ข่าว

‘ผบ.ทบ.’ไม่กังวลครม.สัญจรพิษณุโลก-เชียงใหม่

‘ผบ.ทบ.’ไม่กังวลครม.สัญจรพิษณุโลก-เชียงใหม่

08 มิ.ย. 2558

‘ผบ.ทบ.’ ไม่กังวลครม.สัญจรพิษณุโลก-เชียงใหม่ สั่ง มทภ.3เข้มมาตรการ รปภ.ตลอดเส้นทาง ยัน ‘ประยุทธ์’ ยึดตามโรดแม็พ ไม่หวังสืบทอดอำนาจ พร้อมรับฟังข้อเสนอต่ออายุ 2ปี

 
         8 มิ.ย.58 เมื่อเวลา 08.30 น. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.พิษณุโลก และจ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย.นี้ว่า ภายหลังจากรับทราบกำหนดการการประชุม ครม.สัญจร ตนได้มอบหมายให้ พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่3 ดูแล โดยเฉพาะการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามจุดต่าง ๆ ที่ระบุอยู่ในกำหนดการ โดยภาพรวมในขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจการทำงานของรัฐบาล ตลอดจนเห็นถึงความตั้งใจของนายกฯ ที่จะทำให้ทุกพื้นที่มีความเจริญ คิดว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไร ทางกองทัพ ในฐานะฝ่ายความมั่นคงจะดูแลรักษาความปลอดภัย ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จนถึงขณะนี้ยังไม่พบปัญหาใดๆ คาดว่า คงจะได้รับการต้อนรับจากประชาชนด้วยดี เพราะนายกฯจะลงไปดูและช่วยกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เพื่อรับทราบปัญหาของจังหวัดและภูมิภาคนั้นๆ จะได้ช่วยกันพัฒนาให้มีความเจริญยิ่งขึ้น
 
         เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ เพราะเป็นพื้นที่ฐานเสียงของ 2 อดีตนายกรัฐมนตรี อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะที่ผ่านมาทาง แม่ทัพภาคที่3 กระทรวงมหาดไทย สตช. ก็ช่วยกันดูแลและทำความเข้าใจ ซึ่งก็ไม่ปัญหาอะไร ยกเว้นเพียงคนบางกลุ่ม แต่ขณะนี้มองว่ากลุ่มต่างๆเหล่านั้นน่าจะเข้าใจ และอยากจะสร้างสรรค์บรรยากาศที่ดีและพัฒนาประเทศให้ดี เพราะถ้าส่วนรวมดี ทุกอย่างจะเรียบร้อยไปด้วย ก็ไม่ได้หนักใจ อยากขอให้ประชาชนในพื้นที่ได้ดีใจว่า นายกฯได้เดินทางลงไปเพื่อจะได้แก้ไขปัญหา
 
         เมื่อถามถึง ข้อเสนอให้นายกฯ บริหารประเทศต่ออีก 2 ปี พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เป็นความคิดเห็นของประชาชน นายกฯคงรับฟังอยู่แล้ว เมื่อมีผู้ให้ข้อเสนอมา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า ทุกคนได้เห็นถึงการทำงานของรัฐบาลและคสช. ที่ทำด้วยความจริงใจ จริงจัง ซึ่งประชาชนคงรับทราบ ตลอดจนถึงความสงบเรียบร้อยที่เกิดขึ้นก็จะเป็นตัวชี้วัดได้ว่า นอกจากจะทำให้สถานการณ์นิ่งแล้ว ยังทำให้การพัฒนาในด้านต่างๆของกระทรวง ทบวง กรม เดินหน้าไปด้วยดี ส่วนที่มีข้อคิดเห็นว่าจะต้องปฏิรูปในเรื่องต่างๆก่อนเลือกตั้ง นั้น มีกรอบกติกาที่ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวอยู่แล้ว และโรดแม็พ ซึ่งนายกฯคงพยายามให้เดินไปตามนั้น แต่หากประชาชนมีข้อเสนออะไรออกมา ท่านก็คงรับฟัง พร้อมทั้งหารือกับส่วนที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการต่อไป
  
         “รัฐบาลและ คสช. มีการประชุมพบปะกันบ่อยครั้ง เราก็จะรับทราบเจตนารมณ์ที่ดีของ นายกฯ ที่พยายามให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป ส่วนในระหว่างนี้จะมีข้อคิดเห็นอย่างไร ก็รับฟัง ซึ่งทางรัฐบาลคงจะยึดตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวและโรดแม็พ คสช. แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละช่วงว่า มีเรื่องที่เข้ามาปรับเปลี่ยนสถานการณ์อย่างไรบ้าง ซึ่งขอให้ทุกคนสบายใจ เพราะในฐานะที่ผมอยู่ในรัฐบาล และเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นกลไกทำงานให้กับรัฐบาล ว่า เจตนารมณ์ของนายกฯหรือ รัฐบาล ไม่ได้มุ่งหวังจะสืบทอดอำนาจ ตามที่หลายคนออกมาวิตกกังวล ขอให้มั่นใจว่าเราระมัดระวังในการทำงานและจะทำให้ดีที่สุด” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
 
         เมื่อถามว่า จะเหมือนพายเรือกลับไปที่เดิมหรือไม่ เพราะก่อน คสช.จะเข้ามาบริหารประเทศ ก็มีการตั้งโจทย์ให้ปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า คงไม่สามารถตอบได้ แต่เรามีโรดแม็พและ รัฐธรรมนูญชั่วคราวอยู่แล้ว และรัฐบาลก็ตั้งใจทำงาน แต่เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร หรือประชาชนต้องการอะไร ก็ต้องรับฟัง