
บิ๊กตู่นำประกาศเจตนารมณ์สร้างจิตสำนึกไทยไม่โกง
บิ๊กตู่นำประกาศเจตนารมณ์ สร้างจิตสำนึกไทยไม่โกง
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์? จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประกาศเจตนารมณ์ “ต่อต้านการทุจริตสร้างจิตสำนึกไทยไม่โกง” (ล้อมกรอบ-สกรีนพื้น)
พล.อ.ประยุทธ์ ?กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญ ซึ่งจะเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เพราะเรามีความจำเป็นต้องพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ มีทั้งเหตุการณ์ที่ดีและไม่ดี อยากให้ทุกคนศึกษาปัญหาและร่วมกันหาทางออกตามหลักพระพุทธศาสนา อริยสัจ 4 รู้ว่าปัญหาเกิดจากอะไรและแก้ที่ตรงไหน อย่างเช่นข้าราชการก็ต้องมีคำว่า “How to do” ไม่ใช่ประกาศเจตนารมณ์วันนี้แล้วก็จบ ต้องแก้ปัญหาทั้งระบบวางผลสำฤทธิ์ที่ต้องการเช่นเดียวกับ คสช.ที่เมื่อปีที่แล้ว คาดว่าสถานการณ์จะเป็นปกติแบบวันนี้ และมีการเริ่มการปฏิรูปบางอย่างเพื่อส่งต่อรัฐบาลต่อไป จะต้องไม่ได้เริ่มใหม่ทั้งหมด
วันนี้ต้องขอบคุณมิตรประเทศที่ร่วมกันพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับอารยประเทศ ซึ่งเราเป็นประเทศเล็กๆ แต่ต้องมีตัวตนให้เห็นว่า ไทยมีสิ่งที่ดี เพราะถ้าเสียงไม่ดังพอ ทำตัวไม่ดีก็จะกลายเป็นประเทศที่ถูกลืมในสังคมโลก
“วันนี้มีปัญหาหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความแตกแยกทางความคิด การเป็นประชาธิปไตยที่มีปัญหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การบังคับใช้กฎหมายมีปัญหา เพราะจิตสำนึกของคนทำให้ระบบข้าราชการเสียหาย ความน่าเชื่อถือลดลง ผมจึงต้องใช้เวลาที่อยู่ในขณะนี้สร้างความเชื่อมั่นให้หน่วยงานราชการให้ได้ โดยจะไม่เลือกปฏิบัติ”
พล.อ.ประยุทธ์? กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตมีหลายรูปแบบ ไม่รู้ว่าแก้ไขปัญหาได้ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ หรือไม่ แต่เชื่อว่าเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ทำได้แล้ว ทั้งนี้การทุจริตมีผลกระทบเสียหายกับทุกด้าน โดยเฉพาะความเชื่อมั่นต่างๆ อย่างเช่น ค่าอำนวยความสะดวกมันไม่เคยมีมาก่อน ใครเสียก็ขอให้มาแจ้งที่หน่วยราชการ เพราะแจ้งตำรวจก็ไม่เชื่อมั่น แจ้งทหารก็ไม่ไว้ใจ ก็ให้ไปแจ้งที่ศูนย์ดำรงธรรม ทุกคนต้องกล้าแสดงออก ไม่ต้องกลัว จะเสียแค่ 100 บาท หรือ 1,000 บาท ก็ไม่ได้ทั้งสิ้น ปัญหาการทุจริตอยู่ที่คนและสิ่งแวดล้อมจิตวิทยา เพราะโลกเจริญก้าวไกลแต่จิตใจมนุษย์อยู่ที่เดิม ไม่รู้จะทำอย่างไรให้สอดคล้องกับเทคโนโลยี
“ค่านิยมเหล่านี้ทำให้เกิดคำพูดที่ว่า โกงได้ไม่เป็นไร แต่ต้องแบ่งปัน ก็ถือเป็นการโกงตัวเอง โกงประเทศชาติ สอนให้ลูกหลานโกงต่อไปเรื่อยๆ ถือเป็นบาปกรรม ทุกคนจะต้องมีหิริโอตัปปะ ละอายและเกรงกลัวต่อบาป แต่วันนี้คนที่ละอายต่อบาปกลายเป็นคนจน แต่คนไม่อายก็รวยขึ้นไปเรื่อยๆ จึงต้องลดช่องว่างตรงนี้ให้ได้ โดยการอยู่ร่วมกันด้วยความพอเพียง วันนี้ทุกอย่างดีขึ้น ฝากบอกคณะทูตานุทูตว่า อย่ากังวล ประเทศไทยไม่ได้เลวร้ายทั้งหมด และขณะนี้กำลังปรับปรุงให้สอดคล้องกับการค้าการลงทุน”
