ข่าว

‘ไอติมหม้อไฟ ยศเส’สาขา4 ศูนย์รวมคนรุ่นใหม่+ความสุข!

‘ไอติมหม้อไฟ ยศเส’สาขา4 ศูนย์รวมคนรุ่นใหม่+ความสุข!

09 มิ.ย. 2558

'ไอติมหม้อไฟ ยศเส'สาขา4 ศูนย์รวมคนรุ่นใหม่+ความสุข!! : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยอภิชาติ ระวีวัฒน์ : เรื่อง ทวีชัย จันทะวงค์ : ภาพ

               แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า จากอดีตนักดนตรีหนุ่มหล่อ มือคีย์บอร์ดแห่งวง "เฟม" ศิลปินในสังกัดค่ายอาร์เอส เมื่อหลายสิบปีก่อน ที่มีเพลงยอดฮิตที่ร้องกันติดปากทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง "ไม่รักกันจริง" ซึ่งก็คือ "นัท" ภัทรณัฏฐ์ รดิศจิรเกียรติ หนุ่มใหญ่ในปัจจุบัน วัย 47 ปี ที่หันเหชีวิตตัวเองจากเส้นสายทางเสียงดนตรีมาเป็นเจ้าของร้าน "ไอติมหม้อไฟ ยศเส" สาขา 4 ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่มินิมอลล์ เดอะซีน แถวย่านทาวน์อินทาวน์ ในปัจจุบัน

               ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในหัวสมองของ ภัทรณัฏฐ์ แทบจะไม่ค่อยมีเวลา หรือหัวการค้าทางด้านธุรกิจสักเท่าไหร่นัก เนื่องจากเขายังคงมีความสุขและสนุกสนานกับการใช้ชีวิตอยู่กับเสียงดนตรีและวงการบันเทิงในบ้านเรามานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยเฉพาะการได้เป็น ผู้จัดการวงแบ็กอัพ มินิคอนเสิร์ต ให้รายการ "อะคาเดมี แฟนเทเชีย" ทางช่องเคเบิลทีวีดังช่องหนึ่ง สรรค์สร้างนักร้องและศิลปินดารามากมายเป็นที่รู้จักโด่งดังไปทั้งประเทศ

               แค่นี้... ชีวิตก็น่าจะความสุขดีอยู่แล้ว!!

               แต่ชีวิตของ ภัทรณัฏฐ์ ชอบอะไรใหม่ๆ ที่ทันสมัยและมีความท้าทาย เพราะตัวเขาคิดอยู่เสมอว่า มนุษย์เรามันต้องเดินไปข้างหน้า!! ไม่ยอมย่ำเท้าอยู่กับที่... ทุกอย่างสามารถเรียนรู้และฝึกฝนให้เกิดความชำนาญจนต่อยอดไปเป็นธุรกิจเล็กๆ เพื่อสร้างรายได้ให้ตัวเองอีกทางหนึ่ง

               กระทั่งเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ภัทรณัฏฐ์ ได้กลับไปเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนอยู่ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ รุ่น 100 ด้วยกัน ก่อนเพื่อนในกลุ่มดังกล่าวจะแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนในกลุ่มชื่อว่า "โชกุน" หรือ สุรชัย เสริมเกษมสิน อดีตนักโฆษณาตัวยง ที่จบการศึกษาจาก ม.กรุงเทพ และที่บ้านยังเปิดร้านขายไอติมแบบธรรมดาทั่วไปตรงแถวยศเส ซึ่งไม่ไกลจากโรงเรียนสักเท่าไหร่นัก

               ทุกครั้่งเวลานัดพบพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ก็จะมารวมกลุ่มกันอยู่ที่ร้านไอติมของ "โชกุน" เป็นเวลานาน มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด หน้าที่การงาน และปัญหาชีวิตของแต่ละคน ซึ่งกันและกัน รวมไปถึงช่วยอุดหนุนเพื่อนคนนี้ไปในตัวด้วย

               เมื่อมีคนมาเพิ่มมากขึ้น ก็มีการสั่งไอติมกันเยอะขึ้นตามไปด้วย ซึ่งก็มีเพื่อนบางคนเคยไปกินไอติมร้านดังๆ ในห้างมาแล้วบ่อยครั้ง แต่พอมาที่นี่แล้วอยากกินกันแบบรวมมิตรเยอะๆ หรือ "เอิร์ธเควก" เลยทีเดียว แต่ทางร้านไม่มีให้ จึงต้องหาทางตอบโจทย์

