธุ์'
09 มิ.ย. 2558
'ประวิตร' จี้ กทม.วางแผนจัดการปัญหาฝนตกหนักน้ำท่วมขังทุกครั้ง รู้ทั้งรู้สาเหตุเกิดจากอะไร ย้อนไม่ใช่คิดอะไรไม่ออกก็มาบอกทหาร ชี้ อำนาจ 'นายกฯ' พิจารณา 'ผู้ว่าฯ'
9 มิ.ย. 58 เมื่อเวลา 13.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม.ภายหลังจากฝนตกหนัก ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งการให้นำรถของทหารมาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รวมถึงตนก็ได้สั่งการให้เหล่าทัพเข้าไปช่วยดูแล เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องดำเนินการอยู่แล้วในกรณีที่เกิดเหตุน้ำท่วมขังมาก ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดปัญหาโดยไม่แก้ไข ส่วน กทม.ก็พยายามแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง แต่เนื่องจากมีปัญหาเรื่องขยะที่มีเป็นจำนวนมากไหลไปอุดช่องทางน้ำไหลก็ต้องแก้ไขกันต่อไป เพราะถือเป็นหน้าที่ ดังนั้น กทม.ต้องวางแผนงานในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ตนรู้สึกเห็นใจเนื่องจากที่ผ่านมามีฝนตกหนัก รวมถึงปัญหาขยะที่มีเป็นจำนวนมาก จึงเกิดปัญหาน้ำท่วมขังขึ้น ซึ่งปลัดก็พยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่
ต่อข้อถามที่ว่า จะพิจารณาตัวผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องไปถามนายกฯ เพราะไม่ใช่อำนาจของตน และไม่สามารถตอบได้ ส่วนผู้ว่าฯ กทม.จำเป็นต้องพิจารณาตัวเองหรือไม่ ก็ต้องไปถามผู้ว่าฯ กทม. อย่างไรก็ตามนายกฯ ดูแลในภาพรวม และผู้ว่าฯ กทม.ก็ต้องพยายามวางแผนแก้ไขปัญหา เพราะเมื่อมีฝนตกหนัก น้ำก็ท่วมขังหนักเช่นนี้ทุกครั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกคนก็รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ในส่วนของท่อระบายน้ำทางศูนย์ความมั่นคงเพิ่งไปดูมาพบว่ามีการเตรียมการเรียบร้อย แต่ติดปัญหาขยะที่มีเป็นจำนวนมาก
ส่วนจะให้ทหารลงไปช่วยแก้ไขปัญหาเพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ กทม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะให้ทหารแก้ไขปัญหาทุกอย่างเช่นนั้นหรือ ทำไม กทม.ไม่หาแนวทาง เช่น การจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาแก้ไขปัญหา โดยให้แต่ละเขตดำเนินการ ไม่ใช่คิดอะไรไม่ออกก็มาบอกทหารทั้งหมด แต่ทหารก็พร้อมที่จะทำงานทุกอย่างเพื่อประชาชน
เดินตามโรดแม็พ 'ไม่ต่ออายุ' วอนหยุดพูดอยู่ต่อ
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ว่า ตนไม่ทราบ คงต้องถามผู้ที่นำเรื่องดังกล่าวนี้มาพูด ส่วนตนยืนยันว่าไม่มี และทุกอย่างเดินไปตามโรดแม็พ ขณะนี้ประเทศเราอยู่ได้ด้วยรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 รัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนไว้อย่างไร ก็ต้องทำตามนั้น ไม่มีทางทำอย่างอื่น ที่พูดก็พูดกันไปนอกจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องดูว่าใครเป็นคนแก้ไข เรื่องนี้รัฐบาลไม่เกี่ยว และยืนยันว่าจะทำตามโรดแม็พ ส่วนผู้ที่พูดให้รัฐบาลอยู่ก็พูดไป แต่รัฐบาลก็มีหลัก และปฏิบัติตามโรดแม็พ เหมือนกับกติกาของคนในสังคมที่ต้องทำตามกฎหมาย ถ้าไม่ทำเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นการต่ออายุรัฐบาลถือว่าจบแล้วไม่ต้องพูดถึงอีกแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในเรื่องต่ออายุรัฐบาลนั้นไม่มี อยากถามว่าจะให้ต่ออย่างไร ซึ่งประเด็นการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมีกำหนดในรัฐธรรมนูญชั่วคราวอยู่แล้ว ถ้าไม่ผ่านจะทำอย่างไร และผ่านจะทำอย่างไร แต่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้กำหนดเรื่องการทำประชามติ จึงต้องแก้ไขให้มีการทำประชามติ เพราะเท่าที่ดูเสียงของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสื่อมวลชน ต้องการให้มีการทำประชามติ ก็คงต้องเป็นไปตามนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนของโพลล์หลายสำนัก พบว่า อยากให้รัฐบาลอยู่ต่อ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังมองภาพไม่ออกว่าจะอยู่อย่างไร อยากถามว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้อยู่ต่อจะแก้ไขอย่างไร เพราะมันไม่มี ทุกอย่างต้องเดินเพื่อนำไปสู่การมีรัฐธรรมนูญ และมีการเลือกตั้ง แต่ขั้นตอนว่าจะทำอะไรก่อนหรือหลังก็ต้องมาว่ากัน รัฐบาลต้องทำตามโรดแม็พ ไม่ต้องมาพูดเรื่องจะให้อยู่ต่อ และรัฐบาลจะไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ใครอยากจะพูดก็พูดไป
"รัฐบาลดี คนก็ชอบ แสดงว่าทำงานเป็นที่พอใจของประชาชน คณะรัฐมนตรีทุกคนตั้งใจทำงาน ทุกคนเข้ามาเพราะนายกฯ ขอร้องให้มาช่วยในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เมื่อประชาชนเข้าใจก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี"
สั่งคมนาคมศึกษาตัดถนนอ้อมเขาอ่างฤาไน
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สั่งการให้สำรวจเส้นทางและพื้นที่เพื่อตัดถนนอ้อมพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา ภายหลังจากเกิดปัญหารถชนสัตว์ป่าตายเป็นจำนวนมาก ว่า เป็นถนนเส้นหนึ่งในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออกที่ผ่ากลางพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทำให้รถยนต์ที่วิ่งผ่านชนสัตว์ป่าตาย พบว่าภายในหนึ่งปีมีสัตว์ป่าตายกว่าหมื่นตัว ดังนั้นจึงได้สั่งการไปคิดว่าถ้าจะไม่ให้รถวิ่งผ่านพื้นที่ตรงนี้จะมีเส้นทางอื่นหรือไม่ ปรากฏว่า พบเส้นทางสำรองที่สามารถอ้อมพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้ มีระยะทาง 15 กม. จึงสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูว่าถ้าจะดำเนินการดังกล่าวจะใช้งบประมาณจากส่วนกลางได้หรือไม่ และจะต้องใช้ในวงเงินเท่าไหร่ โดยได้มอบหมายกระทรวงคมนาคมไปดำเนินการ



