
'สรยุทธ'สู้คดีเบี้ยวค่าโฆษณา
08 มิ.ย. 2558
'สรยุทธ - จนท.อสมท - บ.ไร่ส้ม' ให้การสู้คดีเบี้ยวค่าโฆษณาเกินเวลากว่า 138 ล้าน ปฏิเสธจ่ายเช็คตอบแทนไม่รายงานการโฆษณา ศาลนัดสืบพยานโจทก์ปากแรก 17 ก.ย.นี้
8 มิ.ย. 58 ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานและสอบคำให้การ คดีหมายเลขดำ อ.313/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) , บริษัทไร่ส้ม จำกัด โดย น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม , นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง และ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลย 1 - 4 ในความผิดฐาน เป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ , เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร , เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ม.6 , 8 และ 11
โดยคดีดังกล่าวอัยการโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 58 ระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 48 - 28 เม.ย. 49 นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 พนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำคิวโฆษณารวมในรายการ “คุย คุ้ยข่าว” ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลาจาก บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ. อสมท เสียหาย 138,790,000 บาท และยังได้เรียก รับเอาเงิน 658,996 บาท จากจำเลยที่ 2 - 4 เพื่อเป็นการตอบแทนที่นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ไม่รายงานการโฆษณา
ทั้งนี้ ศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งสี่แล้วสอบคำให้การ จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ พร้อมยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติม ขณะที่ศาลได้ชี้แจงต่อคู่ความว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้นตามกฎหมายศาลจะยึดสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.เป็นหลัก โดยจำเลยสามารถนำพยานหลักฐานมานำสืบโต้แย้งได้
ต่อมา ศาลสอบถามแนวทางพิจารณาคดีแล้ว คู่ความแถลงไม่มีข้อเท็จจริงที่รับกันได้ โดยอัยการโจทก์แถลงขอสืบพยานตามสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งมีผู้บริหารและพนักงาน บมจ. อสมท ชุดปัจจุบันและอดีต ที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาและจัดคิวโฆษณา รวม 19 ปาก
ส่วนนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 แถลงแนวทางต่อสู้ของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจอนุมัติการโฆษณา และไม่เคยใช้น้ำยาลบคำผิดลบข้อความเกี่ยวกับการจัดคิวเวลาโฆษณา ส่วนเช็ค 6 ฉบับที่ได้รับนั้นเป็นค่าประสานงานคิวโฆษณาที่นอกเหนือจากหน้าที่ ไม่ใช่ค่าตอบแทนในการไม่ระบุการโฆษณาเกินเวลา โดยจะขอนำสืบพยาน 2 ปาก คือ จำเลยและพนักงาน อสมท ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลย
ส่วน บมจ. ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 ได้แถลงว่าไม่เคยมอบให้ผู้ใดไปติดต่อเพื่อจัดคิวโฆษณาเกินเวลา และไม่เคยให้จำเลยที่ 1 ใช้น้ำยาลบคำผิดในเอกสารเกี่ยวกับการโฆษณา เช่นเดียวกับนายสรยุทธ จำเลยที่ 3 ที่แถลงว่า ไม่เคยรู้จักกับจำเลยที่ 1 ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 มีหน้าที่อะไร และไม่เคยติดต่อให้ผู้ใดไม่รายงานโฆษณาที่เกินเวลา แต่ยอมรับว่า เช็ค 6 ฉบับที่จำเลยที่ 1 มี ได้ลงลายมือชื่อจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเช็คที่ชำระค่าประสานงาน ไม่ใช่เงินที่ตอบแทนให้จำเลยที่ 1 ใช้น้ำยาลบคำผิดในเอกสารที่เกี่ยวกับการโฆษณา โดยจำเลยที่ 2 - 3 ขอสืบพยานทั้งหมด 25 ปาก ซึ่งเป็นพยานที่ซ้ำกับพยานโจทก์ 9 ปาก จึงเหลือพยานที่จะนำสืบ 16 ปาก ขณะที่ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 4 แถลงว่า เช็คที่ชำระให้จำเลยที่ 1 เป็นค่าประสานงานหรือค่านายหน้าในการหาโฆษณา ไม่เคยใช้ให้จำเลยที่ 1 ใช้น้ำยาลบคำผิดในเอกสารที่เกี่ยวกับการโฆษณา โดยจำเลยที่ 4 ขอสืบพยาน 8 ปาก แต่มีพยาน 2 ปากที่ซ้ำกับพยานของอัยการโจทก์ จึงเหลือพยานที่จะต่อสู้คดี 6 ปาก
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นควรให้อัยการโจทก์นำสืบพยาน 19 ปาก ใช้เวลา 4 นัด ในวันที่ 17 - 18 ก.ย. และ 29 - 30 ก.ย.นี้ ส่วนจำเลยที่ 1 - 4 ให้สืบพยาน 5 นัด ในวันที่ 2 , 8 ต.ค. และ 28 - 30 ต.ค.นี้ ซึ่งการสืบพยานให้เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 16.00 น. และกำชับให้คู่ความนำพยานให้พร้อมนำสืบ โดยศาลนัดคู่ความเพื่อตรวจความพร้อมของหลักฐานและเอกสารอีกครั้งวันที่ 17 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
ภายหลัง นายสรยุทธ กล่าวว่า คดีนี้ไม่ได้ขอสืบพยานลับหลัง โดยหลังจากจัดรายการเสร็จตนพร้อมมาศาลเพื่อฟังคดีเองทุกนัด



