ข่าว

ไทยเราหนักต้องเอาเบาต้องสู้

ไทยเราหนักต้องเอาเบาต้องสู้

09 มิ.ย. 2558

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ไทยเราหนักต้องเอาเบาต้องสู้ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                      คำโบราณกล่าวถึงคนไทยที่ใช้ชีวิตสำรวยหยิบหย่งว่า เป็นคนที่ “งานหนักไม่เอา งานเบา (ก็) ไม่สู้” หมายความถึงคนที่ไม่อดทนต่อการทำงานใดๆ ทั้งสิ้น อยากใช้ชีวิตล่องลอยไปวันๆ โดยไม่ต้องทำมาหากิน ซึ่งนักจิตวิทยาบางท่านกล่าวเอาไว้ว่าลักษณะนิสัยเช่นนี้ของคนไทยบางคน เกิดขึ้นเพราะฝังใจกับนิยายพื้นบ้านและละครหลังข่าว ที่พล็อตเรื่องมักจะกำหนดให้ตัวเอกของเรื่องร่ำรวยขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ อยู่ๆ ก็ได้รับมรดกจากเจ้าคุณปู่ที่พลัดหลงกันมานาน หรือร่ำรวยโดยไม่ได้แสดงให้เห็นว่าต้องต่อสู้กับชีวิตหรือทำมาหากินมาอย่างไร
 
                      ปัจจุบันนี้เรามักจะได้ยินกันอยู่ทุกวันว่า มีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยจำนวนมากทั้งที่ถูกต้องตามกฎหมายและผิดกฎหมาย ซึ่งหากเป็นประเทศอื่นก็จะต้องมีการออกมาเดินขบวนคัดค้านหรือต่อต้านว่าชาวต่างชาติมาแย่งงานเจ้าของประเทศทำ ส่งผลให้ประชาชนเจ้าของประเทศต้องตกงานทำให้ขาดรายได้ไปเลี้ยงตนเองและครอบครัว
 
                      แต่สำหรับประเทศไทยซึ่งมีแรงงานต่างด้าวนับล้านคนเข้ามาทำงาน กลับไม่มีปัญหาการต่อต้านจากประชากรเจ้าของประเทศแต่อย่างใด เพราะงานที่คนต่างด้าวส่วนใหญ่เข้ามาทำหรือรับจ้างนั้นล้วนแต่เป็นงานที่ต้องตรากตรำกลางแจ้ง หรือต้องอยู่กับของสกปรกหรือส่งกลิ่นทั้งสิ้น งานดังกล่าว เช่น กรรมกรก่อสร้าง, งานแบกหาม, งานลูกจ้างทางการเกษตรและประมง เป็นต้น
 
                      สาเหตุที่คนไทยสมัยใหม่ไม่ได้ตระหนักว่าถูกคนต่างด้าวเข้ามาแย่งงาน เพราะว่าคนไทยยุคใหม่ส่วนใหญ่ใฝ่ฝันที่จะได้ทำงานในสำนักงานติดแอร์ ต้องการงานที่อิสระจะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ไม่ต้องถูกใครบังคับ อยากหยุดงานวันไหนก็หยุดได้หมดเงินแล้วจะมาทำใหม่ก็สามารถทำได้ สำคัญที่สุดคือคนไทยยุคนี้ไม่ต้องการทำงานที่ตรากตรำกับแสงแดดและความร้อนกลางแจ้ง ไม่ต้องการทำงานกรรมกรแบกหามที่มีหัวหน้างานคอยชี้นิ้วสั่ง หรือสรุปได้ว่าชนชั้นแรงงานของไทยจำนวนไม่น้อยเลือกงาน ต้องการทำงานเบาและสบายแต่มีค่าตอบแทนสูงนั่นเอง
 
