ข่าว

‘รถทัวร์’พุ่งชนกำแพงสนามบินดอนเมือง

‘รถทัวร์’พุ่งชนกำแพงสนามบินดอนเมือง

09 มิ.ย. 2558

รถทัวร์พุ่งชนกำแพงสนามบินดอนเมือง เสาไฟฟ้าหักโค่น เจ็บ 12 ราย


          วันที่ 9 มิ.ย.58 เมื่อเวลา 03.00 น.  ร.ต.ท.วรกร ณัฎฐมั่งคั่ง พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุรถ บขส.ปรับอากาศพุ่งชนกำแพงสนามบินดอนเมือง ช่วงยูเทิร์นคลังสินค้า ถนนวิภาวดีด้านขาเข้า จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกำลังอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง   ที่เกิดเหตุบริเวณช่องทางเข้าสนามบินดอนเมืองช่องทางที่ 7 ภายในถนนเลียบกำแพงสนามบินดอนเมือง แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง พบกำแพงรั้วสนามบินได้รับความเสียหายเศษปูนกระจายเต็มพื้น เสาไฟฟ้าหักโค่น ห่างออกไปประมาณ 6 เมตรภายในถนนด้านในสนามบินดอนเมือง พบรถบัสร่วม บขส.ปรับอากาศยี่ห้อเบนส์ สีฟ้าขาว หมายเลขทะเบียน 15-3590 กรุงเทพมหานคร ของบริษัท วัฒนสาครทัวร์ วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ ยโสธร เขมราฐ สภาพตัวรถด้านขวามีรอบครูด กระจกแตกทุกบาน ล้อหลังทั้ง 2 ข้างแตกทั้งหมด กระจกด้านหน้ารถแตก 
 
          ทั้งนี้ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้โดยสารที่มากับรถบัสทั้งหมด 12 ราย แบ่งเป็นหญิง 4 ราย บาดเจ็บเล็กน้อยหัวแตก ถลอกตามตัว 3 ราย นิ้วมือข้างซ้ายขาดทั้ง 5 นิ้ว 1 ราย ชาย 8 ราย บาดเจ็บเล็กน้อยหัวแตก ถลอกตามตัว 7 ราย ไหปลาร้าหัก 1 ราย เบื้องต้นอาสาสมัคมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
 
          จากการสอบสวนนายนรินทร์ ดีไว อายุ 50 ปี พักบ้านเลขที่ 129 ต.เป้า อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี คนขับรถบัส เล่าว่าก่อนเกิดเหตุตนเองขับรถมาจาก จ.ยโสธรเพื่อนำผู้โดยสารมาส่งที่สถานีขนส่งหมอชิตใหม่ และเหลือผู้โดยสารอยู่บนรถเพียง 18 คน โดยใช้ถนนวิภาวดีด้านขาเข้า ก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตรมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ตนเองพยายามชะลอความเร็วแต่ถนนลื่นจนทำให้ตนเองบังคับรถไม่อยู่ รถส่ายไปมาก่อนที่รถจะไถลเข้ามากระแทกกับกำแพงทางเข้าสนามบิน แล้วมาหยุดนิ่งอยู่ที่ตอหม้อสะพานยูเทิร์น
  
          เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้นำตัวคนขับไปสอบสวนข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ก่อนจะแจ้งข้อหานายนรินทร์ โชเฟอร์ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย ส่วนมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการประเมินของเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานกรุงเทพ
        
          สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บในเบื้องต้นประกอบด้วย  นายอนุวัฒน์ เดชม้าว  อายุ 24 ปี นายอุดม อนันต์ อายุ  39 ปี นายประสิทธิ์ อุตรา  อายุ 17 ปี นายรจนกร องค์โฆศิต อายุ 46 ปี น.ส.จินัทธา บุญยงค์  อายุ 38 ปี นางลำดวน สีทอง  อายุ 40 ปี นายสวัสดิ์ บุญหล้า  อายุ 54 ปี นางโสภา บุญเล้า  อายุ 47 ปี นางสังวาล แขวงภูเขียว อายุ 51 ปี นายประจักษ์ วิเชียร  อายุ 49 ปี  น.ส.ศศพินท์ ขันทองคำ  อายุ 40 ปี นิ้วขาด นายเรนุวัตร แสนใจ  อายุ 17 ปี ไหปลาร้าหัก





ฝนตกถนนลื่นกระบะเสียหลัก 2 คันบาดเจ็บ 8 ราย
 
          เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 9 มิ.ย.58 พ.ต.ท.มนัส กันเทียะ สารวัตรสอบสวนสภ.ธัญบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ตกข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายรายบริเวณถนนรังสิต-นครนายกขามุ่งหน้ารังสิตคลองห้า ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 
 
          ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อนิสัน นาวาล่า หมายเลขทะเบียน ฒฉ 7188 กรุงเทพมหานคร เสียหลักชนต้นไม้พลิกคว่ำอยู่ข้างทางส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมี 6 คนเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งโรงพยาบาลธัญบุรีไปก่อนหน้านี้แล้วทราบชื่อ 1.นางสาวศิรินภา แสงบุญเรือง อายุ 22 ปี  2.นายธนูเทพ เชื่อมฉิม อายุ 21 ปี 3.นายสิทธิพล กุดทา อายุ 23 ปี 4.นางสาวไพริน คูสกุล อายุ 25 ปี อีก 2 คนยังไม่ทราบชื่อโดยทั้งหมดจะเป็นนักศึกษาราชภัฏพระนคร
 
