ข่าว

ประชามติ'ร่างรธน.'พ่วง'อยู่ต่อ'ได้

ประชามติ'ร่างรธน.'พ่วง'อยู่ต่อ'ได้

08 มิ.ย. 2558

'วิษณุ' ชี้ทำประชามติรับไม่รับร่างรธน. พ่วง 'อยู่ต่อ' ได้ หนุนคงสภาขับเคลื่อนฯ หวั่นมอบหน้าที่ฝ่ายการเมือง สังคมหวาดระแวง ปัด ครม.ถกยกเลิกค่าแรง 300 บาท

 
                      8 มิ.ย. 58  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่จะมีการทำประชามติต่ออายุรัฐบาล 2 ปี เพื่อปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องที่คนอื่นจุดชนวนขึ้นมา ตนไม่เกี่ยว และรัฐบาลก็ไม่ได้รับรู้ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดช่องให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หากจะมีเรื่องอื่นเป็นของแถมเข้ามาก็ได้ แต่ต้องระวังว่า คำตอบเกิดขัดกันขึ้นมาจะทำอย่างไร ซึ่งก็ต้องถามผู้เสนอว่าเขาคิดกันอย่างไร ส่วนที่เป็นห่วงว่าจะเป็นระเบิดเวลานั้นผู้ที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปคิด แต่ถ้าคิดว่านี่คือการถามใจประชาชนก็ไม่มีอะไรผิดที่จะถาม และไม่จำเป็นที่จะต้องได้คำตอบในเร็ววันนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า กรณีดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการทำประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ ทำอยู่ หากจะทำเรื่องอื่นอีกก็จะได้ไม่ต้องมานั่งแก้อีก จึงต้องทำเผื่อเอาไว้ ส่วนจะใช้หรือไม่ใช้อีกเรื่องหนึ่ง และคงต้องมีความชัดเจนในเร็ววันนี้ เพราะเกี่ยวข้องกับการแก้รัฐธรรมนูญ และขณะนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เหลือแค่ส่วนที่ยาก
 
                      นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ในร่างรัฐธรรมนูญที่แก้อยู่นั้นไม่ถึงขนาดตั้งคำถาม และหลายมาตราที่เขียนไว้ก็มุ่งไปที่การทำประชามติว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ขณะนี้สังคมระบุให้ถามว่าจะทำประชามติเรื่องอื่นด้วยนั้น เรายอมรับได้ แต่ไม่ใช่ให้ถามเรื่องอื่นแทนประเด็นการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญส่วนรูปแบบคำถามในการทำประชามตินั้นรัฐบาลไม่ใช่คนออกแบบ แต่จะเป็นใครนั้นอยู่ระหว่างกำลังพิจารณา
 
                      นายวิษณุ กล่าวว่า กรณีที่มีผลสำรวจหลายสำนักสนับสนุนให้รัฐบาลอยู่ต่อนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่สนใจ เพราะทำอยู่ทุกวัน สัปดาห์หน้าอาจจะมีคำตอบอย่างอื่นก็ได้
 
                      "การจะทำอะไรต้องแคร์ต่างชาติด้วย นายกรัฐมนตรี ก็พูดเองว่า จะทำอะไรก็ตามจะต้องคิดถึงขนบธรรมเนียมประเพณี ประวัติศาสตร์ไทย แต่ก็ต้องไม่ขัดแย้งกับหลักการสากล เพราะถ้ายึดแต่ในแบบของเรา เขาไม่เชื่อถือ เราก็อยู่ไม่ได้ แต่ถ้าเอาจากนอกทั้งหมดมาขัดกับของเราก็ไม่ได้ เพราะของนอกแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน"
 
 
 