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า 2 ปี ที่ผ่านมา ตัวเลขของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) พบว่า มีโครงการข้าวผิดพลาดขาดทุนกว่า 2 แสนล้านบาท ขายข้าวได้เพียง 1.5 แสนล้านบาท และประเมินว่าจะขายออกไปได้ แต่ก็คงไม่มีรายได้มากกว่านี้ ส่วนเรื่องนี้ใครจะผิดหรือถูกก็ว่ากันไปตามกระบวนการ ประชาชนเข้าใจเรื่องดังกล่าวมากขึ้น วันนี้เรากำลังปรับโครงสร้างที่สำคัญทุกประเภท ไม่ใช่เพียงใช้งบประมาณอย่างเดียวจนส่งผกระทบต่อระบบการเงินการคลังของประเทศ
ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นประจำปี 2557 ได้คะแนน 38 จาก 100 อยู่ในอันดับที่ 85 จากทั้งหมด 175 ประเทศทั่วโลก เป็นอันดับที่ 12 จาก 28 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากการอันดับในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้อันดับดีกว่าเดิมจากปีก่อนหน้านี้ได้อันดับที่ 102 ของโลก และอันดับที่ 16 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เมื่อพิจารณาจากกลุ่มประเทศในอาเซียนมีเพียงสิงคโปร์และมาเลเซียเท่านั้น ที่มีคะแนนเกิน 50 โดยไทยอยู่อันดับที่ 3 จาก 9 ประเทศในอาเซียน
“?แม้คะแนนประเทศจะสูงขึ้น ดีใจ แต่ก็ยังไม่พอใจ ไม่อยากอวดว่า คสช.เข้ามาแล้วอันดับประเทศดีขึ้น เมื่อไหร่เราจะได้ที่ 1 ก็ไม่รู้ ระวังโลกจะแตกเสียก่อน แต่ต้องเอาให้ได้ในอาเซียนก่อนแล้วกัน สิทธิเสรีภาพของทุกคนมีเท่าเทียมกัน หากละเมิดคนอื่นเมื่อไหร่ถือว่าโกงเมื่อนั้น คิดว่าจะทำผิดก็คือโกง จะรอเวลาหมดโรดแม็พแล้วกลับมาทำก็ไม่ได้ ยืนยันทุกอย่างเดินตามโรดแม็พที่มีอยู่ ขอร้องว่า การโกงอย่ามองเรื่องเงินอย่างเดียว แค่คิดผิดก็ถือเป็นการโกงคนอื่นแล้ว”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้แก้ปัญหาทุจริตทั้งระบบ โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งหลายโครงการก็ลดราคาลงได้ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเงินส่วนนี้ก่อนหน้านี้เป็นตัวเลขที่สูญเปล่าไปเฉยๆ และถูกนำไปใช้เชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา วันนี้ธุรกิจสีเทาหายไปหมด ทำให้เศรษฐกิจไทยบางส่วนตกต่ำ
"แล้วก็ยังมาโทษว่าผมทำให้เศรษฐกิจประเทศแย่ลง แล้วจะให้ผมทำอย่างไร ทำต่อหรือไม่ เพราะเงินเหล่านี้ผิดกฎหมายทั้งหมด จะยอมให้มีการทำผิดกฎหมายกันหรือไม่ ผมจำเป็นต้องจัดการทั้งหมดและไม่ได้ต้องการคะแนนเสียง เพียงแต่ต้องการความพึงพอใจ ไม่ต้องการให้ต่อต้านหรือประท้วง เพราะประท้วงไม่ได้อยู่แล้ว อย่าคิดเตรียมการใดๆ ผมรู้ทั้งหมดว่าใครเตรียมการประท้วง ไม่งั้นจะเข้ามาทำไม ผมรู้ตัวผมอยู่ อย่าหลอกว่าทำอะไรก็ได้ พูดอะไรก็ได้เพราะเป็นประชาธิปไตย เข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่
