
ชีวิตต้องคำสาบ 'โรฮิงญา' (ตอน 4)
07 มิ.ย. 2558
เรื่องเล่าข่าวดัง : ชีวิตต้องคำสาบ 'โรฮิงญา' (ตอน 4) : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม
ผู้อพยพชาว "โรฮิงญา" ยุคแรกๆ ที่อพยพออกจากรัฐยะไข่ในพม่า บางส่วนเมื่อรวมกลุ่มการได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิ์ให้แก่ชาวโรฮิงญา ซึ่งในไทยเองก็มีการจัดตั้งสมาคมขึ้น เช่นเดียวกับในอังกฤษ และญี่ปุ่น
ส่วนที่ชายแดนระหว่างรัฐยะไข่ของพม่ากับบังกลาเทศ มีกองกำลังติดอาวุธโรฮิงญาอยู่หลายกลุ่ม ซึ่งบางกลุ่มให้การสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรง ในจำนวนนั้นมีอยู่กลุ่มหนึ่งเรียกตัวเองว่าอาร์เอสโอ เป็นกองกำลังที่เชี่ยวชาญการใช้อาวุธและการใช้ความรุนแรงมีค่ายฝึกอยู่ที่เมือง Ukhia ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองคอกซ์บาซาร์ โดยกลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่สำคัญอย่าง ฮิซบุล อัล มูจาฮีดีน และ จามาต อิสลาม
มีข้อมูลว่าสมาชิกอาร์เอสโอ จำนวนไม่น้อยถูกจ้างไปรบในสงครามอัฟกานิสถาน โดยขณะที่นายโอซามา บิน ลาเดน ยังมีชีวิตอยู่ ข้อมูลการข่าวยืนยันว่ากลุ่มอาร์เอสโอ เคยได้รับเงินสนับสนุนจากผู้นำกองกำลังติดอาวุธหัวรุนแรงรายนี้ด้วย
ชาวโรฮิงญาที่เข้าร่วมกับกลุ่มอาร์เอสโอ ผ่านการฝึกใช้อาวุธจนมีความเชี่ยวชาญ ถูกจัดให้เป็นกลุ่มนักรบรับจ้างที่มีศักยภาพ และมีการหาเงินทุนสนับสนุนจากธุรกิจนอกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งเรื่องการลักลอบนำบุคคลต่างด้าวไปประเทศที่สาม การทำเอกสารปลอม ค้าอาวุธ และยาเสพติด ซึ่งกลุ่มนี้มีเครือข่ายทั้งในไทย มาเลเซีย ออสเตรเลีย แคนาดา อังกฤษ และฝรั่งเศส
ข้อมูลของหน่วยข่าวด้านความมั่นคงยืนยันว่า ในไทยมีการเข้ามาตั้งเครือข่ายของคนกลุ่มนี้มานับสิบปี และมีข้อสงสัยบางอย่างที่ยืนยันว่า มีนักรบโรฮิงญาถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมูจาฮีดีนที่ก่อเหตุความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในช่วงปี 2547 ที่มีชายฉกรรจ์หลายคนในเหตุความรุนแรงหลายจุดเมื่อปี 2547 รวมถึงกรณีที่มัสยิดกรือเซะ ยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้
หรือบุคคลที่ยืนยันตัวตนไม่ได้จะเป็นนักรบโรฮิงญา?... คำถามนี้ยังเป็นข้อข้องใจของเจ้าหน้าที่ไทยหลายราย โดยในจำนวนนั้นรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลหลายรายที่พบดีเอ็นเอชาว "โรฮิงญา" ในเหตุความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้
ราว 5-6 ปีก่อน หน่วยงานความมั่นคงรวมถึงเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จับกุมชาวโรฮิงญาที่เข้ามาขายโรตีอยู่ใน กทม. จำนวน 13 คน หลังมีข้อมูลว่าทั้งหมดเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ก่อนจะขยายผลจับกุม นายโมฮัมหมัด อาลี ฮุสเซ็น ชาวโรฮิงญา ได้ที่ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ
ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงขณะนั้น ยืนยันว่าชาวโรฮิงญารายนี้ เป็นหัวหน้ากลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติรายใหญ่ มีพฤติการณ์ค้ามนุษย์ เชื่อมโยงกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางภาคใต้ และยังเป็นนายหน้าค้าอาวุธสงคราม และมีสายสัมพันธ์กับกลุ่ม "พยัคฆ์ทมิฬอีแลม"