หนุนคงสภาขับเคลื่อนฯ ชี้มอบหน้าที่ฝ่ายการเมือง สังคมหวาดระแวง
 
 
                      เมื่อเวลา 10.15 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์กรณีเข้าชี้แจงข้อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า ส่วนใหญ่ กมธ.ยกร่างฯ จะซักถามเหตุผลจากตนมากกว่า และบรรยากาศก็เป็นไปด้วยดี ซึ่งจากที่ตนชี้แจงก็คิดว่า กมธ.ยกร่างฯ จะเข้าใจถึงเหตุผลในการขอแก้ไข เพราะมีทั้งแบบที่เราให้เขาอธิบายในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ หรือเห็นว่ามีจุดอ่อนตรงไหน แต่เมื่อเขาอธิบายได้ก็ถอน รวมถึงแบบที่ให้เขาคิดดูคือทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ และแบบที่เราอยากให้แก้ไข เช่น ความชัดเจนในมาตรา 62 ที่อาจทำให้ปฏิบัติตามไม่ถูก และเกิดความผิดพลาดจนอาจถูกดำเนินคดี โดยเฉพาะกรณีที่ระบุว่า แผนทั้งหลายที่จะนำมาใช้ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึง แต่หากจะใช้คำว่านโยบายแทนแผนจะเป็นอย่างไร และหากมีใครลุกขึ้นมาทักท้วงว่าไม่ทราบในเรื่องที่จะทำกันก็มีปัญหา จึงต้องการให้แก้ไขเพื่อให้รัฐบาลหน้าทำงานได้ เพราะเขาไม่ได้อยู่ด้วยตอนร่างรัฐธรรมนูญ หากทำตามไม่ถูกก็จะมาโทษคนที่ปล่อยให้ร่างผ่านไป ส่วนกรณีนายกฯ คนนอก นั้นเราไม่ได้ท้วงอะไรทาง กมธ.ยกร่างฯ ไป
 
                      นายวิษณุ กล่าวว่า องค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญใหม่ ที่มีเกือบ 30 องค์กร ก็ตัดไปจำนวนมาก เหลือไม่ถึง 5 องค์กร ยกเว้นองค์กรเดิมที่เคยมีอยู่ ส่วนสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาตินั้นไม่ได้เสนอให้ตัดออก แต่อยากให้เขียนให้ชัดเจนว่า มีที่มาแบบใด เพราะรัฐบาลต่อไปเข้ามาก็จะทำงานบริหารเกรงว่าจะไม่มีใครมาทำเรื่องปฏิรูป เพราะสภาผู้แทนราษฎรก็จะทำหน้าที่ออกกฎหมายและควบคุมรัฐบาลเป็นหลักซึ่งเป็นงานถนัด หากจะให้มาทำการปฏิรูป คือ คิดต่อไปข้างหน้าก็จะไม่มีเวลาคิด และยังมีกรอบของพรรคการเมืองที่อาจจะบีบจนเขาคิดอะไรต่อไม่ได้
 
                      "การปฏิรูปและปรองดองต้องการคนอีกประเภทหนึ่ง พวกเลือกตั้งที่โผล่เข้ามาถ้าจะมาให้คิดปรองดองสังคมคงหวาดระแวงไม่ปรองดองด้วย มันจึงต้องมีคนอีกชุดหนึ่งซึ่งช่วงเวลาสั้นๆ เสร็จแล้วหมดไปเท่านั้น"
 
 
 
ปัด ครม.ถกยกเลิกค่าแรง 300
 
 
                      นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีมีนักวิชาการ และหลายภาคส่วนออกมาคัดค้านการยกเลิกค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ว่า ตนไม่ทราบว่าเรื่องดังกล่าวจะมีการพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (9 มิ.ย.) หรือไม่ เพราะยังไม่เห็นวาระการประชุม ส่วนที่หลายฝ่ายออกมาพูดเรื่องนี้คงพูดเผื่อไว้สำหรับปีหน้า ซึ่งก็ต้องออกมาเตือนกันล่วงหน้า
 
                      "ทุกวันนี้บางครั้งผมเห็นจากหนังสือพิมพ์ แล้วทำเป็นลอยหน้าลอยตาให้สัมภาษณ์ เหมือนทำเป็นรู้ดี"