               ตอนนั้นพวกเพื่อนๆ ในกลุ่มได้ช่วยกันคิดว่าจะเอาภาชนะอะไรใส่ไอติมหลากหลายรสแบบนั้นดี ทั้ง หม้อ, ชาม, กะละมัง ฯลฯ ก่อนจะลงตัวที่ "หม้อไฟ" เป็นคำตอบสุดท้าย เพราะสามารถใส่ดรายไอซ์ หรือน้ำแข็งแห้งลงไปช่องตรงกลาง เมื่อพอเทน้ำเปล่าเข้าไปผสม ก็จะเกิดเป็นควันพวยพุ่งออกมาเหมือนกับหม้อไฟต้มยำเดือดๆ ทันที และทุกอย่างมันก็ลงตัวไม่มีใครติ จึงเป็นที่มาของ "ไอติมหม้อไฟ ยศเส" สาขาแรก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

               จากตอนแรกที่ให้เพื่อนในกลุ่มช่วยลองสั่งมากิน ต่อมามีลูกค้ามาเห็นก็สั่งตามกันบ้าง แต่ก็ยังไม่มากเท่าไหร่ เพราะเป็นอะไรที่แปลกใหม่ในเวลานั้น จนกระทั่งรายการ "ตลาดสดสนามเป้า" ทางช่อง 5 ได้เข้ามาสัมภาษณ์พิเศษกับ "โชกุน" สุรชัย ถึงกลเม็ดเคล็บลับต่างๆ รวมถึงขั้นตอนในการผลิตไอติมดังกล่าวให้ทุกคนได้รับรู้ว่า เป็นเช่นไรบ้าง

               แทบไม่น่าเชื่อว่า ถัดไปแค่เพียงวันเดียว มีลูกค้าให้ความสนใจมารอต่อแถว เพื่อซื้อ "ไอติมหม้อไฟ ยศเส" กลับบ้าน และบางรายกินที่ร้านนานถึง 3 ชั่วโมง จนทำให้อาคารพาณิชย์บริเวณดังกล่าว จากที่เคยเงียบเหงา เกิดคึกคักรถราติดขัดขึ้นมาทันตาเห็น เพราะธุรกิจไอติมดังกล่าว จนทุกคนเริ่มสนใจ จากนั้น สุรชัย ก็ใช้เวลาอีกไม่นานเริ่มขยายสาขาออกไปอีกหลายแห่ง อาทิ ซอยลาดพร้าว 71, เทอร์มินอล อโศก เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของธุรกิจแบบก้าวกระโดด

               จนมาถึงสาขาที่ 4 นั่นก็คือ เดอะซีน ทาวน์อินทาวน์ นี่เอง ที่ ภัทรณัฏฐ์ เป็นเจ้าของ เปิดให้บริการมาแล้วเกือบ 2 ปีเต็ม ซึ่งกว่าจะได้รับการไว้เนื้อเชื่อใจจากเพื่อน "โชกุน" สุรชัย ได้ ต้องอ้อนวอนและฝ่าฟันอุปสรรคด่านทดสอบต่างๆ หลายอย่าง โดยเฉพาะการทุ่มเทเอาใจใส่ลูกค้าว่า มีเวลาให้หรือไม่ รวมไปถึงการดูแลเอาใจใส่การให้บริการว่า เป็นเช่นไร

               "โชกุนเกรงว่า สิ่งที่เขาสร้างและสะสม มันจะเสียเมื่อมาถึงมือเราดูแล ซึ่งผมได้รับปากและยืนยันว่า พร้อมดูแลให้เต็มที่ ไม่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน เพราะต้องการสร้างธุรกิจเพื่อมารองรับอยู่แล้ว โดยส่วนตัวก็เป็นคนชอบกินไอติมเป็นทุนเดิม ร้านไหนดังร้านไหนอร่อยก็จะไปทดลองชิม จึงรู้ดีว่า กลุ่มคนผู้บริโภคแนวนี้ชอบรสชาติและบรรยากาศแบบไหนบ้าง"

               ทั้งนี้ ไอติมหม้อไฟ ยศเส เป็นแบบโฮมเมด มีกิมมิกที่น่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยการจับเอาของที่ดูว่า ร้อนที่สุดนั่นก็คือ หม้อไฟ มารวมกับของเย็นที่สุดคือ ไอศกรีม ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว จนกลายเป็น ไอติมหม้อไฟ ยศเส มีชื่อเสียงโด่งดังมาถึงทุกวันนี้ ลูกค้าคนไหนเห็นก็รู้สึกว่า อยากรับประทานและสัมผัสว่า รสชาติ-อร่อยดีจริงหรือไม่!