นายโมฮัมหมัด เคยตั้งถิ่นฐานอยู่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มาก่อน โดยเชื่อมโยงกับนายมูฮัมหมัด หมัดบาเหม หรือบาบูจิ และนายนายชุบรี อาแว หรือ จิ๊บ ชาวโรฮิงญา ซึ่งกลุ่มนี้มีพฤติการณ์ปลอมแปลงเอกสารทางราชการ อาทิ ตราประทับเข้าออกราชอาณาจักรไทย เพื่อช่วยเหลือชาวโรฮิงญาให้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
นายโมฮัมหมัด จะทำหน้าที่กระจายชาวโรฮิงญา ไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ และยังเป็นตัวการสำคัญในแก๊งค้าลูกแพะ นำชาวศรีลังกา ปากีสถาน และอิหร่าน ลักลอบเข้าออกประเทศไทย เพื่อไปยังประเทศที่สาม โดยเชื่อมกับนายหน้ารายใหญ่ที่อาศัยอยู่ในบังกลาเทศ คือ นายอับดุล ราฮิม ซึ่งทำหน้าที่ติดต่อประสานงานนำพาชาวโรฮิงญาและบังกลาเทศที่ต้องการอพยพออกจากบังกลาเทศไปยังประเทศที่สาม ผ่าน อ.แม่สอด จ.ตาก จ.ระนอง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส หรือแม้กระทั่งผ่านกรุงเทพมหานคร มีนายชาฟี นายอับดุลไฮ้ นายหะเบส อาหมัด หรืออัง วิน นายหะยี นาวี และนายอับดุลเลาะห์ คอยประสานงานในไทย
ส่วนนายบาบูจิ มีข้อมูลว่า มีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับนายอับดุลมานะ สาแม ผู้ต้องหาพัวพันคดีปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ 4 จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 และยังเชื่อมกับนายพาบา หนึ่งในสมาชิกพยัคฆ์ทมิฬอีแลม ที่รับหน้าที่ซื้อขายอาวุธผ่านกัมพูชา ไทย พม่า บังกลาเทศ ไปยังศรีลังกา
ซึ่งข้อมูลนี้เป็นที่มาแห่งความสงสัยว่า "โรฮิงญา" มีความเกี่ยวพันหรือไม่อย่างไรกับกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ "มูจาฮีดีน"
แม้เวลาจะล่วงเลยมาหลายปี แต่หน่วยข่าวความมั่นคงยังคงติดตามพฤติการณ์ของเครือข่ายชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ โดยยังพบความเคลื่อนไหวอยู่ที่ จ.นราธิวาส มีเครือข่ายใหญ่โตไม่แพ้กับผู้ต้องหาตามหมายจับที่ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถเสนอขออำนาจศาลจังหวัดนาทวีออกหมายจับได้แล้วในเวลานี้
แต่ไม่ได้หมายความว่า ผู้อพยพชาวโรฮิงญาทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับกองกำลังติดอาวุธหัวรุนแรง เพราะต้องยอมรับว่าผู้อพยพส่วนใหญ่ต้องการหลีกหนีความขัดแย้ง ภัยการสู้รบ และความทุกข์ยากจากปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เปิดโอกาสให้ขบวนการค้ามนุษย์ฉกฉวยหาผลประโยชน์ได้จากคนเหล่านี้
ปัญหาที่เกิดขึ้นในไทยไม่ใช่เกิดจากภัยคุกคามจากบุคคลภายนอกประเทศเพียงอย่างเดียว แต่คนไทยด้วยกันเองอีกจำนวนไม่น้อยที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว เข้าไปพัวพันกับการนำพาคนเหล่านี้เข้าประเทศไทย ซ้ำร้ายกว่านั้นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หลายรายมีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของประเทศ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่แลกกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศเสียเอง ขบวนการนี้เป็นเช่นไร...ติดตามต่อตอนหน้า
---------------------
(เรื่องเล่าข่าวดัง : ชีวิตต้องคำสาบ 'โรฮิงญา' (ตอน 4) : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)



