ข่าว

‘นิพิฏฐ์’ถาม‘ประยุทธ์’หลักประกันหลังปฏิรูป

‘นิพิฏฐ์’ถาม‘ประยุทธ์’หลักประกันหลังปฏิรูป

06 มิ.ย. 2558

‘นิพิฏฐ์’ ถาม ‘นายกฯ’ หลักประกันหลังการปฏิรูป แนะ ‘บิ๊กตู่’ เร่งแก้ปากท้องรากหญ้า ติงระวังยิ่งสูงยิ่งหนาว

 
            6 มิ.ย.58 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ระบุถึงผู้เสนอให้อยู่ต่อในอำนาจเพื่อปฏิรูปให้เสร็จก่อนจัดการเลือกตั้งไปหาช่องทางและช่วยปกป้องจากต่างประเทศด้วยนั้นว่า ขอให้ผู้เสนอให้อยู่ต่ออีก 2 ปีเพื่อปฏิรูปชี้แจงหรืออธิบายสังคมให้รู้ว่า การปฏิรูปนี้หมายถึงอะไรและมีเนื้อหาสาระด้านใดบ้าง หากหมายถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยกร่างกฎหมายลูก แล้วมีหลักประกันอะไรให้ต่อประชาชนว่า ถ้าครบ 2 ปีที่ปฏิรูปเสร็จแล้ว คนไทยจะหันหน้ามากอดกัน ปรองดองกัน
 
            “กรณีที่สปช.บางกลุ่ม ชื่นชมตบมือเชียร์ให้นายกฯอยู่ต่อ ผมไม่แปลกใจเพราะคนพวกนี้ล้วนมาตามอำนาจแต่งตั้งของคสช.ทั้งสิ้น เขาก็ต้องเชียร์ให้นายกฯอยู่ต่อ เพื่อที่พวกเขาจะได้อยู่ต่อไปด้วย ผมขอเตือนท่านนายกฯให้ระวังคุณไพบูลย์ นิติตะวัน สปช.และกมธ.ยกร่างฯที่ออกมาเชียร์เรื่องนี้ระวังจะเข้ารกเข้าพง เพราะปัญหาหลักที่จะเกิดหากอยู่ยาวนอกจากต่างประเทศแล้ว คนที่จะเชื่อมั่นนายกฯคือ คนชั้นกลางและข้าราชการประจำที่มีเงินเดือน แต่ผู้ที่รับผลกระทบคือชาวนา ชาวไร่ ชาวสวนและคนหาเช้ากินค่ำที่ไร้รายรับประจำ ถ้าผู้มีอำนาจไม่คุ้มครองดูแลคนจน เมื่อถึงขาลงมันจะลำบาก จนต้องฆ่าเสืออย่างที่นายกฯว่า”นายนิพิฏฐ์ กล่าว
 
            ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเสนอให้ทำประชามติถามความเห็นประชาชนพ่วงกรณีนี้กับการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่นายไพบูลย์เคยเสนอนายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า เหมือนการส่งสัญญาณให้ฉีกโรดแมปที่วางไว้แล้ว เมื่อเบอร์ 1ในรัฐบาลพูด คนในสังคมต้องฟัง จากเดิมที่วางโรดแมปว่าจะเลือกตั้งปลายปี 58 เลื่อนมาเป็นก.พ.59 อ้างทำกฎหมายลูก แล้วเลื่อนมาเป็นพ.ค.59 บอกไม่ทัน จนถึงอ้างทำประชามติเลื่อนมาเป็นก.ย.59 สัญญาณล่าสุด คืออยู่ต่ออีก2ปีหรืออยู่ยาว ตนจึงขอเตือนในฐานะกัลยาณมิตรที่ไม่เคยวิจารณ์นายกฯเลย แต่เที่ยวนี้ต้องเตือนให้ดัง ขอให้ระวังคนรอบตัวให้ดี คนยิ่งสูงจะยิ่งหนาว เพราะคนรอบข้างไม่มีใครกล้าเตือน มีแต่ประเภทดีครับผม เหมาะสมครับนาย ใช่ครับท่านทั้งนั้น
 
 
‘วัชระ’ ถาม ‘สมยศ’ โยกโย้ถอดยศ ‘ทักษิณ’ ทำไม จี้ ‘นายกฯ’ เร่งปฏิรูปตร.
 