               "สำหรับลูกค้าส่วนใหญ่ที่มากินเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน ทั้งศิลปินดารานักแสดงและนักร้อง เพราะตัวเองอยู่วงการนี้มานาน จึงมีรุ่นน้อง เพื่อนๆ และพี่ๆ เข้ามาอุดหนุนกันเป็นประจำ รวมไปถึงนิสิตนักศึกษาและนักเรียนในย่านนี้เข้ามาชิมกันเรื่อยๆ ขายเพียงลูกละ 40 บาทเท่านั้น โดยเฉพาะ 4 อันดับแรกที่ขายดีที่สุดก็คือ 1.โคตรนม 2. ช็อกโกแลตบราวนี 3.ยาคูลท์ปีโป้ และ 4.ลิ้นจี่โซจู หากใครมาแล้วไม่สั่งถือว่า ยังมาไม่ถึง" นั่นเป็นคำพูดจากปากของ "นัท" ภัทรณัฏฐ์

               ทุกวันนี้จะสั่งของโดยตรงมาจากสาขาที่ 1 มาลงที่สาขาของตัวเอง แบบวันต่อวัน เนื่องจากมีสินค้าให้เลือกกว่า 20 รสชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทดลองทำมากกว่า 40 รสชาติแล้วด้วยซ้ำ แต่มันเยอะเกินและเสียเวลาไม่คุ้มค่ากับความต้องการของลูกค้า จึงเหลือเฉพาะเนื้อๆ เน้นๆ แค่ 20 รสชาติเท่านั้น และส่วนใหญ่ก็ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี

               เพราะแต่ละคนมีความชอบทั้ง หวาน-มัน-เปรี้ยว ไม่เหมือนกัน แต่ทุกอย่างอยู่ที่การให้บริการและความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนตัวได้เน้นย้ำพนักงานให้ความสำคัญและดูแลในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะทางร้านมีนโยบายหลักสำคัญว่า

               "เราอาจไม่ใช่ร้านไอติมที่อร่อยที่สุด แต่เราจะเป็นร้านไอติมที่คุณมาแล้วมีความสุขมากที่สุด"

               โดยเฉพาะการให้ความสำคัญและการเอาใจใส่แบบเป็นกันเองที่ร้านนี้มีให้ เพราะการทำงานทุกวันนี้ แต่ละคนก็มีความเครียดและความกดดันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อมีเวลามานั่งกินไอติมก็อยากจะพูดคุยกันทั้งเรื่องมีสาระและไม่มีสาระกันได้ทุกเรื่อง ไม่จำเป็นต้องคุยกันเรื่องงานหรืออะไรที่มันซีเรียสมากเกินไป อยากให้ทุกคนเข้ามาที่ร้านแล้วได้รับความสุขกลับไปไม่มากก็น้อย ส่วนราคาก็คิดแค่ลูกละ 40 บาทเท่านั้น บางช่วงมีโปรโมชั่นพิเศษลดแลกแจกแถมต่างๆ มากมาย เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น.

               ที่ผ่านมา ภัทรณัฏฐ์ ได้เพื่อนใหม่ๆ จากร้านไอติมแห่งนี้มาแล้วมากมาย ตอนแรกๆ ก็เข้ามาเป็นลูกค้าไม่ค่อยกล้าพูดคุยด้วยสักเท่าไหร่ แต่พอหลังจากเริ่มสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น ปรึกษาหารือได้ทั้งเรื่องงานเพลงดนตรีและปัญหาชีวิต ก็เกิดเป็นการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกันไปแล้ว ก็ถือว่า มีความสุขร่วมกันไปอีกแบบ