วันนี้ผมเป็นคนกำหนดกติกา ที่ผ่านมาหลายรัฐบาล หลายพวกทำไม่ได้ วันนี้ผมมาออกกติกา ท่านก็ต้องทำให้ได้ วันนี้ต้องไม่มีการทุจริต ได้สั่งให้รัฐมนตรีตรวจสอบในหลายโครงการ ตอนนี้ทราบว่ามีความกล้ากันมากขึ้น เริ่มมีชื่อให้เห็น แต่วันนี้สื่อโซเชียลมีเดีย ทำให้คนไม่มีโอกาสแก้ตัว เผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว เช่น บางคนไปโพสต์ให้เกิดความแตกแยก ปรากฏว่าเมื่อเข้าไปดูก็อ้างใช้รูปคนอื่น อย่างนี้ถือว่าไม่กล้าจริง ถ้ากล้าจริงขอให้มาหาผม"
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการตรวจสอบการทุจริตว่า คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ?(คตร.) ซึ่งตั้งมาไม่ใช่ให้เป็นศาลไคฟง แต่ตั้งมาเพื่อตรวจสอบและส่งต่อไปยังองค์กรอิสระและกระทรวงยุติธรรม เพราะที่ผ่านมาทำไม่ได้ วันนี้รัฐมนตรีไม่ใช่นักการเมือง ต้องแก้ไขให้ได้ ยืนยันไม่ได้เลือกข้างแต่ต้องดูว่าทำผิดหรือไม่ วันนี้ตนอยู่ข้างประเทศไทย คนที่ยอมรับกฎหมายก็ว่ากันไป แต่คนที่ไม่ยอมรับกฎหมายต้องเล่นงานเอาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ทั้งหมด
อยากให้ทุกคนติดตามดูแลเรื่องการทุจริต การทำงานวันนี้ต้องชัดเจน วันนี้มีคณะทำงานตรวจสอบ 3-4 คณะ ทำงานอยู่ ซึ่งวันนี้ต้องชัดเจน แต่ต้องหาหลักฐานให้ดี ส่วนการดำเนินการจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม ไม่เคยสั่ง ทั้งนี้หากมีการตรวจสอบพบความผิดชัดเจนก็ต้องถูกดำเนินการ แต่ถ้าไม่ผิดก็กลับเข้ามาได้ หาตำแหน่งให้ได้อยู่แล้ว ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียวนั้น ไม่ใช่ ทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการ ยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการแก้แค้นหรือทำลายล้างกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวช่วงท้ายว่า เรื่องของภาษีจำเป็นต้องแก้ไขการจัดเก็บภาษี ต้องเอาคนทั้งประเทศเข้าสู่ระบบภาษีให้ได้ จะต้องมีรายชื่อไม่ว่าจะมีรายได้เท่าไหร่ก็ตาม ถ้าถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีก็ต้องเสีย แต่ถ้าใครมีรายได้ไม่ถึงก็ไม่เก็บ เพียงแต่ต้องมีรายชื่อไว้ในระบบเพื่อที่ทางราชการจะได้ดูแลช่วยเหลือได้ในอนาคต ซึ่งได้สั่งการไปยังกระทรวงการคลังแล้วว่า จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ และต้องทำให้การกรอกภาษีทำได้ง่ายขึ้น เพราะมีทั้งเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า ที่อาจไม่เข้าใจ บางคนก็ยังอ่านหนังสือไม่ออก
"เรื่องการทุจริตต้องไปดู แต่ผมยืนหยัดที่จะเดินหน้าด้วยความจริงใจ และการเข้ามาเป็นรัฐบาลวันนี้ ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ใช่มาเรียกผมเป็นไอ้นั่นไอ้นี่ ผมรับไม่ได้ เพราะผมเป็นทหาร เกียรติยศยังอยู่กับผม ผมจะตายหรืออยู่ที่ไหนผมก็ยังเป็นทหาร เกียรติยศศักดิ์ศรีผมยังมีอยู่ ผมไม่ใช่นักการเมือง"
จากนั้นนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี และผู้ร่วมงาน ได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตสร้างจิตสำนึกไทยไม่โกง อย่างพร้อมเพรียงกัน และพล.อ.ประยุทธ์?กล่าวหลังจากประกาศเจตนารมณ์จบว่า “ถ้าทำได้ก็ขอให้มีความเจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าใครไม่ทำตามคำนี้ ก็ขอให้มีอันเป็นไป ผมถวายสัตย์ฯ? มาก็อย่างนี้”