                      สามสิบปีที่ผ่านมาผมมีอาชีพขับรถบรรทุกสิบล้อ ซึ่งหลายครั้งต้องรับจ้างบรรทุกสินค้าทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำพวกเครื่องก่อสร้างทั้งหลาย เช่น อิฐ, หิน, ปูน, ทราย, เหล็กเส้น สำหรับงานก่อสร้าง โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่จังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งกำลังมีการขยายความเจริญและมีการก่อสร้างชุกชุม ตัวอย่างเช่นที่ จ.เชียงใหม่ ที่มีการพัฒนาทางด้านสิ่งก่อสร้างอย่างมากในครั้งนั้น
 
                      ทุกเช้ามืดเมื่อรถบรรทุกวัสดุก่อสร้างไปถึงชานเมืองของ จ.เชียงใหม่ จะเห็นบรรดาชายในวัยต่างๆ ยืนจับกลุ่มกันตามริมถนนซูเปอร์ไฮเวย์ตั้งแต่สุดเขต จ.ลำพูน เป็นต้นไป หากเป็นฤดูหนาวกลุ่มผู้ชายเหล่านั้นก็จะก่อไฟผิงเพื่อคลายหนาวกันเป็นกลุ่มๆ คนขับรถบรรทุกอย่างพวกผมก็จะจอดรับคนเหล่านั้น เพื่อว่าจ้างให้ทำหน้าที่เป็นแรงงานในการขนย้ายวัสดุก่อสร้างที่บรรทุกมาบนรถ ลักษณะการว่าจ้างงานและการหางานในรูปแบบดังกล่าวมีแพร่หลายในทุกจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือหรือภาคอีสานก็จะพบได้เช่นเดียวกัน
 
                      แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีคนไทยที่ต้องการหางานทำเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเองเช่นที่กล่าวมาอีกแล้ว เพราะต้องอดทนตื่นนอนก่อนเช้ามืด แล้วไปยืนร่อนเร่อยู่ข้างถนนเพื่อทำงานหนัก คนไทยในปัจจุบันนี้ฝันที่จะเป็นศิลปิน, นักร้อง, นักแสดง ที่มีชื่อเสียงและมีรายได้มากๆ ตามที่ได้รับรู้จากสื่อต่างๆ คนที่มีฐานะบ้างก็ควักกระเป๋าเอาเงินที่มีอยู่ไม่มากนักไปเรียนร้องเล่นเต้นรำ เพื่อหวังว่าจะเข้าประกวดเวทีใดเวทีหนึ่งซึ่งมีอยู่มากมาย หากโชคดีก็จะได้เข้าตาของแมวมองแล้วกลายเป็นศิลปินหรือดาราที่มีสังกัดต่อไป
 
                      ส่วนคนไทยรุ่นใหม่ส่วนหนึ่งที่เป็นหญิงแม้จะมีการศึกษาระดับปริญญา แต่ก็ยังอยากที่ทำงานสบายด้วยการขายรูปร่างหน้าตา มากกว่าจะตั้งใจขายความรู้ความสามารถที่เล่าเรียนมา จึงมีเด็กสาวไทยจำนวนมากดิ้นรนหาเงินมากๆ เพื่อไปทำศัลยกรรมตามที่ตนเองคิดว่าสวยและจะช่วยให้ได้มีงานทำ 
 
                      ค่านิยมของคนหนุ่มคนสาวไทยรุ่นใหม่เช่นที่ว่านี้ จึงทำให้ไม่แปลกใจแม้แต่น้อยหากว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ภาคการผลิตต่างๆ ของประเทศไทยทั้งอุตสาหกรรม, ประมง และเกษตรกรรมจะไร้แรงงานไทย จนต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติจำนวนนับล้านๆ คน และต้องทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางของคนต่างชาติที่เข้ามาทำมาหากินกันในจำนวนมาก จนน่าตระหนกถึงความมั่นคงของประเทศกันเลยทีเดียวครับ
 
 
 
 
 
-----------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ไทยเราหนักต้องเอาเบาต้องสู้ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)