 
            นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (ผบ.ตร.) ตีกลับมติคณะกรรมการถอดยศข้าราชการตำรวจที่มีพล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่ปรึกษา สบ.10 เป็นหัวหน้าพิจารณาถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรประเด็นไม่ครบ ขณะที่คณะกรรมการฯมีมติเอกฉันท์ 5 ต่อ 0 ว่า บ่งบอกถึงวาระซ่อนเร้นที่แอบแฝงอยู่ใช่หรือไม่ ถ้าเป็นตำรวจลูกหลานตาสียายแย้มถูกถอดไปนานแล้ว บ้านเมืองที่พิกลพิการเพราะข้าราชการไม่ทำหน้าที่ หรือทำแต่เลือกปฏิบัติเอาแต่ความชอบ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน อย่าปล่อยให้มีคนอยู่เหนือกฎหมาย
 
            “ขณะนี้เสียงโห่ของประชาชนดังทุกทิศแล้ว ตนจะรอพิสูจน์คำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ที่ว่าการถอดยศต้องเป็นไปตามกฎหมายจะยังศักดิ์สิทธิ์สมคำร่ำลือไปทั่วอาเซียนหรือไม่ หากไม่กล้าทำ ก็ควรเปลี่ยนผบ.ตร.ใหม่ได้แล้ว เอาคนที่กล้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคมาเป็น ที่สำคัญในยุคแห่งการปฏิรูปที่ประชาชนคาดหวังพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาลต้องกล้าผ่าตัดและรีบทำการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียใหม่ให้เป็นมืออาชีพและมีมาตรฐานให้เป็นที่พึ่งของประชาชนจริง ๆ อย่างที่อารยะประเทศที่เจริญแล้วทำกัน แยกอำนาจให้มีการตรวจสอบ ถ่วงดุลย์ และหากเรื่องถอดยศยังไม่กล้าทำก็ป่วยการที่พวกขุนพลอยพยักจะให้ท่านเป็นนายกฯต่อไปอีก เพราะขนาดเรื่องแค่นี้ยังมีคนกล้าแปลงสารท่านนายกฯเลย ท่านรู้หรือไม่” นายวัชระ กล่าว
 
            นายวัชระ กล่าวถึงกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย. ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ดิบได้ดีจากการรัฐประหารว่า ไม่เป็นความจริง เป็นการกล่าวหาทางการเมือง พวกตนได้ดิบได้ดีอะไร ตกงานกันถ้วนหน้า ไม่มีอนาคตเหมือนกันแต่ยังคงต้องรับใช้ประชาชนเหมือนเดิม ส่วนที่นายวัฒนาออกโรงโอบอุ้มพ.ต.ท.ทักษิณถือเป็นความกตัญญูส่วนบุคคล เหมือนทฤษฎีผลไม้พิษ ประดุจบัวใต้น้ำของระบอบทักษิณ ตนไม่อยากให้อดีตรัฐมนตรีสร้างกระแสให้ชิงชังทหาร เพราะทหารก็คือพี่น้องร่วมชาติเช่นเดียวกัน
 
 
‘ปชป.’ จ่อฟ้องกลับ ‘ดีเอสไอ’ คดีเงินบริจาคเข้าพรรค
 
 
            นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และกิจกรรมพิเศษภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ สมัยที่เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เคยตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กรณีบริจาคเงินเข้าพรรคเดือนละ 2 หมื่นบาท ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอ สั่งไม่ฟ้อง จนคดีดังกล่าวเป็นที่ยุติไปแล้ว แต่เนื่องจากทางพรรคประชาธิปัตย์ โดยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรค เห็นว่าการดำเนินการคดีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทำโดยมิชอบ จึงได้หารือกับนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นทนายดำเนินการฟ้องกลับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ร่วมกล่าวหาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในคดีนี้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อไป และทำให้ข้าราชการที่ดีมีกำลังใจในการรับใช้แผ่นดินอย่างซื่อตรง