               อย่างไรก็ตามสิ่งที่ "ไอติมหม้อไฟ ยศเส" ไม่เหมือนกับไอติมทั่วๆ ไปนั้น เนื่องจากใช้นมเป็นส่วนผสมสำคัญในการผลิต สั่งตรงมาจากประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ไม่เหมือนไอติมอื่นๆ ที่เน้นความหวานมากจนเกินไป ในแต่ละวัน ทุกขั้นตอนในการผลิตมีจำนวนจำกัดพอดี ไม่ให้มากจนเกินไป เพราะ "โชกุน" สุรชัย เจ้าของธุรกิจนี้ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ขายแค่ไหนหมดแค่นั้นไม่มีเพิ่มเติมวันต่อวัน

               ด้วยคุณภาพของสินค้า แถมยังเป็นสิ่งแปลกใหม่ของคนชอบกินไอติมในทุกวันนี้ด้วย ล่าสุด ภัทรณัฏฐ์ ได้ลงทุนเปิด "ไอติมหม้อไฟ ยศเส" สาขาที่ 5 อยู่แถวบางแสน จ.ชลบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา เพราะเล็งเห็นว่าควรขยายธุรกิจแนวนี้ออกไปตามต่างจังหวัดให้มากขึ้น เนื่องจากในกรุงเทพฯ มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูงทั้งคุณภาพ และงานบริการ แต่ในส่วนของคนต่างหวัดยังไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่

               ความแปลกใหม่ที่ฉีกแนวไม่เหมือนกับ ร้านนมปั่น, ร้านน้ำปั่น, ร้านขนมปัง และ ร้านน้ำแข็งไส ตามสถานศึกษาต่างๆ ที่มีในอดีต ทำให้ "ไอติมหม้อไฟ ยศเส" เริ่มเป็นที่รู้จักและติดตลาดพอสมควรแล้ว ซึ่งเห็นได้จากจำนวนการสั่งสินค้าในแต่ละสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างความสุขและลงตัวสำหรับคนทำ

               "การที่คนมานั่งกินไอติมนั้น มันจะเป็นช่วงเวลาสบายๆ ไม่เร่งรีบ ซึ่งทางร้านของเราก็มีโต๊ะรองรับลูกค้าทั้งด้านในแบบแอร์เย็นฉ่ำ และด้านนอกคือ โอเพ่นแอร์ได้อย่างสบาย 20-30 คน แถมที่จอดรถของเดอะซีนก็สะดวกสบาย เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่ต้องการมาพักผ่อนในบริเวณนี้" ภัทรณัฏฐ์ กล่าวทิ้งท้าย


หัวใจการทำธุรกิจ

               "ต้องทุ่มเทและใส่ใจทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการผลิตจนมาถึงมือลูกค้าว่า ทุกอย่างเราใช้ของดีจริงๆ รสชาติไม่มีผิดเพี้ยน หรือมาตรฐานตก ซึ่งตัวเองก็ได้พิสูจน์มานานหลายปีแล้วว่า ไอติมหม้อไฟ ยศเส แห่งนี้ เจ้าของต้นตำรับคือ "โชกุน" สุรชัย เขาใส่ใจทุกรายละเอียดจนทุกคนยอมรับ แถมการให้บริการและความเป็นกันเองกับลูกค้าก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ทำอย่างไรก็ได้ให้ทุกคนมากินไอติมแล้วได้ความสุขกลับไป พูดคุยกึงร้านเราในทางที่ดี บรรยากาศสีสันสดใสและมีอะไรแปลกใหม่มาให้ทุกคนลิ้มลองอยู่เสมอ"

มุมมองอนาคต

               ยังมีโอกาสขยายตัวไปได้อีกไกล โดยเฉพาะในต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ๆ เพราะร้านไอติมแบบเดิมๆ ที่เราเห็นกันอยู่มาช้านานนั้น ก็เริ่มหดตัวลงไปบ้างแล้ว เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่าย ต้นทุนค่อนข้างสูง แต่ธุรกิจของเราแนวนี้เป็นแบบครอบครัว หรือเอสเอ็มอี มีต้นทุนไม่สูงมากนัก แต่ใช่ว่า ใครๆ จะมาขอซื้อแฟรนไชส์ไปได้ง่าย เพราะทางเจ้าของต้นตำรับเอง เขาดูที่ตัวบุคคลนั้นๆ เป็นหลัก หากจะมาทำกันแบบคิดเอาแต่เรื่องผลประโยชน์ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีเวลาทุ่มเทให้กับงานความรับผิดชอบต่างๆ ก็คงเป็นเรื่องยากกับธุรกิจแนวนี้