          จากการสอบถามนายสิทธิพล กุดทา คนขับรถบอกว่าตนเองกลับมาจาก จ.ปราจีนบุรีและและรับแฟนที่มาเที่ยวร้านอาหารข้างราชมงคลธัญบุรี จากนั้นจึงขับรถกลับราชภัฏพระนครระหว่างทางฝนได้เกิดตกลงมาทำให้ถนนมีน้ำท่วมขังและลื่นมากตนจึงบังคับรถไม่อยู่จึงเสียหลักชนต้นไม้ข้างทางจนเพื่อนที่มาด้วยได้รับบาดเจ็บโชคดีที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
 
          ต่อมาเวลาใกล้เคียงกัน พ.ต.ท.มนัส กันเทียะ สารวัตรสอบสวน สภ.ธัญบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกระบะชนป้ายโฆษณาบริษัทฮอนด้าธัญบุรีและมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณถนนรังสิต-นครนายกขามุ่งหน้านครนายกคลองหก ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ หมายเลขทะเบียน บต 4754 ชัยนาท เสียหลักชนป้ายโฆษณาได้รับความเสียหายในที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายทราบชื่อนายพัน พรมมา อายุ 47 ปีและนางเฉลียว บุญอนันท์ อายุ 46 ปีเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งโรงพยาบาลธัญบุรี
  
          จากการสอบถามนางเฉลียว บุญอนันท์ บอกว่าตนกับสามีกำลังจะขึ้นขี้เลื่อยคลอง11ธัญบุรีมาถึงที่เกิดเหตุฝนตกถนนลื่นและสามีบังคับรถไม่อยู่จึงชนกับป้ายหน้าโชรูมรถฮอนด้าได้รับความเสียหายดังกล่าว




สองคนร้ายชิงทรัพย์หมอนวดแผนโบราณ 
 
           เมื่อเวลา 01.00น. วันที่ 9 มิ.ย.58 พ.ต.ต.คมชนะ อนันตา สวป. สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ว่ามีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ชาวบ้าน เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณกลางซอย5 ธันวา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังชุดสืบสวนรีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังช่วยเหลือผู้เสียหาย ทราบชื่อคือนางภัทรวดี ไนดู อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อาชีพรับจ้างนวดแผนโบราณ อยู่ในอาการตกใจร้องไห้ และอาเจียนอย่างหนักเนื่องจากโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคประจำตัวผู้เสียหายกำเริบขึ้นอย่างกะทันหัน ทางชาวบ้านจึงพาตัวผู้เสียหายไปรักษาอาการ ที่รพ.บางละมุง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ผู้เสียหาย จอดแน่นิ่งล็อกคออยู่ริมถนน
 
           จากการสอบสวน นายศราวุธ ขันตรีกรม อายุ48ปี เพื่อนผู้เสียหาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้ขึ้นมาเคาะประตูห้องเรียกขอความช่วยเหลือ ว่าขณะที่เธอขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าที่พักซึ่งอยู่ในซอยเกิดเหตุ จากนั้นเกิดเลี้ยวเข้าซอยผิดซึ่งเป็นซอยตัน จู่ๆ ได้มีคนร้ายจำนวน 2 ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น เข้ามาประกบก่อนจะสั่งให้เธอหยุดรถ ด้วยความกลัวจึงทำหยุดรถทันที จากนั้นหนึ่งในกลุ่มคนร้ายได้ปรี่เข้ามาเอาของแข็งคล้ายอาวุธปืนทุบที่ศีรษะ 1 ครั้ง พร้อมกับข่มขู่ “หากส่งเสียงจะยิงให้ตาย” ก่อนชิงทรัพย์สินไป เป็นกระเป๋าสะพาย1ใบ ภายในมีเงินสด 3,000บาท และโทรศัพท์ ยี่ห้อ ซัมซุง1เครื่อง แล้วพากันหลบหนีไป โดยเอารถจักรยานยนต์เธอไปด้วย หลังจากนั้นเธอก็เกิดโรคเบาหวานกำเริบ เนื่องจากช็อกตกใจกับเหตุการณ์ กระทั่งเธอฝืนค่อยๆ เดินเข้ามาขอความช่วยเหลือดังกล่าว
หลังจากเกิดเหตุ ตนจึงได้รีบวิ่งไปหาเพื่อนบ้านช่วยให้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และศูนย์รับแจ้งเหตุ191ตำรวจจังหวัดชลบุรี แต่ปรากฏว่าโทรแจ้งไปจำนวนหลายสาย แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่รับสายเลย ทนไม่ไหวจึงขับรถยนต์ไปแจ้งตำรวจ สภ.หนองปรือ ให้ช่วยประสานงานและมาตรวจสอบและพบรถจักรยานยนต์ผู้เสียหาย ซึ่งตอนแรกยืนยันว่าถูกคนร้ายเอาไปด้วย จอดแน่นิ่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุดังกล่าว
 
           เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะได้ไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร เนื่องจากตัวผู้เสียหายนั้นตกอยู่ในอาการโรคประจำตัวกำเริบและยังให้การยังไม่ได้มากนัก รวมถึงสาเหตุที่คนร้ายนั้นเอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ชิงไปตั้งแต่ที่แรกนำมาจอดคืนให้ผู้เสียหาย ซึ่งสร้างข้อกังขาให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก