
หนุ่มมีปากเสียงเมียเครียดขับรถพุ่งลงทะเลดับ
07 มิ.ย. 2558
หนุ่มบริษัทมิตซูบิชิมีปากเสียงกับเมียเครียดน้อยใจขับรถยนต์กระบะพุ่งลงทะเลที่สะพานปลาอ่าวอุดมดับคารถ
วันที่ 7 มิ.ย.58 เมื่อเวลา 02.00 น. ร.ต.อ.ชำนาญ ก่อเกิด ร้อยเวร สภ.แหลมฉบัง ได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ สี่ประตู พุ่งลงทะเลที่ปลายสะพานปลาอ่าวอุดม หมู่1 ต.ทุ่งศุขลา อ.ศรีราชา แล้วรถคันดังกล่าวได้จมหายไปในทะเล หลังรับแจ้งจึงประสานหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาให้ส่งเจ้าหน้าที่ประดาน้ำลงไปงมหารถคันดังกล่าว
หลังรับการประสานทางหน่วยกู้ภัยได้จัดนักประดาน้ำจำนวน 3 คนลงดำน้ำเพื่อค้นหารถคันดังกล่าวซึ่งตรงบริเวณนั้นน้ำลึกประมาณ 5-6 เมตร ซึ่งนักประดาน้ำใช้เวลาดำน้ำงมนานกว่า 2 ชม.ก็พบรถจมน้ำห่างออกไปจากปลายสะพานปลาประมาณ 25 เมตร โดยพบว่ากระจกรถด้านคนขับได้เปิดไว้จึงได้ช่วยกันนำศพผู้เสียชีวิตออกมาจากรถแล้วนำขึ้นที่บริเวณปลายสะพานปลา โดยผู้เสียชีวิตชื่อนายวัชระ หน่อท้าว อายุ 28 ปี เป็นพนักงานบริษัทมิตซูบิชิ ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งก็ได้มีญาติเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุบอกว่าผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์ไปหาพี่สาวที่อยู่จังหวัดระยองและบอกว่ามีปากเสียงกับภรรยาที่อยู่กินกันมานานกว่า 2 ปีแล้วจะฆ่าตัวตายโดยขับรถกระบะลงทะเลที่สะพานปลาอ่าวอุดม ทางพี่สาวผู้ตายจึงโทรมาหาตนเองซึ่งพักอยู่แถวนั้นให้มาดูว่าจริงหรือไม่ ซึ่งก็ได้ประสานไปยังพี่สาวผู้เสียชีวิตว่าเป็นเรื่องจริงน้องชายได้เสียชีวิตแล้วให้เดินทางมาดูศพ
หลังรับการประสานทางหน่วยกู้ภัยได้จัดนักประดาน้ำจำนวน 3 คนลงดำน้ำเพื่อค้นหารถคันดังกล่าวซึ่งตรงบริเวณนั้นน้ำลึกประมาณ 5-6 เมตร ซึ่งนักประดาน้ำใช้เวลาดำน้ำงมนานกว่า 2 ชม.ก็พบรถจมน้ำห่างออกไปจากปลายสะพานปลาประมาณ 25 เมตร โดยพบว่ากระจกรถด้านคนขับได้เปิดไว้จึงได้ช่วยกันนำศพผู้เสียชีวิตออกมาจากรถแล้วนำขึ้นที่บริเวณปลายสะพานปลา โดยผู้เสียชีวิตชื่อนายวัชระ หน่อท้าว อายุ 28 ปี เป็นพนักงานบริษัทมิตซูบิชิ ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งก็ได้มีญาติเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุบอกว่าผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์ไปหาพี่สาวที่อยู่จังหวัดระยองและบอกว่ามีปากเสียงกับภรรยาที่อยู่กินกันมานานกว่า 2 ปีแล้วจะฆ่าตัวตายโดยขับรถกระบะลงทะเลที่สะพานปลาอ่าวอุดม ทางพี่สาวผู้ตายจึงโทรมาหาตนเองซึ่งพักอยู่แถวนั้นให้มาดูว่าจริงหรือไม่ ซึ่งก็ได้ประสานไปยังพี่สาวผู้เสียชีวิตว่าเป็นเรื่องจริงน้องชายได้เสียชีวิตแล้วให้เดินทางมาดูศพ
หลังจากนั้นนางพัชรินทร์ อินทร์คำ อายุ 35 ปีพี่สาวผู้เสียชีวิต เดินทางมาถึงก็ได้ให้ปากคำกับทางตำรวจว่าเมื่อประมาณ 01.00 น.น้องชายได้โทรศัพท์หา โดยสั่งเสียว่ามีเงินและของมีค่าเก็บไว้ภายในห้องให้มาดูด้วยและบอกว่ามีปากเสียงกับภรรยารู้สึกเสียใจน้อยใจจึงจะฆ่าตัวตาย โดยขับรถพุ่งลงน้ำที่สะพานปลาอ่าวอุดม หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้เลยจึงร้อนใจ โทรไปหาภรรยาน้องชายก็บอกว่าเหนื่อยต้องการพักผ่อนหลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกคน จึงตัดสินใจโทรติดต่อญาติที่อยู่แหลมฉบังให้เดินทางมาดูที่สะพานปลาอ่าวอุดมก็พบว่าน้องชายได้คิดสั้นฆ่าตัวตายจริงอย่างที่โทรไปหาซึ่งก็ยังอยู่ในอาการตกใจและเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก โดยน้องชายแต่งงานอยู่กินกับกับภรรยาคนนี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว และมาในระยะหลังนั้นน้องชายเคยโทรไปหาบอกว่ามีปากเสียงและระหองและแหงกับภรรยามากว่า 3 เดือนแล้วและก็ไม่คิดว่าน้องชายมาคิดสั้นฆ่าตัวตายในครั้งนี้
โดยนายธนชัย อนุชวลิตวงศ์ อายุ 32 ปี ซึ่งนั่งตกปลาอยู่ที่ปลายสะพานปลาอ่าวอุดมซึ่งเห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่ารถกระบะไทรทัน สีดำ ซึ่งผู้ตายขับมานั้นเหยียบคันเร่งมาจากกลางสะพานด้วยความเร็วเมื่อถึงปลายสะพานได้มีวัยรุ่นนั่งดื่มเบียร์กันอยู่ 3 คนยังหักหลบเพื่อพุ่งลงทะเล ซึ่งนักประดาน้ำบอกว่าขณะที่เอาศพออกจากรถพบว่าผู้เสียชีวิตยังกอดกรอบรูปของพ่อ-แม่ที่ถ่ายคู่กันไว้แน่นไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งนำศพขึ้นมาจึงนำรูปออกจากมือศพ
หลังจากนั้นทางหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาได้ช่วยกันลากรถมาที่ริมสะพานปลาแล้วใช้รถยกขึ้นมาพบว่าเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีด ำสี่ประตู หมายเลขทะเบียน ขธ-7038 ชลบุรี สภาพด้านหน้าพังยับโดยใช้เวลายกรถขึ้นจากทะเลนานกว่า 2 ชั่วโมงจึงสำเร็จ
ทางตำรวจสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตคงเครียดและน้อยใจภรรยาที่มีปากเสียงกันจึงขับรถพุ่งลงทะเลฆ่าตัวตาย โดยที่เปิดกระจกด้านข้างคนขับไว้เพื่อให้น้ำเข้ารถจะได้จมอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุ ก่อนที่จะให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
หลังจากนั้นทางหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาได้ช่วยกันลากรถมาที่ริมสะพานปลาแล้วใช้รถยกขึ้นมาพบว่าเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีด ำสี่ประตู หมายเลขทะเบียน ขธ-7038 ชลบุรี สภาพด้านหน้าพังยับโดยใช้เวลายกรถขึ้นจากทะเลนานกว่า 2 ชั่วโมงจึงสำเร็จ
ทางตำรวจสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตคงเครียดและน้อยใจภรรยาที่มีปากเสียงกันจึงขับรถพุ่งลงทะเลฆ่าตัวตาย โดยที่เปิดกระจกด้านข้างคนขับไว้เพื่อให้น้ำเข้ารถจะได้จมอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุ ก่อนที่จะให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
หนุ่ม17ซิ่งจยย.ชนพ่วง18ล้อดับหน้าม.นเรศวร
เมื่อเวลา 01.00 น. พ.ต.ต.รักถิ่น บำรุงศรี ร้อยเวร สภ.ย่อย ม.นเรศวร รับแจ้ง เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วง18 ล้อ เป็นเหตุมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 1 ราย บริเวณ หมู่ที่7 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลักกิโลเมตรที่116-117 ถนนพิษณุโลก-นครสวรรค์ ใกล้เคียงด้านหน้าม.นเรศวร หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลก
พ.ต.ต.รักถิ่น เปิดเผยว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณก่อนถึงสะพานข้ามคลองหนองเหล็ก พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายชัชพงษ์ คงมา อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่298 หมู่ที่1 ต.โค้งไผ่ อ.ขาณุวรลักษณ์ จ.กำแพงเพชร นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพศีรษะเปิดออก ชิ้นเนื้อสมองตกอยู่บนพื้นถนน กระดูกหักตามร่างกายหลายแห่ง เสียชีวิตคาที่อยู่บนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค125 สีน้ำเงิน-ดำ หมายเลขทะเบียน กพท671 กำแพงเพชร ที่ล้มคว่ำอยู่บนพื้นถนนในสภาพพังยับเยิน
ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบรถพ่วง 18 ล้อ ขนตู้คอนเทนเนอร์ หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-8539 สงขลา พบกระเป๋าสะพายหลังสีดำติดอยู่และยังพบชิ้นส่วนกระดูกของผู้เสียชีวิตตกอยู่ ส่วนตัวพ่วงหมายเลขทะเบียน77-3300 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่บนสะพานข้ามคลองหนองเหล็ก โดยมี นายสมชาย นันทชู อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่9/5 ซอยเทศบาล3 ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี คนขับรถพ่วงยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในจุดเกิดเหตุ
ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบรถพ่วง 18 ล้อ ขนตู้คอนเทนเนอร์ หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-8539 สงขลา พบกระเป๋าสะพายหลังสีดำติดอยู่และยังพบชิ้นส่วนกระดูกของผู้เสียชีวิตตกอยู่ ส่วนตัวพ่วงหมายเลขทะเบียน77-3300 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่บนสะพานข้ามคลองหนองเหล็ก โดยมี นายสมชาย นันทชู อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่9/5 ซอยเทศบาล3 ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี คนขับรถพ่วงยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในจุดเกิดเหตุ
เบื้องต้นนายสมชาย ให้การว่า ตนเองได้ขับรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เปล่า มาจาก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อที่จะเดินทางไปขึ้นสินค้าที่ อ.ลาดกระบัง จ.กรุงเทพฯ เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุตนได้ยินเสียงคล้ายอะไรชนท้ายเสียงดังสนั่น ตนเองจึงจอดรถชิดซ้ายและลงมาดูและพบว่ามีรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วงส่วนตัวแม่เสียชีวิตดังกล่าว
ขณะที่ นายมณูศักดิ์ บุญเกตุ ญาติของนายชัชพงษ์ ผู้ตาย(น้าชาย) อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่296 หมู่ที่1 ต.โค้งไผ่ อ.ขาณุวรลักษณ์ จ.กำแพงเพชร เล่าว่าก่อนเกิดเหตุตนเองและผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาร่วมงานประกวดโชว์รถจักรยายนต์คลาสสิก ที่ ต.วัดตายม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก รวมผู้เสียชีวิตจำนวนทั้งหมด 5 คน รถจักรยานยนต์ 4 คัน หลังเลิกงานประกวดจึงเดินทางกลับบ้านที่ จ.กำแพงเพชร เมื่อขับมาถึงไฟแดงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้เสียชีวิตได้ขับออกมาจากไฟแดง และมีรถพ่วงขับออกมาจากทางเบี่ยงเข้าทางหลักทำให้รถจักรยานยนต์ของ นายชัชพงษ์ พุ่งชนอย่างจังเป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า นายชัชพงษ์ และเพื่อนที่เดินทางมาร่วมงานประกวดโชว์ รถจักรยานยนต์คลาสสิค ที่ อ.บางกระทุ่ม หลังเลิกงานจึงเดินทางกลับบ้านที่ อ.ขาณุวรลักษณ์ จ.กำแพงเพชร และเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์มาถึงจุดเกิดเหตุ ที่มีรถยนต์พ่วงตู้คอนเทนเนอร์ ที่ขับออกมาจากทางเบี่ยงเพื่อเข้าเส้นทางหลักทำให้ รถจักรยานยนต์ที่มี นายชัชพงษ์ ขับขี่มาพุ่งเข้าชนท้ายรถพ่วงส่วนตัวแม่อย่างแรงทำนายชัชพงษ์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ เชิญ นายสมชาย คนขับรถพ่วง พร้อมพยานในที่เกิดเหตุมาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนที่จะดำเนินการลงโทษทางกฎหมายต่อไป



